วันเวลา และสายน้ำ กับเยาวชนม้ง

ปัญหาเศรษฐกิจ และ สังคมในชุมชนม้งเราไม่ต่างกับไทยพื้นราบสักเท่าไหร่เลย เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากเมื่อเห็นเด็กสาววัยน้อยยังไม่ทันได้ถ่ายบัตรประชาชน แต่ต้องออกหาเงินเพื่อสนองความต้องการของตนแล้ว ยอมหนีเรียน ยอมหนีพ่อแม่เข้าเมืองใหญ่ และสำคัญมากคือยอมขายของสงวนที่แม่ให้มาเพื่อแลกกับเงิน เพื่อนำมาซื้อโทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้าสวย ๆ และจิปาถะ ที่เจ้าหล่อนอยากได้

เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วในสังคมม้งเรา โดยเฉพาะหมู่บ้านชุมชนม้งใหญ่ ๆ เด็กสาวเหล่านี้คิดหรือเปล่าว่าวัยเพียง 14 , 15 ปีของเขาเปรียบเสมือนดอกไม้แรกแย้ม ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเบ่งบาน ผลิดอก และออกผล จนถึงเวลาร่วงหล่นโรยรา ทำไมดอกไม้แรกแย้มจะต้องโรยราก่อนเวลาอันควรเพราะไม่เห็นคุณค่าแห่งตนเอง ยอมให้คนอื่นเด็ดดอมเพียงชั่วครู่แล้วโยนทิ้ง…..น่าเสียดาย

เห็นน้อง ๆ คนที่พ่อแม่พอมีอันจะกิน พยายามเก็บเงินส่งให้ลูกเรียน แต่ลูกไม่ได้เรียนดังที่พ่อแม่หวัง ซ้ำนำเรื่องอัปยศอดสูกลับมาประจานหน้าพ่อแม่ ดูแล้วช่างต่างกันลิบลับกับสมัยของฉัน แม้พ่อฉันเสียตั้งแต่ฉันเรียน ป.3 พอจบ ป.4 จากโรงเรียน ที่มีครูคนเดียวสอน ป.1 ? ป.4 และ ป.1 มองเห็นทุกชั้นจนถึง ป.4 ก็ตาม ฉันอ่านออก เขียนได้ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ตามอัตภาพ ฉันอยากเรียนต่อมาก ยิ่งในชุมชนม้งดำแล้ว ( Hmoob leeg หรือ Hmoob ntsuab ) ไม่นิยมให้ลูกสาวเรียนหนังสือ ต่างกับม้งขาว ที่ยินดีให้ลูกสาวไปโรงเรียน

Hmong Children

ที่โรงเรียนฉัน มีสาวม้งดำคนเดียว นอกนั้นสาวม้งขาวหมด ฉันเลยต้องพูดภาษาม้งขาวกับเขาไปด้วย หลายคนคิดว่าฉันเป็นม้งขาว แต่แท้จริงม้งดำต่างหาก แต่ยอมเป็นแกะขาวในฝูงแกะดำ (หรือแกะดำในฝูงแกะขาวก็ไม่รู้) แม้ฉันจะได้ที่ 1 หรือ 2 ตลอดมา ตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา แต่เพราะฉันไม่สวยกระมังเลยไม่ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ แต่คนที่เรียนได้ที่รองจากฉันได้รับคัดเลือกไปเรียนแทน

ฉันแอบน้อยใจว่าครูช่างลำเอียง แต่ต่อมาฉันต้องขอบคุณคุณครูที่ไม่เลือกฉัน หากครูเลือกฉันไปเรียนศึกษาสงเคราะห์วันนั้น อาจไม่มีฉันในวันนี้ก็ได้ เพราะเพื่อนที่ได้รับคัดเลือกไปเรียน กลับเรียนไม่จบแม้ประถมปลายต้องออกมาเลี้ยงลูกแทน ฉันไม่ได้สมน้ำหน้าเพื่อน แต่ฉันสงสารเพื่อน และตำหนิชายที่เป็นสามีเพื่อนว่าทำไมชิงสุกก่อนห่าม

ในที่สุดฉันก็สมหวัง ฉันได้เดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตรครั้งแรกในชีวิตของเด็กดอยที่บินจากรังมาเพื่อศึกษาต่อโดยพักอาศัยในสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี กรุงเทพมหานคร หากนับชาวม้งแล้ว ฉันเป็นรุ่นแรกที่ได้เข้ามาเรียนที่นี่ แต่รุ่นพี่ ๆ ที่เป็น เย้า กะเหรี่ยง มูเซอร์ อีก้อ เขามาเรียนหลายรุ่นแล้ว รุ่นพี่ ๆ กำลังเรียนครูที่ วิทยาลัยครูจันทร์เกษม (ชื่อตอนนั้น) ตอนนี้เป็นคุณครู อยู่ในเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แต่ฉันไม่เจริญรอยตามรุ่นพี่ กลับผ่าเหล่ามาทำอาชีพอื่น และไม่เสียดายแต่ประการใด เอ๊ะ……หรือเราแก่จนต้องรำลึกความหลังให้ฟัง……

แต่เพราะ ?เวลา? ผ่านไปไวเหมือนสายน้ำ ที่ไหลแล้วไม่ย้อนกลับ เฉกเช่นเดียวกับชีวิตคนเรา ในช่วงเวลาจากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วและวันคืนไม่มีวันย้อนกลับมา เช่นเดียวกัน ขอให้น้อง ๆ ที่หลับ หรือสลึมสลือ อยู่จงตื่นเถิด เพราะชีวิตเราจะว่ายาวก็ยังยาวไกล แต่จะว่าสั้นก็สั้นนัก
ที่กล่าวมาเพียงจะบอกน้อง ๆ ที่หนีเรียน ไม่อยากเรียนหนังสือว่า มีคนอย่างพวกพี่ ๆ ที่เคยฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการเพื่อให้ตนเองได้เรียน ให้มีความรู้ทันกลุ่มชนอื่น จะได้ไม่ถูกหลอก สามารถยืนด้วยลำแข้งของตน ไม่ยืมจมูกใครหายใจ และที่จำไม่ลืม ก็คือลบข้อครหาว่า…….ผู้หญิงเรียนไปทำไม เดี๋ยวก็ท้องกลับมา แล้วแต่งงาน พ่อแม่ไม่ได้กินแรง พ่อแม่อุตส่าห์เลี้ยงจนโต ส่งเสียให้เรียน แต่เลี้ยงให้คนอื่นเขาเอาไปเป็นเมีย…..

ฉันสามารถลบข้อครหานี้ได้ แม้ไม่มีใครชมฉัน แต่อดภูมิใจนิด ๆ ที่คนดูถูกฉันเอาไว้หน้าหงายไม่เป็นท่า สะใจเหมือนกัน ฉันจึงตั้งปณิธานว่า หากมีโอกาสฉันต้องช่วยน้อง ๆ แม้ไม่ใช่สายเลือดแต่หากเขาเป็นม้ง ฉันจะช่วยให้เขาได้มีที่เรียน และเรียนให้มีอาชีพ หรือแล้วแต่ความสามารถของเขา เช่นขณะนี้ที่ฉันทำ อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

นับเป็นเวลา 14 ปีแล้วที่ฉันได้ช่วยชาวม้งที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ และ สังคม เพราะทำให้มีผลกระทบถึงเด็ก เยาวชนที่ยากจน และกำพร้าไม่สามารถเรียนต่อได้ โดยผู้ปกครองมาหาฉันให้หาสถานที่ให้บุตรหลานพวกเขาเข้ารับการศึกษาต่อ ในช่วงนั้นฉันได้รับการติดต่อจาก พันตรีสังเวียน คชรินทร์ ซึ่งเป็นนายทหารจากกองบัญชาการกองทัพไทย กำลังหาเด็ก เยาวชน ไปบวชเรียน ฉันจึงเรียนท่านว่ามีที่ที่จะรับเด็กเหล่านี้ทั้งที่บวชและไม่บวชไปศึกษาได้หรือไม่ ท่านจึงรับเด็กเหล่านั้นไปอยู่กับหลวงพ่อ พระมหาเหมือน วัดศักดิ์ ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวนมาก

ปัจจุบันเด็กและเยาวชนเหล่านี้ได้รับการศึกษา มีที่พักและมีการดูแลเป็นอย่างดี จากหลวงพ่อพระมหาเหมือน และพันตรีสังเวียน ฯ ซึ่งขณะนี้ท่านเกษียณอายุแล้ว มาช่วยหลวงพ่อดูแลอีกแรงโดยมาช่วยสอนหนังสือ และดูแลเด็กหลายรุ่นแล้ว ผลบุญที่หลวงพ่อได้อุปการะและให้การศึกษาเด็กม้งจำนวนมากนี้ ส่งผลให้หลวงพ่อ ซึ่งจากเจ้าอาวาสวัดศักดิ์ มาเป็น พระปริยัติยาธิคุณ เจ้าคณะอำเภอท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา ในปัจจุบัน หากใครที่อยู่ใกล้ก็แวะไปหาน้อง ๆ ได้ หรือจะนำอาหารไปเลี้ยงเนื่องในวันเกิด หรือเวลาถูกหวยรวยเบอร์ก็ดี

มีเด็กบางคนเรียนดีและจบมีงานทำ หลวงพ่อบอกว่าช่วงทอดกฐิน น้องคนนี้นำกองผ้าป่าไปถวายที่วัดศักดิ์ทุกปี หลวงพ่อและผู้พันเขาดีใจที่น้องคนนี้มีความกตัญญู รู้คุณ ต้องขอโทษที่จำชื่อน้องไม่ได้ แต่จำไม่ผิดคงทำงานที่บางปะอินนี่แหละ ส่วนน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ หากเรียนดี ทางบริษัทอาปิโก้ ประเทศไทย จำกัด สนับสนุนทุนการศึกษาให้จนสำเร็จระดับปริญญาตรี หรือแล้วแต่จะสอบอะไรได้เช่น ได้นายร้อย จปร. นายร้อยตำรวจ เขายินดีส่งเสียให้ น่ายินดีกับน้อง ๆ ด้วย ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ