สร้างม้ง ต้องสร้างวินัย

ก็ขอกราบสวัสดีงามๆ ท่านผู้อ่านทุกท่าน หายหน้ากันไปบ้างก็ต้องขออภัย ช่วงนี้ใช่ว่าผมจะหายไปจาก ม้งเอเชีย เท่านั้น เว็บโซเชียลอื่นๆ ผมเองก็ไม่ได้โผล่หัวไปหลายวันแล้ว หลายคนคงคิดว่า EdiTor แกล้งหายตัวเพื่อให้คนคิดถึงหรือเปล่า ..สั้นๆ เปล่านะ

ไม่ว่าในชีวิตออฟไลน์หรือออนไลน์ หากเราอยากได้ในสิ่งที่ดีกว่าหรือสิ่งที่ผู้คนฝันหา จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องแข่งขันและบางครั้งถึงกับต้องแย่งชิงมันมา (ในกรอบของความถูกต้องชอบธรรม) ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการค้าขาย หรือการยังชีพนั่นเอง ..อนาคตเราอาจต้องแย่งน้ำแย่งอากาศกัน

และผมเองก็เหมือนกัน ต้องแข่งขัน ..การแข่งขัน และความเห็นแก่ตัวแ่ค่เส้นบางๆ คั่น

เรื่องราวน่าเศร้าที่คนญี่ปุ่นประสบอยู่ในขณะนี้ ได้สะท้อนให้พวกเราเห็นหลายๆ สิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้าอากาศจากนี้ไป หรือกรณีการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ที่สำคัญกว่าอื่นใดคือ ความมีระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่น

สินามิ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด คือสิ่งที่มนุษยชาติไม่อาจหยุดยั้งได้ แต่ความโกลาหล อลหม่าน อยู่ในวิสัยที่มนุษย์สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตามหากสังเกตุจะเห็นได้ว่า เหตุการณ์สำคัญในหลายๆ ประเทศ เมื่อเกิดความไม่แน่นอนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นจากภัยธรรมชาติหรือภัยการเมือง ผู้คนมักจะแตกตื่นและสุดท้ายมักจะจบลงด้วยการจลาจล ..ทั้งนี้เป็นเพราะความกลัวของมนุษย์นั่นเอง

แต่ที่ญี่ปุ่น หลังจากสินามิถล่มเมืองลงอย่างราบคาบแล้ว ชาวญี่ปุ่นที่เหลือรอดก็ไม่ได้กระทำการใดๆ เพื่อซ้ำเติมวิกฤติการณ์ครั้งนี้ ดังจะเห็นได้จากการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชนด้วยกันเอง ดูได้จากการต่อแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อหาอาหาร การต่อแถวเป็นวันเพื่อเติมน้ำมัน

ซึ่งที่เราเคยเห็นๆ มา เหตุการณ์ในหลายๆ ประเทศ เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับญี่ปุ่น อาจมีการจลาจลของฝูงชนตามมา จะมีการปล้นสดมร้านค้า ..หรือแม้กระทั้งปล้นอาหารและสิ่งของที่หน่วยกาชาดมาแจกจ่าย

ทีนี้ลองหันมามองเมืองไทยของเรากันบ้าง ซึ่งไทยเรามักจะภูมิใจนักภูมิใจหนาว่า ไทยเราไม่เหมือนชาติใดในโลก (อย่างโน็ต อุดม พูดเอาไว้ Thailand Only) วันก่อนเห็นข่าวทีวีมีรถกระบะบรรทุกปลาพลิกคว่ำ ปลาจำนวนหลายตันเทกระจายไปทั่วบริเวณ แล้วไทยมุงบ้านเราก็แปลงกายเป็นโจร (โจรในคราบไทยมุง) แย่งกันเก็บปลาเพื่อเอากลับบ้าน จากในภาพข่าวจะเห็นมีตั้งแต่เด็กเล็กยันคนแก่หัวหงอก บางคนเมื่อเห็นกล้องนักข่าวก็แสดงท่าทางขวยเขินเหมือนตัวเองกำลังออกเรียรีตี้โชว์ยังไงยังงั้น แล้วก็ก้มหน้าเก็บปลาต่อไป ..อย่างแข็งขัน

ส่วนคนขับรถหลังจากตะโกนห้ามไปหลายทีแต่ชาวบ้านไม่ฟัง จึงเป็นตัวคนขับเองที่ต้องหลบฉากมายืนไกลๆ มองตาปริบๆ โดยคนขับบอกว่า ถ้าตัวเองพูดมากกว่านี้ก็เกรงจะถูกชาวบ้านทำร้าย ..ใครล่ะจะกล้าไปยุ่งกับฝูงชนที่กำลังคลั่ง

เมื่อพูดถึงวินัย ผมมีอีกเรื่องที่อยากจะแชร์เพราะเพิ่งประสบมาเมื่อวานนี้เอง เรื่องมีอยู่ว่าผมนั่งรถตู้โดยสาร (รามฯ-รังสิต) พอมาถึงป้ายๆ หนึ่ง มีผู้ชายอายุประมาณสามสิบปลายๆ แต่งตัวดี พรวดพราดเบียดคนอื่นๆ ที่รอรถอยู่ที่ป้ายนั้น ผมเห็นว่ามีผู้หญิงสองคนเดินมาถึงประดูรถก่อน แต่ชายคนนั้นก็เบียดเข้ามาเปิดประตูชะเง้อมองในรถ พอดีว่าเหลือที่ว่างที่เดียว เค้าจึงรีบขึ้นมานั่ง โดยไม่สนใจว่าเค้าเพิ่งจะเบียดแย่งที่นั่งกับเพศหญิงสองคน เมื่อรถออกแล้วชายคนนี้ก็พูดกับคนขับว่า “โชคดีจังเลย เกือบไม่ได้รถแล้วเชียว ..คันไหนคันไหนก็เต็ม”

ชายผู้นี้นั่งอยู่หน้าผมเอง ผมก็คิดในใจว่า โชคดีอย่างเดียวไม่พอหรอก ต้องหน้าด้านด้วย ..ระเบียบวินัยจะมีมากขึ้น ขอแค่เราลดความเห็นแก่ตัว

มาถึงม้งเรา ถ้าพูดถึงชุมชน ความมีระเบียบวินัยนั้นต้องอาศัยคนหลายๆ คน จึงจะเกิดความเป็นระเบียบขึ้นในชุมชน และหากวันนี้เราเริ่มต้นปลูกฝังวินัยในตัวเด็กๆ ต่อไปในภายภาคหน้า ชุมชนม้งของเราก็จะเต็มไปด้วยบุคคลที่มีประสิทธิภาพ และการที่เราจะปลูกฝังความมีวินัยแก่เด็กๆ ได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากการทำให้เด็กๆ เห็นเสียก่อน และต้องทำอย่างเข้มข้นจังจังด้วย จึงจะสามารถซึมซับไปสู่เด็กๆ ได้ ..และจงอย่าได้ปล่อยให้หน้าที่นี้เป็นของโรงเรียนแต่เพียงลำพัง เพราะผลงานของโรงเรียนก็อย่างที่เห็น รถบรรทุกปลาคว่ำ

หากไม่รู้จะเริ่มต้นจากที่ไหน ก็ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการให้ความร่วมมือกับชุมชน เมื่อมีมติใดๆ ของชุมชนออกมา ก็ขอให้เคร่งครัดในมตินั้น

แน่นอนว่าเส้นทางยาวไกล แต่เราต้องลุกขึ้นเดินแล้ว