ทุกๆ ชนชาติในโลกนี้ล้วนมีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งเป็นของชาตินั้นๆ นั่นคือ ภาษา และภาษาม้งก็นับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติม้ง ภาษาม้งจึงมีความสำคัญ เพราะนอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารสร้างความเข้าใจในสังคมกันเอง ภาษาก็ยังเป็นเครื่องมือแห่งการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาความคิด และนำไปสู่การถ่ายทอดวัฒนธรรมด้านต่างๆ และการที่พวกเราพูดภาษาม้งจึงเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกัน มีความผูกพันแน่นแฟ้นต่อกันในฐานะที่เป็นชาติเดียวกัน
แต่เนื่องจากสังคมม้งของเราต้องอยู่กระจัดกระจายตามประเทศต่างๆ ทั้งในแถบเอเชียและแถบตะวันตก จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้สังคมม้งได้รับเอาวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ทำให้อนุชนรุ่นหลัง ต้องปรับต้วให้เข้ากับสังคมพื้นเมือง และอิทธิพลทางด้านภาษาของประเทศนั้นๆ ทำให้เกิดการยืมคำจากภาษาต่างๆ มาใช้ในภาษาม้งอย่างมากมาย ซึ่งมีผลกระทบกระเทือนต่อภาษาม้ง เป็นเหตุให้หลายคนไม่เห็นความสำคัญของภาษาท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้การเรียนรู้ภาษาม้งลดลง และอยู่ในสถานการณ์ที่น่าวิตก
ชุมชนม้งในประเทศสหรัฐฯ กำลังเป็นห่วงว่าลูกหลานม้งไม่สนใจเรียนภาษาม้งของพวกเขา ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียการใช้ภาษาม้ง และวัฒนธรรมของม้งอาจสูญหายตามมาในอนาคตได้ เพราะทุกวันนี้ เยาวชนม้งทั้งที่มาเติบโตหรือเกิดในสหรัฐฯ มีจำนวนมากที่ไม่สามารถอ่านออกหรือเขียนภาษาแม่ของตนได้
สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองเป็นห่วงว่าในอนาคต วัฒนธรรมม้งจะสูญหาย เพราะภาษาม้งเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของสังคมม้ง และเป็นเครื่องมือที่สามารถแสดงให้เห็นวัฒนธรรมส่วนอื่นๆ ของคนม้งได้อีกมากมาย ช่วยให้เราสามารถศึกษาวัฒนธรรมตลอดจนเอกลักษณ์ของชนชาติม้งได้จากการศึกษาภาษาม้งนั้นเอง วัฒนธรรมที่ต้องใช้ภาษาม้งเป็นสื่อในการใช้และศึกษา ตัวอย่างเช่น หลู่ป้าหัว หลู่เต่า หลู่เจี้ย บทสวดคาถาต่างๆ บทเพลงในงานสมรส บทสวดในงานศพ และ ฯลฯ
ทั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและกิจการต่างๆ ที่ใช้ภาษาม้งเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสาร อย่างเช่น นิตยสาร เว็บไซต์ วิทยุ หนังละคร เพลง และรายการอื่นๆ กิจการเหล่านี้มีโอกาสต้องปิดลง ถ้าในอนาคตกลุ่มเป้าหมายไม่มีการใช้ภาษาม้งอีกต่อไป
คณะครูอาจารย์ ผู้ปกครอง และผู้นำชุมชนม้ง ในประเทศสหรัฐฯ ได้มีความพยายามส่งเสริมการใช้ภาษาม้ง ได้มีการวิวัฒนาการการเรียนการสอนภาษาของม้งเราให้ทันสมัยขึ้น มีการแต่งหนังสือเรียนภาษาม้ง เขียนพจนานุกรมภาษาอังกฤษ-ม้ง ทำโครงสร้างหลักไวยากรณ์ภาษาม้ง ให้คล้ายเหมือนภาษาอังกฤษ และมีการใช้กาลเวลาในภาษาม้ง หรือ Tense สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิวัฒนาการด้านภาษา เพื่อใช้ในการเรียนการสอนภาษาม้งแก่ลูกหลาน
ยังมีการนำเอาพยัญชนะตัวที่มักถูกลืม และไม่ค่อยได้ใช้กัน ถูกนำกลับมาใช้ให้มากขึ้น นั้นคือตัว G (G – giggaug อ่านว่า งอ – หงี่เหง่า) เพื่อให้มีพยัญชนะที่ออกเสียงคล้ายตัว ง – งู ในภาษาไทยหรือ คล้ายตัว –ng ในภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาไว้และเพื่อความสะดวกในการเขียนคำศัพท์ต่างๆ ให้มากขึ้น โดยมากพยัญชนะตัว G จะพบในการใช้กับประโยคในภาษาม้งที่ว่า (Tsov sib tom quaj giggaug อ่านว่า จ๋อซิ๊ต่อกั้วหงี่เหง่า)
นอกจากนี้ แต่เดิมที่ภาษาม้งเป็นภาษาที่ออกเสียงคำโดดๆ มีพยางค์เดียวเป็นส่วนมาก ได้มีการนำเอาคำศัพท์โดดๆ มาร่วมกันเพื่อให้เกิดเป็นคำศัพท์ใหม่ที่มีมากกว่าหนึ่งพยางค์ เช่น dabneeg แปลว่า นิทาน, tebchaws แปลว่า ประเทศ, nomtswv แปลว่า รัฐบาล, txawjntse แปลว่า ฉลาด อย่างนี้เป็นต้น
ชุมชนม้งยังมีการจัดตั้งโครงการอนุรักษ์และโครงการสอนภาษาม้งตามเมืองต่างๆที่มีพี่น้องม้งอาศัยอยู่ โครงการเหล่านี้ได้รับความร่วมมือพอสมควรทั้งจากภาครัฐ โรงเรียน และองค์กรของสังคมม้ง โดยทั่วไปแล้ว โรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาที่มีนักเรียนม้งเข้าศึกษาจำนวนมาก จะเปิดภาควิชาภาษาม้ง ทำการสอนโดยอาจารย์ม้ง โดยมากจะเปิดสอนหลังเลิกเรียนและช่วงหยุดพักเรียนซัมเมอร์
นอกจากนี้ ยังมีหลายวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในรัฐแคลิฟอร์เนีย, รัฐมินนิโซตา, และ รัฐวิสคอนซิน ที่เปิดสอนวิชาภาษาม้งให้กับนักศึกษาที่สนใจ โดยเฉพาะเหล่านักศึกษาม้ง การเรียนการสอนวิชาภาษาม้งในระดับอุดมศึกษา ส่วนใหญ่จะมีสามขั้น คือ ขั้นเริ่มต้น ขั้นกลาง และ ขั้นสูง แต่ละวิชาโดยมากจะมี 2-4 หน่วยกิต และค่าหน่วยกิตเริ่มที่ประมาณ $130-$320 เหรียญ
วิชาภาษาม้งที่ช่วยให้ผู้ศึกษาได้ร่ำเรียนประวัติของภาษานี้ ตลอดจนการเริ่มเรียนทีละขั้นจากการอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง เขียนคำศัพท์และเข้าใจความหมาย ร่วมทั้งนักศึกษายังมีโอกาสเรียนการเขียนเรียงความเป็นภาษาม้ง แต่งนิทานม้ง แต่งกลอน แต่งบทกวี เช่น หลู่ป้าหัว หลู่เต่า หลู่เจี้ย ถ้าเรียนจบและผ่านหลักสูตรทั้งสามระดับ นักศึกษาม้งก็จะสามารถใช้ภาษาม้งได้คล่อง และยังได้รับใบประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ ช่วยเพิ่มโอกาสให้พวกเขาเป็นบุคลากรที่ชำนาญในด้านภาษาม้ง และเพื่อโอกาสในการทำงานที่เกี่ยวกับด้านภาษา โดยเฉพาะด้านภาษาม้ง
เมื่อเร็วๆนี้ ที่เมืองเฟรสโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ก็ได้มีโครงการอนุรักษ์ภาษาม้ง ที่เป็นการร่วมมือระหว่างชุมชนคนม้งในสหรัฐฯกับบริษัทไมโครซอฟท์ เพื่อทำการบรรจุภาษาม้งเข้าสู่โปรแกรมระบบการแปลภาษาทางออนไลน์ของไมโครซอฟท์ (ดูได้ที่ http://www.microsofttranslator.com/ – EdiTor) ซึ่งมีภาษาม้งเป็นภาษาอันดับที่ 38 และ ณ เวลานี้ อาสาสมัครชาวม้งก็ได้ร่วมกันพิมพ์คำเข้าไปในระบบมากกว่าสี่หมื่นคำแล้ว
โครงการนี้ช่วยให้ภาษาม้งสามารถแปลภาษาอื่นๆ ได้ถึง 37 ภาษาในระบบนี้ และก็มีภาษาของประเทศในแถบเอเชียที่มีอยู่ในระบบ เช่น ภาษาไทย, จีน, เวียดนาม, ญี่ปุ่ญ, เกาหลี, ฮินดู, และ อินโดนีเซีย นับได้ว่าภาษาม้ง เป็นภาษาแรกของชนชาติที่ยังไม่มีประเทศ ที่ได้นำเข้าไปในระบบการแปลครั้งนี้ จากสาเหตุที่ภาษาของม้งเราใช้ตัวอักษรโรมัน ช่วยให้ง่ายต่อการใช้โปรแกรมแปลภาษาครั้งนี้ด้วย
ความพยายามเหล่านี้จะช่วยให้ลูกหลานม้งตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญ และหันมาสนใจภาษาแม่ของพวกเขาให้มากขึ้นได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่พวกเราทุกคน ว่าอยากเห็นวัฒนธรรมม้งเดินไปทิศทางใดในอนาคต วัฒนธรรมม้งจะทยอยล่มสลายหรือยั่งยืนคงอยู่ หัวใจหลักที่จะมาช่วยส่งเสริม คือ ภาษาม้ง ดังนั้น การอนุรักษ์ภาษาม้งจึงเป็นหน้าที่ของลูกหลานม้งทุกคน
แต่สิ่งที่กำลังท้าทายสังคมม้ง คือทำอย่างไรให้ลูกหลานม้งสามารถเรียนรู้ภาษาราชการของประเทศนั้นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงรักษาภาษาม้งไว้ได้ต่อไปอย่างมั่นคง…

สำหรับแนวโน้มหลายอย่างของม้งไทย (หรือในเอเชีย) เราสามารถดูได้จากความเป็นไปของทางม้งอเมริกา ฉะนั้นการได้เห็นความเคลื่อนใหวของพี่น้องม้งในอเมริกา หรือยุโรป จะทำให้เราๆ ม้งไทยและในเอเชียจะสามารถเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น (เมื่อเวลานั้นมาถึง)
ใบประกาศนียบัตรทางด้านภาษาม้ง ทำให้น่าคิดว่า เราคนม้งแท้ๆ จำเป็นต้องใช้ใบประกาศนียบัตรดังกล่าวหรือ ..สำหรับผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นอีกเรื่อง
ถ้าเราไม่รักษาภาษาม้งไว้ อีกหน่อยอาจมีสอบใบรับรองภาษาม้ง ..ผ่าน แปลว่าคุณมีสถานะเป็นม้ง!
สำหรับป้าแล้วไม่กลัวเลยค่ะ จะสอบเหรอ???? เอามาเล้ย!!!!! สู้ตายอ่ะ
เพราะการเขียนภาษาม้งมันอยู่ในสายเลือดของป้าแล้ว(จำได้ตอนเด็กๆประมาณ ป.3ถูกพ่อจับมานั่งเรียนตอนเย็นทุกวันเลยแถมไม่พอพ่อมีข้อสอบให้ทำอีก แต่เด็กก็คือเด็กเนอะห่วงเล่นมากกว่า พอสอบไม่ได้ก็โดนพ่อดุ สอบอยู่นั่นแหล่ะจนกว่าจะได้…เอิ๊กๆๆๆ)จนทุกวันนี้ถึงแม้จะไม่เคยได้ใช้เลยแต่ก็ไม่เคยลืมนะ มีบ้างถ้าคำที่ต้องควบกล้ำหลายๆตัวอาจจะต้องสะกดในใจสักพัก
แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าใครที่คิดจะเรียนนะให้เปรียบเทียบง่ายๆกับภาษาอังกฤษแล้ว ภาษาม้งง่ายกว่าเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆ ใช่หรือป่าวคะคุณEditor????
ลึกๆแล้วรู้สึกดีใจที่คนสมัยนี้ยังรู้จักตระหนักถึงความสำคัญของภาษาม้ง ถ้าเป็นแบบนั้นจริงภาษาม้งก็คงไม่สูญหายไปใหน
ป้าครับ ยอมรับว่าภาษาม้งง่ายกว่าเยอะครับ เพราะเราสามารถเข้าใจความหมายของคำที่เราเขียนได้ไวกว่า ถึงจะมีการผสมพยัญชนะหลายตัว แต่เมื่อเทียบกับคำศัพท์หลายพยางค์ของภาษาอังกฤษแล้ว ถือว่าภาษาม้งง่ายกว่ามากครับ ..ที่สำคัญเราได้เปรียบเรื่องสำเนียงครับ :)
อนาคตเราอาจจำเป็นต้องมีภาษาสำหรับสื่อสารเฉพาะกลุ่ม เพื่อประโยชน์อะไรบางอย่าง ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกหลานต้องลำบากในการเรียนรู้ใหม่ เราก็ควรรักษาไว้ให้ลูกหลานครับ
ป้าเห็นด้วยอย่างแรงค่ะคุณ Editor
เคยไปร่วมโครงการเสวนาเรื่องภาษาม้ง และก็มีโอกาสได้เห็นคณะครูอาจารย์ที่สอนภาษาม้ง มาถกเถียงเรื่องการใช้ภาษาม้งจั๊ว ม้งเด๊อว…บางคนก็ว่าครูม้งควรรู้ทั้งสองสำเนียง ถึงจะสอนได้ดีให้กับนักเรียนที่พูดม้งจั๊วและม้งเด๊อว…เรื่องอย่างนี้ ครูม้งควรรู้ทั้งสองสำเนียงหรือเปล่าครับ?(ผมคิดว่าก็สมควรน่ะ แต่มาส่งเสริมการใช้การเรียนภาษาม้งก่อนน่าจะดีกว่า)
ก็เคยค้นๆดูตามเน็ต และก็เห็นม้งในไทยมีโครงการส่งเสริมการเรียนภาษาม้งหลายๆอย่าง ก็น่ายินดีน่าสนใจมากครับ
ว่าแต่ภาษาม้งสำเนียงม้งจั๊วมีคำศัพท์หลายๆอย่างที่ผมเองก็ไม่รู้ความหมาย และบ่อยครั้งที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคำในภาษาม้งอย่างนั้นด้วย…(นี่ทั้งๆที่ผมเป็นคนพูดสำเนียงม้งจั๊ว คงเพราะเติบโตและแวดล้อมไปด้วยเพื่อนๆที่พูดแต่สำเนียงม้งเด๊อว…เอาผิดใส่เพื่อนไปก่อน)
แต่ผมก็เห็นด้วยกับคุณEditor ครับ ที่ว่าภาษาม้งนั้นง่ายกว่าภาษาอื่นๆ เพราะพวกเราได้เรียนรู้ด้านการพูดการฟัง จึงเหลือแต่ด้านการเขียนและอ่าน ภาษาม้งจึงน่าจะง่ายสำหรับคนม้ง แต่เดี๋ยวนี้ก็มีเรื่องไวยากรณ์มาเพิ่มอีก อนาคตถ้าจะให้ลูกหลานรู้ทัน คงต้องเรียนรู้หลักไวยากรณ์ในภาษาม้ง
ต้องขอขอบคุณ ผู้ที่มีอุปการะคุณ ประดิษฐ์ อักษรให้ม้งได้ใช้ บันทึกเล่าเก็บ เรื่องเล่า วัฒนธรรม ประเพณี ของม้งไว้
คิดว่า ภาษาม้งคงไม่สูญหาย หากเราคนม้งยังมีลมหายใจและมีลูกหลาน ที่เกิดใหม่ อยู่ ทุกวันนี้
ผมคนหนึ่งหละที่สนใจและศึกษา ชาติกำเนิดของตนเอง
ถ้าเราสามารถนำประเด็กหรือวิชาเรียน ด้านวัฒนธรรมและภาษา เข้าบรรจุเป็นวิชาเลือกของ หลักสูตรระดับ ประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา ในประเทศไทยหรือทุกประเทศที่มีม้งอยู่ ก็คงดี ที่จะอนุรักษ์ สือสาน วัฒนธรรมและภาษาของม้ง และคงดำรงอยู่กับม้งไปตลอดไป คิดว่าน่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งของการดำรงรักษา ให้คนรุ่นต่อๆไปได้ อย่างไม่สูญหาย
สวัสดีครับ ผมชื่อ นัท เป็นนักศึกษา ป. โท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผมสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมภาษาม้ง ซึ่งหลังจากอ่านบทความนี้
ทำให้เข้าใจถึงปัญหา และครอบงำของจากวัฒนธรรมภาษาของชาติอื่น
ที่อาจทำให้หลงลืมภาษาม้ง และการเขียนของตัวเองได้
ตอนนี้ผมกำลังสนใจทำสารคดีเกี่ยวกับวัฒนธรรมภาษาม้ง เพื่อสะท้อน
ถึงความสำคัญของภาษา และการครอบงำของภาษาอื่น
ผมจึงอยากขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากเพื่อนๆชาวม้ง ในนี้ อาจจะขอรบกวน
เวลาสัมภาษณ์ข้อมูลเพิ่มเติม และบันทึกเรื่องราวนิดหน่อยครับ
ถ้าสะดวกช่วยเหลือ รบกวนติดต่อมาที่ Email : nutsakphoto@gmail.com หรือ โทร 0816489208 นะครับ ยิงมาก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะติดต่อกับไปครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
นัท