วันเด็กแห่งชาติ เด็กม้งวันนี้

รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ” คือคำขวัญวันเด็กประจำปี 2554 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมอบให้กับเด็กไทยทุกคน ก็หวังว่าสาส์นนี้จะกระจายไปทั่วถึงเด็กไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ กลุ่มชาติพันธู์เราที่อยู่ห่างไกลออกไป

จำได้ว่าตอนเรียนอยู่ชั้นประถม ไม่เคยไปเที่ยวงานวันเด็กที่ไหนไกลเกินกว่าโรงเรียนที่เรียนอยู่ และถ้าหากจะมีคนเสนอพาไปเที่ยวในเวลานั้น ก็ไม่แน่ใจว่าไอ้เราจะอยากไป เพราะจินตนาการเกี่ยวกับวันเด็กในช่วงเวลานั้น มันช่างว่างเปล่าเหลือเกิน บวกกับชีวิตที่ข้นแค้นตามประสา ไอ้เราจึงไม่อยากใฝ่หาอะไรที่ไกลเกินตัว ..ขนมสามอย่าง ส้มสองลูก แค่นี้ก็หรูแล้ว

hmong_kids
ความสุขของเด็กม้ง

ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง พรปีใหม่ 2554 ที่เด็กๆ อยากได้ ของขวัญและพรปีใหม่ที่อยากได้มากที่สุด พบว่า อันดับแรก หรือร้อยละ 30.8 อยากได้คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ไอแพด ไอพอด อันดับสองหรือร้อยละ 15.9 อยากได้ มือถือ อันดับสามหรือร้อยละ 15.2 อยากได้ ทุนการศึกษา

เมื่อเห็นผลสำรวจแล้วย้อนมามองเด็กม้งเรา ก็ทำให้เกิดความรู้สึกดีใจและเศร้าใจในคราวเดียวกัน

ที่ดีใจก็เพราะว่า ผลสำรวจข้างต้นไม่มีเด็กม้งรวมอยู่ในนั้นด้วย เพราะถ้าหากว่ามีเด็กม้งรวมอยู่ในกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว มันจะหมายถึงค่านิยมที่มีต้นทุนสูงลิบลิ่ว เกินกว่าที่สังคมอย่างม้งเราจะรับใหว และคงจะเป็นความยากลำบากที่ผู้ปกครองของเด็กจะตอบสนองกับความต้องการเหล่านี้

คอมพิวเตอร์ แน่นอนว่ามันกลายมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานไปแล้ว แต่สำหรับครอบครัวที่มีฐานะยากจนอย่างกลุ่มคนชาติพันธุ์อย่างเรา คอมพิวเตอร์ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ยากจะครอบครอง ส่วนอินเตอร์เนตนั้นคงไม่ต้องพูดถึง ด้วยภูมิประเทศที่ทุรกันดาร กลุ่มชาติพันธู์อย่างเราๆ ส่วนใหญ่แทบจะหมดสิทธิ์ได้ใช้ โดยปริยาย ..แค่รู้ว่าคอมพิวเตอร์คืออะไร อินเตอร์เนตคืออะไร ก็ถือว่าเป็นเด็กที่เก่งมากแล้ว

ไอแพด และไอพอด คงไม่ต้องไปพูดถึง ราคานั้นคือเรื่องหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงก็คือเด็กม้งหรือแม้แต่เด็กไทยส่วนใหญ่เอง ยังไม่ค่อยมีหนังสืออ่านกันเลย ก็ไม่รู้จะเอาเจ้า ไอแพด มาทำอะไร ..ถ้าจะเอามาทำเป็นอัลบั้มภาพถ่ายอิเล็กทรอนิก ก็ดูจะแพงไป

จากผลสำรวจนี้ ความน่าเศร้าใจมันอยู่ตรงที่ว่า เด็กๆ ในเมืองเค้าไปถึงไหนกันแล้ว แต่เด็กม้งเรายังคงต้อยๆ อยู่หลังเขา (ทั้งๆ ที่เวทีการแข่งขันในอนาคตมันคือที่เดียวกัน) เด็กในเมืองอยากได้ไอพอดและไอแพดเป็นของขวัญสำหรับวันเด็กนี้ ในขณะที่เด็กม้งเราอาจจะยังไม่เคยได้ยินคำสองคำนี้ด้วยซ้ำ ถึงเคยได้ยินแต่คงไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไรได้บ้าง

ที่เศร้าใจไม่ใช่เพราะเราไม่มีเหมือนอย่างเขา หากแต่เศร้าใจในเรื่องของโอกาสในการสะสมต้นทุนชีวิต เพื่อไว้แข่งขันในวันข้างหน้า แน่นอนว่าทุกวันนี้เด็กม้งเราส่วนใหญ่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว ได้วิ่งเล่นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ยิงนกตกปลาตามประสาเด็กดอย สิ่งเหล่านี้จะช่วยเน้นย้ำให้พวกเขาใสซื่อเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ แต่การแข่งขันในอนาคตนั้นต้องการอะไรมากกว่านั้น

สำหรับวันเด็กปีนี้ ม้งเอเชีย ก็ขอให้เด็กม้งทุกคน จงฝึกฝนให้รักการเรียนรู้ และสนุกอยู่กับการเรียน วันหนึ่งข้างหน้าเมื่อ EdiTor แก่ตัวไป เราคงจะได้นั่งอยู่ที่บ้านเชียร์พวกคุณเล่นการเมือง หรือแข่งขันในแวดวงธุรกิจบ้านเรา ..เราเชื่อว่าเด็กม้งมีศักยภาพพอ เหมือนระเบิดเวลา เราก็แค่รอเวลานั้นมาถึง