ลูกเทวดา ในสังคมม้ง

ความเป็นม้งในอดีต อาจจะมีความเป็นอยู่ที่ไม่ดีนัก ชีวิตหาเช้ากินค่ำอยู่กลางป่าเขา เพาะปลูกก็เพื่อไว้กินกันในครอบครัว ไม่ต้องทำ 10 ไร่ 100 ไร่ เพื่อไว้ขาย เหมือนที่เราทำกันทุกวันนี้

ในอดีตการไปมาหาสู่กับญาติพี่น้องที่อยู่ทางไกล ก็อาจไปด้วยม้า หรือเดินด้วยเท้าเปล่า ไม่มีอะไรให้ต้องเร่งรีบนัก ไปช้ากลับช้าก็ไม่เป็นไร เพราะมีเวลาให้เผื่อเหลือเผื่อขาดมากมาย ไม่มีธุรกิจรัดตัว ไม่มีตารางนัดหมาย จะมีก็เพียงแต่งานไร่งานสวน และการออกล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร

ยุคสมัยนั้นเด็กๆ ต่างมีความสุข สนุกได้กับสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าขี่ต้นกล้วยลงเขา เอาก้านกล้วยมาทำเป็นปืน ใบไม้ใบหญ้าสามารถนำมาเสกสรรค์ปั้นแต่งให้เป็นสิ่งบันเทิงได้ ว่างจากงานก็ไปยิงนกตกปลา ..เหมือนมีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้เท่านั้น

ลูกที่ดีมีให้พบเห็นได้ไม่ยากในยุคสมัยนั้น พ่อแม่ทำอะไรก็ตามพ่อแม่ไปทำ อาจจะเป็นเพราะการอยู่ในโลกแคบๆ ก็เป็นได้ เด็กๆ จึงไม่ได้มีความต้องการอะไรมากไปกว่าการมีอาหารใส่ท้อง และชีวิตที่อิสระกลางป่าเขาลำเนาไพร จึงไม่มีอะไรให้เด็กๆ ต้องเรียกร้องกัน

แต่แล้วก็มาถึงยุค “ลูกเทวดา” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิบากกรรมที่สังคมม้งจะต้องเผชิญ

เมื่อเด็กม้งรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือ เมื่อเด็กม้งขับรถมอเตอร์ไซเป็น ความยากลำบากจึงตกมาอยู่ที่ผู้เป็นพ่อแม่ ที่ต้องเสาะแสวงหาสิ่งสิ้นเปลืองเหล่านี้มาบำเรอ “ลูกเทวดา” ของตน ลำพังแค่หาเลี้ยงปากท้องก็เหนื่อยพออยู่แล้ว ไหนยังจะต้องมาคอยปวดหัวกับเจ้า “ลูกเทวดา” นี้อีก

ที่ผมมาเขียนเรื่องนี้ก็ด้วยได้แรงบันดาลใจจากเพลง “ลูกเทวดา” ของคุณ สนุ๊ก สิงห์มาตร เพราะเมื่อได้ยินเพลงนี้ ผมก็มีภาพหลายๆ ภาพเกิดขึ้นในหัว เกี่ยวกับสภาพสังคมของเด็กม้งบ้านเรา ซึ่งผมมองว่ายังไม่น่าจะเกิดภาพลักษณะเช่นนี้ขึ้น เนื่องจากผมมองว่าครอบครัวส่วนใหญ่ยังลำบากกัน เด็กๆ น่าจะเคยชินกับความลำบาก หรืออย่างน้อยก็น่าจะเห็นความลำบากของพ่อแม่ ในการดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ชีวิตจริงไม่ได้สุขสบายเหมือนอย่างที่เด็กๆ เห็นกันในละครทีวี

ภาพหนึ่งที่เห็นคือ เด็กมัธยมปลายคนหนึ่งอยากได้รถมอเตอร์ไซ แต่พ่อกับแม่ไม่มีตังค์ซื้อให้ แม่บอกให้รอเก็บเกี่ยวข้าวโพดปีนี้ก่อน ถ้าได้ผลดีก็จะซื้อให้ ทำให้น้องคนนี้น้อยใจพ่อแม่ ไม่ยอมกินข้าวกินปลาหลายวัน จนผู้เป็นแม่ร้อนใจไม่รู้จะทำยังไง เลยสัญญาไปว่าจะรีบซื้อให้ น้องคนนี้จึงยอมกลับมาเป็น “ลูกเทวดา” คนเดิม

อีกภาพหนึ่งคือ ภาพที่ลูกชายถือมีดไล่ฟันพ่อ เรื่องมีอยู่ว่าลูกชายไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อน โดยพกมีดไปด้วยเพื่อจะไปหาเรื่องต่อ (หลังจากกินเหล้าแล้ว) จึงมีคนมาฟ้องผู้เป็นพ่อว่า ลูกชายของเค้ากำลังนั่งกินเหล้าอยู่ และเหมือนเตรียมจะไปก่อเรื่อง

ผู้เป็นพ่อจึงรีบไปดู เมื่อไปถึงก็กระชากคอเสื้อลูกชายให้กลับบ้าน แต่ลูกชายไม่ยอมกลับ ผู้เป็นพ่อจึงเบิ๊ดกะโหลกไปหนึ่งที แค่นั้นแหละ เจ้าลูกเทวดาคนนี้ก็คว้ามีดขึ้นมาทันที ผู้เป็นพ่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบสับเกียร์หมา เจ้าลูกเทวดาเห็นพ่อวิ่งจึงรีบวิ่งตาม กะว่าถ้าทันจะฟันสักเฉาะ แต่มันเปลี่ยนใจซะก่อน ..ถือว่าเป็นบุญของผู้เป็นพ่อ ที่จะได้อยู่รับใช้ลูกเทวดาต่อไป

กรณีนี้ไม่ใช่แค่ลูกชายที่วิ่งไล่กวาดพ่อ พวกเพื่อนๆ ที่นั่งด้วยกันก็ช่วยมันไล่ด้วย แทนที่จะช่วยกันห้าม ..นี่แหละ “ลูกเทวดา” พรรค์เดียวกัน

ยังมีเรื่องอีกเยอะแยะเกี่ยวกับเด็กสมัยนี้ ไม่ว่าเรื่องจ้อโทรศัพท์เป็นชั่วโมงๆ เรื่องขับรถแว๊นไปแว๊นมาในหมู่บ้าน สร้างความรำคาญให้กับผู้คน ที่สำคัญคือเงินเติมน้ำมันยังแบมือขอตังค์พ่อแม่อยู่

เคยเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ..ประชด ผูกคอตาย น้อยใจแม่ ไม่ซื้อกระเป๋าให้ ..วัย รุ่นเมาเหล้าน้อยใจแม่ คิดสั้นแขวนคอตาย ..ด.ญ. 13 น้อยใจพ่อแม่ ไม่จัดงานวันเกิดให้ หนีขึ้นห้องผูกคอตาย

ปรากฎการณ์เหล่านี้ หลายคนย้อนกลับไปโทษที่ตัวพ่อแม่ หาว่าพ่อแม่เลี้ยงลูกไม่ถูกวิธี แต่ผมกลับมองว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น ปัจจุบันคนในครอบครัวมีอิทธิพลกับตัวเด็กน้อยลงทุกที อิทธิพลส่วนใหญ่ที่ตัวเด็กได้รับคือจาก เพื่อน และสื่อ ไม่ว่าสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ หรืออินเตอร์เนต

ประกอบกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป พ่อแม่ลูกมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยลง จึงถือเป็นองค์ประกอบที่เกือบสมบูรณ์ที่ช่วยก่อกำเนิดเจ้า “ลูกเทวดา” ทั้งหลาย ..จะเกิดอะไรขึ้น หากวันหนึ่งข้างหน้าองค์ประกอบต่างๆ สมบูรณ์มากกว่านี้

เทวดาของแม่ เทวดาของแม่ …

22 Comments

  1. คนไกล

    สงสัยคงต้องsamแล้วหล่ะ ไม่งั้นเด๋วจะมีเทวดาจุติอีกนับไม่ถว้น แต่ว่าก็น่าเห็นใจผู้เป็นพ่อ-แม่นะ

  2. จ๋อ

    จากการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการ ทราบมาว่า ยุคนี้คู่หญิงชายม้งเองก็ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมการบริโภคสมัยใหม่มาเหมือนกัน ส่งผลให้ลูกหลานบางส่วนมีนิสัยแปลกแยกแหวกแนวไม่มีส่วนคล้ายบรรพบุรุษบรรพสตรี คือ ชอบกินเหล่า เมายา อาละวาด ท้าตีท้าต่อย ซิ่งมอไซค์ ว่ากันว่า เป็นพวกวิญญาณผีตายโหง ผีไม่มีญาติ ผีที่ไม่ผ่านพิธีศพถูกต้องตามประเพณี หากจะรอคิวเพื่อมาเกิดใหม่นั้น ยากนัก เพราะมีบุญติดมาน้อย ต่างกับผีคนเฒ่าคนชราที่ทำความดีมามากและผ่านการประกอบพิธีงานศพมาถูกต้อง ได้บุญ เงินทอง ที่ลูกหลานฝากแบงค์ไว้ให้เยอะ จึงได้รับการจัดอันดับและลำดับให้มาเกิดได้ก่อน พวกวิญญาณผีตายโหง ทำไงได้ ก็อยากไปผุดไปเกิดเป็นคนเหมือนกัน อย่างนี้ต้องแหกกฎระเบียบแบบไม่ต้องกลัวอายใคร เมื่อคู่สามีภรรยาสมัยนี้มีเซ็กซ์ มักไม่สนใจเวลาล่ำเวลา ทำได้ทั้งกลางวันกลางคืน บางคู่ยังชอบเปิดไฟเวลาทำอะไรกันอีก เพราะถือว่า หมดยุคขอนไม้ในความมืดแล้ว นี่แหล่ะ… เป็นจังหวะดี เพราะเมื่อสว่างๆ วิญญาณดีๆ มารยาทงามจะไม่ทะเล่อทะล่ามาจุติ เป็นการเปิดทางให้พวกวิญญาณผีตายโหงไร้ญาติเล็ดลอดแทรกตัวเข้ามาจุติกำเนิดมาเป็นลูกคน พอโตขึ้นสักหน่อย ก็แผลงฤทธิ์กัน จึงเป็นอย่างที่เห็นกันนั่นเอง

  3. สาวม้งไกลบ้าน

    ลูกสาวม้ง ก็ใช่ย่อยนะ เดี๋ยวนี้ เห็นแล้วได้แต่ปลง

  4. เด็กไกลบ้าน...

    อืม น่าสงสาร พ่อ กะ แม่ จัง…

    ดีนะ..ที่พ่อ กะ แม่ไม่ได้เลี้ยงให้หนู เป็นลูกเทวดาของพวกท่าน (มีกรอบแยะมั้กๆๆ 555)

    ไม่งั้นหนู คงทำให้ พ่อ กะ แม่ ต้องมาเสียใจ เหมือนเพลง ลูกเทวดา อย่างแน่นอน ค่ะ

    คือ พ่อ กะ แม่ เคร่งมั้กๆๆ ตั้งแต่ เด็กๆๆ แล้ว …555 แต่เป็นเรื่องที่ดีมั้กๆๆ เลย ไม่งั้นหนูคงติดเพื่อนไปแล้วแหง่ะๆๆ

  5. คนผ่านมา

    ผมเรียกเด็กพวกนี้ว่า “เด็กหัวเข่า” อธิบายความก็คือ มองเห็นได้เท่าที่เห็นก็คือ ไม่พ้นหัวเข่าไปเท่านั้น ไม่ได้คิดถึงอะไร ไม่ได้มองหลายๆมุมเลย ต้องรอให้โตขึ้นแล้วชีวิตลำบาก จะได้มองได้ไกลขึ้น

  6. ตั้งใจอ่าน

    เราก็ยังเด็กแต่มีความรับผิดชอบพอๆๆๆๆกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง … ไม่รู้ทำไมเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ชอบทำตัวเป็นลูกเทวดาจัง…บ้านมีตังแต่ก็อาจจะเป็นส่วนน้อยมั้งคงไม่ใช่ทุกคน แต่ทำตัวเป็นคนมีตังกันทุกคนเลย งงงงงงงงงงงจริงๆๆๆๆๆๆ สำหรับเรานะไม่กล้าขออะไรกับทางบ้านมากเกรงใจพ่อกะแม่เค้า มีปัญญาก็หาเอาเองซิ…….ถ้าคุณเป็นคนแน่จริง(แน่ป่าวหล่ะ)

  7. อาของหลานเทวดา

    ชอบคำพูดของ….จ๋อ…อ่ะ คือเราก็เข้าวัดเข้าวามา…พระท่านว่าคนชั่ว ๆ เอาไม่เลือกที่ ไม่เลือกคน ไม่เลือกเวลา แม้เมา ๆ ก็ไม่เว้น ผีนรกที่ร่อนเร่มาก็มาจุติ เลยกลายเป็น ลูกบักขี้เหล่า บักขึ้เมา ลูกเทวดา แต่ไม่ค้ำไม่คูณ ผลาญอย่างเดียว อยากได้ลูกดี ต้องมีสติ สวดมนต์ภาวนา จะได้ลูกเทพมาจุติ เทวดาตกสวรรค์ เพราะเทพถีบมาเกิดใหม่ให้เป็นคนดี แต่สันดานยังไม่เปลี่ยน คงคล้าย ๆ ที่..จ๋อ บอก ยังไม่ผ่านพิธีทางศาสนา ไม่มีใครชี้ทางดี ทางเกิดดี ๆ ให้เลยมาแบบเมา ๆ มึน ๆ แล้วมาว้ากกับพ่อแม่..เฮ้อ..น่าสงสารพ่อแม่สมัยนี้….

  8. เคาะสนิม

    อ่ะหยา

  9. อ้าเชี๊ยะ

    ลูกใครกัน

  10. EdiTor (Post author)

    คุณจ๋อ พูดได้ล้ำลึกครับ ฟังแล้วเศร้าปนสยอง ..ชีวิตจริง ถ้าพ่อแม่คนไหนเจอลูกแบบนี้ ก็ต้องเศร้าปนสยองล่ะครับ ซ้ำร้าย พ่อแม่บางคนสยองแบบเพียวๆ

  11. สาวม้งไกลบ้าน

    คุณ จ๋อ ไปเอาข้อมูลมาจากไหนกัน ไม่เคยได้ยิน 555 ตลกจัง แต่ก็น่าคิดเนาะ

  12. suabhmoob

    อ่านหัวข้อ นึกว่าเป็น ลูกเทวดาจริง ๆ ที่แท้ก็เป็นจริงดังคิด 555
    เขียนได้ดีครับ

    ผมทำเรื่องสำรวจการเปลี่ยนแซ่ไปใช้นามสกุลของพี่น้องม้ง จึงอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยครับ จะได้ป้องกันเรื่องการแต่งงานในแซ่เดียวกันครับ

    http://www.hmong19.com/index.php?do=lname_form

  13. โป๊ยเซียน

    “ลูกเทวดา” ที่แรกไม่ได้อ่านบทความนึกว่า คือ การมีลูกชายคนเด่ว
    หรือเรียกอีกชื่อคือ ลูกหัวแก้วหัวแหวน(ชาย) คนเดียวในครอบครัว
    ยุคนี้แถวๆบ้านคนส่วนใหญ่จะเรียกลูกชายคนเดียวว่า ” ลูกเทวดา ”
    คือเฉพาะครอบครัวที่ไม่มีลูกชายนะ พอได้ลูกชายจะยกย่องมากมาย
    คิดๆแร้ว น่าน้อยใจแทนมากมายสำหรับคนที่เกิดมาเปง ลูกผู้หญิงในครอบครัวม้งๆๆๆ

    ไม่รู้นะว่า ผู้ใหญ่ม้งบางครอบครัวคิดอย่างไรกะลูกๆ ทั้งช ญ
    ไม่ควรแบ่งความาสำคัญ เพาะสมัยนี้เราเลี้ยงลูกไม่ใช่เลี้ยงมาใช้แรงกายแรงงาน
    แต่เราควรเลี้ยงพวกเค้ามาใช้สมอง คือ เลี้ยงสมองเค้า พอเค้าโตมา ได้การงานดี
    ก็สามารถช่วยพ่อแม่ได้ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง เท้าที่เห็นผู้ชายพอมีครอบครัว
    มักจะไม่เลี้ยงพ่อแม่ ส่วนหนึ่งต้องเปงภาระให้กะลูกผู้หญิงโดยจำยอม

    ดังนั้นการจะได้ลูกชายหรือไม่ ไม่ใช้หัวใจสำมะคัญ สำคัญคุณต้องเลี้ยงเค้าให้มีคุณภาพ
    ฉะนั้นไม่ควรเอาแต่รอลูกชายหรอกนะ ท่านพ่อๆทั้งหลาย แค่ลูกผู้หญิงก้อมีค่าที่สุดแร้ว
    ถ้าคุณเข้าใจ ไม่มีอคติ?

  14. นายแสนดี

    จริงอย่างที่เจ้าของกระทู้ว่าครับ เดี๋ยวนี้กลับบ้านทีเจอแต่เทวดาเต็มหมู่บ้าน
    ไม่รู้ว่ามันไปเลียนแบบมาจากใหน ตั้งวงกินเหล้ากันทั้งวันทั้งคืน พอเมาได้ที่
    ก็ฟัดกันเอง พี่ฟัดน้อง น้องฟัดพี่ ดีไม่ดีฟัดกับพ่อกับแม่มันอีก ไม่เข้าใจจริงๆ
    ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเกิดขึ้นกับสังคมคนม้งแล้วจริงๆเรื่องแบบนี้

  15. see.nan

    ผมดีทุกอย่าง เสียที่ว่าเที่ยวผับย่างเดียว

  16. ดอกบัว

    ทุกวันนี้ลูกเราเองก็เริ่มล่ะออกเทวดาล่ะ ขนาดไม่ค่อยจะตามใจเลยนะเนี่ย เริ่มกลุ้มใจ ต้องทะเลาะกับลูกทุกวัน กว่าจะเอาไปโรงเรียนได้แทบแย่ เวลาลูกอยากได้นี่ นั่น โน่น แห่ะๆ แม่บอกได้อย่างเดียว
    มันแพงมากจ้ะ ไม่มีตังค์ นี่ขนาดเด็กอนุบาลนะ!!??

  17. ดอกหญ้าบนคานทอง

    ง่ะ คิดดูแล้วไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูกเลยอ่ะ กัวๆๆๆ

  18. เคาะสนิม

    อย่างว่าสินะ ไวไฟ มิทราบว่าใช่วัตถุไวไฟอ่ะป่าวนะ

  19. master blue

    หมู่บ้านผมก็เหมือนกัน มีไห้เห็นอยู่บ่อยๆ พวกดื่มเหล้าแล้วชวนหาเรื่อง ไม่เคยรู้จักให้อภัยกันเลย

    เหล้าเข้าปากแล้วคึกแทนที่จะกลับบ้านนอนกลับคิดถึงคนที่เคยมีเรื่องด้วยซะงั้น

    แค่นั้นไม่พอชวนเพื่อนไปตีเขาอีก เฮ่อ ชีวิตคนเราเปลื่ยนผันไปตามเวลา การกระทำเปี่ยนไปตามยุค

    สมัย ไม่เคยมีไครนึกถึงชีวิตในอดีตที่ดีงานของพ่อแม่บ้างเลย

  20. สาวป่าเกี๊ยะ สะเมิง

    ยินดีที่ได้ รู้จักนะค่ะ (มาครั้งแรก)

    ทัวร์ เห็นด้วยนะ ที่ว่า เด็กม้งเริ่มรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือ ขับรถมอเตอร์ไซค์ ความยากลำบากก็เลยมาอยู่ที่พ่อแม่

    (แล้วจะแวะเข้ามาใหม่ นะค่ะ)

  21. lajxeeslao

    ที่จริงแล้วโทษเด็กอย่างเดียวไม่ถูกต้องหรอกครับ อยากกินหน่อไม้ ให้กินตั้งแต่ยังอ่อน เพราะถ้าปล่อยให้แก่แล้ว กินไม่ได้หรอกครับ พ่อผมเองก็มักจะพูดให้ฟังเสมอๆ ตอนเป็นเด็กเราสอนให้เด็กเดินไปทางไหน โตขึ้นมาเด็กก็จะเดินไปทางนั้น เพราะฉะนั้นพ่อแม่จะต้องเป็นแรงผลักดันให้ลูกๆครับ ไม่ไช่เอาแต่ด่าไปวันๆนะครับ ไม่ไช่แต่ม้งเราหรอกที่มี่ลูกเทวดา ขอให้เลือดสีแดง ก็เป็นเหมือนกันนั่นแหล่ะครับ อีกอย่างเราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกด้วย ส่วนเรื่องการไม่เท่าเทียมระหว่างชายกับหญิง ม้งเราแย่ที่สุดของที่สุดครับ ถ้าหากเน้นๆเลยนะ ถ้า หาก พวกเราชาวม้งอยากจะให้เท่าเทียมกันจริงๆ จงเริ่มต้นในครอบครัวเราก่อนเลย เช่น งานแต่ง แม่ของเราไปอยู่ส่วนไหนมิทราบ ข้าวใหม่ แม่ไปไหนและย่าเราอยู่ตรงไหน งานที่มีเกียรติทั้งหลายพวกเราเอาแต่บ้าบอคอแตกทั้งสิ้น ลืมแม่ซะแล้วหรือ ผมเริ่มทำแล้วๆคุณท่านทั้งหลายล่ะ เริ่มหรือยังครับ มีอีกเยอะแยะมากมายที่อยากคุย อยากออกความคิดเห็นและอยากมีส่วนในการผลักดันสิ่งที่ดีงาม แต่..รอให้พิมพิ์เก่งกว่านี้ก่อน สวัสดีครับ

  22. MLEE

    คงเหมือนกันกับสังคมอื่นๆครับ ต้องยอมรับและค่อยเป็นค่อยไป คนดีดียังมีเยอะครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *