สาวม้งเอย ยามเมื่อเจ้าแต่งงานเจ้าปรึกษาใคร

เมื่อพูดถึงเรื่องการแต่งงานของม้งเรา มีเรื่องราวมากมายที่สมควรแก่การพูดถึง ไม่ว่าเรื่องขนบธรรมเนียม พิธีกรรม เรื่องอายุที่เหมาะสม เรื่องการฉุดที่ยังเห็นอยู่ในหลายพื้นที่ และอีกมากมาย

วันนี้จึงขอหยิบฉวยเรื่องๆ หนึ่ง จากเรื่องราวข้างต้น มาตีแผ่ให้พวกเราได้ลองพิจรณากัน มันคือความเจ็บปวดหนึ่งของผู้เป็นพ่อแม่ ที่เลี้ยง และอุ้มชูจนลูกสาวเติบใหญ่ ส่งเสียจนได้รับการศึกษาดีๆ ผู้เป็นพ่อแม่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าการขอให้ลูกสาวมีความรู้ และยืนหยัดอยู่ได้ในโลกยุคปัจจุบัน

หากโชคดีหน่อย อาจได้รับการเลี้ยงดูจากลูกสาวบ้าง ในยามที่เธอยังไม่ออกเรือน พ่อแม่บางคนอาจโชคดีมากกว่านั้น แม้ตัวลูกสาวจะออกเรือนไปแล้ว ก็ยังคงให้การเลี้ยงดูผู้เป็นพ่อแม่ โดยมิให้ต้องลำบาก

แต่กับพ่อแม่อีกหลายคน ต้องมาหัวใจสลาย เมื่อลูกสาวหนีตามผู้ชาย แต่งงานโดยไม่ให้ผู้เป็นพ่อแม่ได้รับรู้ พ่อแม่จะรู้ก็ต่อเมื่อทางฝ่ายชายมาส่งข่าวแล้ว

ภายในแค่สองเดือนที่ผ่านมา เกิดเรื่องลักษณะดังกล่าวแล้วถึงสองครั้ง กับครอบครัวที่ผมรู้จัก

รายแรกเป็นเรื่องราวของเด็กสาวที่เพิ่งจบการศึกษา แม้แต่ใบปริญญาก็ยังไม่ได้รับ พ่อแม่ก็เฝ้ารอที่จะร่วมรับปริญญาของลูกสาวด้วยความสุขใจ แต่แล้วสิ่งที่ผู้เป็นพ่อแม่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ลูกสาวได้หายตัวไป และมีคนมาแจ้งว่าลูกสาวเป็นคนของบ้านนั้นไปแล้ว

ด้วยความเสียใจ และผิดหวังในตัวลูกสาว ผู้เป็นพ่อแม่จึงไม่อาจอยู่บ้านในวันที่ฝ่ายชายมาเยี่ยมได้

แน่นอนว่าสุดท้ายแล้วลูกสาวทุกคนต้องแต่งงานออกเรือนไป ผู้เป็นพ่อแม่ก็เข้าใจ แต่ไม่ใช่สำหรับกรณีเช่นนี้ กรณีนี้ผู้เป็นพ่อแม่เสียใจที่ลูกสาวไม่ได้ปรึกษาใดๆ กับพวกท่านเลย และที่ผิดหวัง ก็ผิดหวังตรงที่อุตส่าห์ส่งเสียจนเรียนจบระดับปริญญา แต่ก็ดูเหมือนการศึกษาไม่ได้ช่วยพัฒนาตัวลูกสาวแต่อย่างใด การแต่งงานยังเป็นไปในรูปแบบที่คนม้งเมื่อหลายสิบปีก่อนเค้าทำกัน คือแต่งก่อนแล้วค่อยแจ้งให้ทางบ้านทราบ

จากที่ควรเป็นเรื่องน่ายินดี งานแต่งนี้จึงกลายเป็นเรื่องเศร้าสำหรับผู้เป็นพ่อแม่

อีกกรณีหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อตอนกลางเดือน เป็นเรื่องราวของสาวน้อยที่เพิ่งจะจบชั้น ม.3 ยังไม่ทันได้ขึ้น ม.4 เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อพ่อแม่ทำงานอยู่ที่ไร่ แล้วลูกสาวก็ตัดสินใจตามผู้ชายไป

สำหรับเรื่องนี้ฝ่ายชายหญิงอายุไล่เลี่ยกัน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเศร้า ไม่เฉพาะผู้เป็นพ่อแม่ แต่รวมถึงญาติผู้ใหญ่อีกหลายๆ คน ที่จริงควรจะเรียกว่าน่าอนาถใจเสียมากกว่า เพราะมองไม่เห็นอนาคตของคนทั้งคู่ แทนที่จะตั้งใจเรียนหนังสือต่อไป และมีอนาคตที่ดี หรืออย่างน้อยก็มีความรู้เพื่อที่จะอยู่รอดได้ในโลกยุคนี้

เพียงแค่สามคืนก่อนกลับมาเยี่ยมพ่อตาแม่ยาย หนุ่มสาวทั้งคู่ก็ได้เริ่มต้นตรากตรำกับงานไร่งานสวนเสียแล้ว เพียงแค่สามวัน ฝ่ายหญิงกลับมาบ้านอีกครั้งด้วยสีหน้าหมองคร้ำ พร้อมกับร่ำไห้ เค้าไม่เคยต้องทำงานหนัก เค้าเคยใช้แต่หม้อหุงข้าวไฟฟ้า แต่เมื่อไปถึงบ้านของฝ่ายชาย สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนไป

ที่สำคัญฝ่ายชายยังวัยรุ่นมาก ใจร้อน หึงหวง ผมเผ้าเกาหลี นั่งโต๊ะพิธีกางเกงบ็อกเซอร์โผล่โชว์กัน

ในวันกินเลี้ยง แขกเหรื่อและญาติผู้ใหญ่มาร่วมงานมากมาย แต่ไม่มีคนไหนเลย ที่แสดงถึงสีหน้าแห่งความยินดี เพราะมองมุมไหนก็ไม่เห็นความน่ายินดี สิ่งที่เห็นมีแต่ความยากลำบากที่รอคนทั้งคู่อยู่

นี่แหละสาวม้งเอย ยามเมื่อเจ้าแต่งงานเจ้าปรึกษาใคร พ่อแม่ของเจ้าเลี้ยงดูเจ้าจนเติบใหญ่ สิ่งสุดท้ายที่เจ้าพอจะทำให้ท่านทั้งสองมีความสุข คือวันที่เจ้าแต่งงานออกเรือนไป แต่เมื่อเรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้ แทนที่จะเป็นเรื่องสุขใจ ท่านทั้งสองกลับต้องมาหัวใจสลายเพราะเจ้า

แน่นอนวันที่เจ้าแต่งงาน พ่อแม่ย่อมเศร้าใจที่เจ้าจากไป แต่ท่านทั้งสองก็สุขใจที่เจ้าเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ยิ่งเจ้าได้คนดีเป็นคู่ครอง พ่อแม่ย่อมหมดห่วงในตัวเจ้า

หลายคนอาจรับได้กับเหตุการณ์เหล่านี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า มันเกิดขึ้นบ่อยๆ ในสังคมม้งเรา จนมันกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับเรา จนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตม้งเรา …

…มันก็อาจจะจริงตามนั้น แต่คำถามคือ เมื่อใดก็ตาม ที่คุณกลายเป็นพ่อคนแม่คนแล้ว คุณจะยังยอมรับกับเหตุการณ์เหล่านี้ได้อยู่อีกหรือไม่

21 Comments

  1. Dome-doi

    พี่เอง ก็รับไม่ได้ พี่แต่งงานตอนอายุ 24 ถ้าคนม้งเขาว่าเป็นสาวแก่ แต่พี่ไม่สน ในเมื่อไม่มีใครที่ใช่….จะแต่งทำไม เมื่อวันที่เราพบคนที่ใช่พี่แจ้งแม่ ญาติ ๆ แต่พอ หลาน ๆ ทำอย่างในเรื่องที่อ่าน พี่เลยรับไม่ได้จริง ๆ โชคดีที่ไม่มีลูกสาว ไม่งั้นช้ำอ่ะ

  2. คนไกล

    อันนี้ต้องทามใจครับ เพราะฟามรักทำให้โลกนี้ไร้ซึ่งแสงของการมองเหง แต่ก้อน่าเหงใจอยู่ไม่น้อยเลย สำหรับผู้ให้การเลี้ยงดูมาตั้งแต่ฝ่า…เท่าฝาหอย

  3. มะระหวาน

    เราชาวม้งควรเปลี่ยนได้แล้วเรื่องอย่างนี้ แล้วหันมาเรียนเอาจริงจัง
    เมื่อการงานมั่นคงแล้วค่อยแต่งก็ได้
    อีกอย่างสาวม้งไม่ต้องกลัวว่าจะแก่ได้แล้วรีบแต่งงาน หากคุณมีการงานที่ดีมีเงืนใช้แล้วไปแต่งหน้าใส่เสื้อผ้าสะอาดรับรองสามสิบห้าคุณยังสวยน่านอน แล้วผู้ชายที่ไหนจะไม่มองและรักคุณแล้ว

    จากมะระหวาน

  4. pornsawan

    ได้อ่านบทความของ คนเล่นหมอก แล้ว รู้สึกสะเทือนใจ ด้วยว่า ครั้งนึง เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง ด้วยเหตุว่า ยังเรียนไม่ทัีนจบด้วยซ้ำ แต่ก็พยายามเรียนจนจบปริญญา และทุกวันนี้ แม้จะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไม่ได้ แต่ก็พยายามชดเชยสิ่งนั้น และ จะทำให้ดีที่สุด เพื่่อทดแทนพระคุณพ่อแม่

    ณ ตอนนี้ก็มีลูกสาวตัวน้อยๆแล้ว และ คงจะยอมรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเราเคยผิดพลาดมาก่อน

    จึงอยากฝากให้น้องๆรุ่นหลัง ช่วยคิดสักนิด ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานไป เพราะมันไม่ใช่จุดจบของความรัก แต่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น ของความรักและปัญหาต่างๆ

  5. ฒ. ผู้เฒ่าตาโต

    ก็เห็นด้วยนะ ที่ว่าต้องศึกษาหาความรู้เสียก่อน แต่ความคิดเรื่องนี้คงต้องอาศัยคนรุ่นพวกเรานี่แหละเป็นผู้เริ่มต้น เพราะว่าผู้ใหญ่ส่วนมากมักจะมองว่าเป็นการสิ้นเปลือง เรียนสูง เรียนจบปริญญาแล้วต้องมาทำไร่ ทำสวน ไม่ได้เป็นเจ้าคนนายคน จะเรียนไปทำไม โดยเฉพาะลูกสาวมักจะถูกมองว่าเรียนสูงไปก็ไม่ได้ประโยชน์กับผู้เป็นพ่อแม่ แต่ผมไม่คิดเช่นนั้น รวมถึงพ่อแม่ผมเองก็ไม่คิดเช่นนั้น ผมคิดเพียงว่าน้องสาวผมมีการศึกษาไม่ถูกเอาเปรียบ และสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้

    ตัวผมเองก็คิดว่าคนที่ผมจะแต่งงานด้วยก็ควรมีการศึกษาในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับผม เพราะผมต้องการคู่ชีวิตที่เป็นที่ปรึกษาได้ ไม่ใช่เอาไว้ใช้แรงงาน ส่วนอายุนั้นผมมองว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เราได้ผ่านมาและจะได้นำไปใช้ในการดำรงชีวิต

    ส่วนอีกประเด็นที่ผมมีความเห็นแตกต่างจากเจ้าของบทความ ก็คงเป็นเรื่องไปกับผู้ชายก่อนแล้วค่อยแจ้งให้ผู้ใหญ่ฝ่ายผู้หญิงรู้ภายหลัง (ผมไม่ขอใช้คำว่าหนีตาม) ผมมองว่าเป็นวัฒนธรรมที่ยึดถือปฏิบัติกันมามากกว่า ทั้งนี้และทั้งนั้นมันก็มีเหตุและผลในตัวของมันเอง และวิธีนี้ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่หนุ่มม้งส่วนใหญ่เลือกใช้ถ้าจะแต่งงานกับสาวม้งด้วยกันเองเพราะเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีการแต่งงาน โดยเท่าที่ผมได้พบได้เห็นมาฝ่ายผู้ชายเองก็ไม่ปล่อยให้มันเนินนานเลย เพราะทันที่ตกลงกับฝ่ายหญิงได้แล้วก็จะแจ้งให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงทราบทันที เค้าเรียกว่า “Txhab xo” และผมเองก็เชื่อว่าพ่อแม่ผู้หญิงเค้าก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าลูกสาวมีแฟนเป็นตัวเป็นตน และมันก็ไม่ใช่การหนีตามนะรวมถึงฉุดด้วย ถ้าฉุดผมแจ้งความอย่างเดียวเท่านั้นแหละง่ายดี

    แต่หากมองว่าวิธีแรกนั้นจะก่อให้เกิดความเสียใจกับพ่อแม่ผู้หญิงมาก เค้าก็มีทางเลือกให้ โดยการ “Nqes Tsev Hais” แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยนิยม เท่าไหร่นัก

    แต่สุดท้ายทุกอย่างก็มีการเปลี่ยนแปลงได้ไปตามสภาพสังคม และจะแต่งงานกันด้วยวิธีการไหนถ้ามีการศึกษาดีแล้วที่ผู้หญิงและผู้ชาย และรักกันจริง คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

  6. โดมดอย

    เศร้าใจจริง ๆ เรื่องลูกสาว แต่ไม่ใช่ลูกเรา แต่หลานชายห่าง ๆ เป็นแซ่เดียวกัน ช่วงปีใหม่ไปเที่ยวเชียงใหม่ และไปได้สาวหน้าตาดี มีฐานะกำลังเรียน ปวช.2 ปรากฏว่าน้องท้อง พ่อแม่ไปค้าขายทางใต้ กลับมาบ้านรู้ข่าวพ่อหัวใจสลาย เพราะเจ้าผู้ชายหนัวสือไม่เคยเรียน เกเร ดมกาว ชวนพวกไปตีหนุ่มต่างถิ่น สารพัดเลว ๆ ทำหมด ทำไม้….ทำไมสาวเจ้าเรียนมาตั้งเยอะแต่ตาต่ำเป็นตาตุ่ม รู้ว่าหนุ่มต่างจังหวัดก็ไม่สนอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบเลยหรือไง….เป็นกำพร้าบ้านไม่มีอยู่อาศัยพี่ชายอยู่ งานไม่ทำ หาแต่ดมกาว ….แล้วแม่สาวน้อยชีวิตเธอจะเป็นอย่างไร แม้ยินยอมมากับชายที่เธอพลาดท่าเสียทีให้เขาจนท้อง แต่อนาคตเธอยังมองไม่เห็นเลย น่าสงสาร ลูก ๆ ที่เป็นสาวทั้งหลายเอ๋ย…ขอร้องนะลูก อย่าใจง่าย ผัวมีเมื่อไหร่ได้หมดกับpornsawan บออกไว้ แก้ไขสิ่งผิดที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้วนะ กันไว้ก่อนดีกว่า อย่าหลวงไหลในคำหวานจะช้ำระกำใจไปตลอดชีวิตจ้ะ..เตือนด้วยความหวังดี

  7. คนเล่นหมอก (Post author)

    มะระหวาน พูดเข้าท่า มีเพื่อนอยู่สองสามคนอายุย่าง 30 แต่พวกเธอก็บ่ยั่น ยังหมั่นทำงานเป็นสาวสมาร์ทมาดเทห์ จนพวกเธอค้นพบแล้วว่า สวยเลือกได้ นั้นเป็นยังไง

    ฒ. ผู้เฒ่าตาโต แน่นอนว่ากรณีด้านบนไม่ใช่การหนีตามครับ ผมจึงเลือกใช้คำว่าตาม (ไม่ใช่หนีตาม) เพราะหนีตามต้องหมายถึงพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับทราบและไม่ยินยอม หนุ่มสาวอาจตัดสินใจหนีตามกันไป แต่กรณีที่เขียนถึงข้างบนคือ ฝ่ายหญิงยินยอมตามฝ่ายชายไปแต่โดยดี โดยไม่ยอมบอกกล่าวผู้เป็นพ่อแม่

    สาวน้อยหนุ่มน้อย อย่าให้เกิดมาต้องเสียชาติเกิด คนเราอายุเฉลี่ย 70-80 ทำไมไม่ใช้สัก 30 ปีเพื่อตัวเองล่ะ เพื่อศึกษาหาความรู้ เพื่อหาประสบการณ์บนโลกกว้าง แต่นี่แค่ 15-17 ก็ล่ามโซ่ชีวิตตัวเองเสียแล้ว นึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออีก 50-60 ต่อไปยังไง บนเส้นทางชีวิตที่แสนจะยากลำบาก

    บางคนยังเถียงว่า บางครั้งคนจบสูงยังสู้คนจบประถมไม่ได้ คนอยู่กรุงสู้คนทำไร่อยู่บ้านไม่ได้ นั่นเป็นเพราะคุณเลือกที่จะพูดถึงแต่กรณีนั้น จงมองให้กว้าง หรือจะลองเทียบเป็นเปอร์เซนต์ดูก็ได้ ….แต่หากคุณเลือกที่จะใช้มันเป็นข้ออ้าง มันก็คงเป็นเรื่องของคุณแล้วหล่ะ

  8. Pseudo_HT

    อันที่จริงสำหรับนะคับ ผมว่า การที่จะแต่งงานนั้นมีอยู่ไม่กี่กรณีครับ

    อย่างแรกนะครับ เป็นสิ่งที่ทั้งสองนั้นได้ตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกัน ซึ่งก็มีทั้งที่พร้อม และยังไม่พร้อม แต่ความรู้สึก ณ ตอนนั้น คิดว่าจะอยู่ด้วยกันได้ แล้วจะตั้งครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งในกรณีนี้จะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตคู่นั้นค่อนข้างสูงมาก ไม่ว่าจะจบสูงระดับ ป.เอก หรือว่า ป.4 หรือว่า ป.1 หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้เรียนก็ตามแต่ครับ

    กรณี่ที่สอง คือ มีการผิดพลาด จนทำให้เกิดท้อง หรือไม่ก็กำลังคบหากัน แล้วฝ่ายพ่อแม่บอกว่าเสียหายต้องแต่ง กรณีนี้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้น้อยกว่ากรณีที่หนึ่งครับ เพราะโดยส่วนมากแล้วถ้าท้องแล้ว หรือว่าคบหากันแล้ว แสดงว่าทั้งสองน่าจะมีการดูใจกันมาก่อนแล้ว เพราะหากไม่ได้มีการดูใจ แสดงว่ามีการข่มขืนเกิดขึ้น แต่ในที่นี้ก็ขอให้เป็นกรณี่ที่ดูใจกันก่อนนะคับ

    กรณีที่สาม คือ การฉุด ไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือว่าไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม ซึ่งกรณีนี้ก็เข้าข่ายการข่มขืนเหมือนกันครับ แต่ในสังคมม้งโดยเฉพาะสมัยเก่า ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นการผิดประเพณีครับ ในกรณีนี้โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตคู่นั้นมีค่อนข้างน้อย เพราะไม่ได้เกิดจากการสมยอมแน่นอนครับ

    และอีกกรณี ที่เลี่ยงไม่ได้คือ กรณีของการคลุมถุงชนครับ กรณี้นี้พ่อแม่ มักเป็นคนหาคู่ให้ครับ อันนี้เหมือนซื้อหวยเลยครับ ถ้าได้คนดีหรือถูกใจ เข้าใจกันได้ ก็มักจะประสบความสำเร็จในชีวิตคู่สูง ครับ แต่หากเข้ากันไม่ได้ กรณี้นี้ก็เปิดอีกกรณีที่จะทำให้มีการเลิกกันมากที่สุด

    แต่ไม่ว่ากรณีไหนก็ตามนะครับ สำหรับผมแล้ว ผมว่าไม่ต้องมีการศึกษาที่ดีเลิศ ไม่จำเป็นต้องรวยเลิศเลอ ไม่ต้องมีความคิดที่พิศดาร

    แต่เมื่อเป็นคู่กันแล้ว ก็ให้ทำมาหากินให้ถูกที่ถูกทาง ไม่ผิดกฏหมาย ผมเชื่อว่าคนทุกคนไม่มีการสิ้นทางหากินหรอกครับ ถ้าเราพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน

    ความเข้าใจของครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ได้อยู่ที่ระดับการศึกษาหรือฐานะครับ

    ….ใครที่แต่งงานแล้วก็ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ และประสบความสำเร็จใจหน้าที่การงานนะครับ

    …แล้วใครที่ยังไม่แต่งงานก็ขอให้พบคนที่ใช่ คนที่เข้าใจกัน เพื่อครอบครัวที่สวยงามในวันข้างหน้าครับ ไม่ต้องรอให้ความผิดพลาดของเราเป็นครูก็ได้ครับ ความผิดพลาดของคนอื่นมีให้เห็นมากพอแล้ว ใช้ความผิดพลาดของผู้อื่นเป็นครูครับ อย่าให้ต้องเป็นเราเลยนะครับ

    …และ…สำหรับ ผม ยังคงต้องแสวงหาต่อไปครับ …. แสวงนะครับ …ไม่ได้รอพรสวรรค์นะครับ อิอิ…

  9. น่าเศร้าใจ...

    เพิ่งเกิดเหตุการณ์ เหมือนบทความข้างต้นเลย เป็นเด็กป่ากลาง อ่ะนะ น้องเค้าเพิ่งเรียนจบชั้นมัธยม สองเอง ….ส่วนฝ่ายชายก็ไม่รุ้เหมือนกัน แต่ อายุ ประมาณ 19 ปีเอง…

    อย่างนี้แล้ว จะใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปหล่ะเหนี้ยะ…ก็ป่ากลางอ่ะ ไม่เห็นจะมีที่ทำกินเหมือนที่อื่นกันเลย ทั้งคู่ ก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก จะมาหาอนาคตที่ กทม.ก็คงจะยาก อยู่เหมือนกัน…

    ยิ่งน่าเศร้าเข้าไปใหญ่ เมื่อ ญาติฝ่ายผู้หญิงไม่ยอมรับกับการตัดสิน ของทั้งคุ่ด้วยซิ…

    ปล. เห็นได้ชัดแจ๋วเลยว่า ตอนนี้ เด็กป่ากลางนิยม แต่งงานกันตอนอายุยังน้อยๆๆ อยู่..เพราะอะไรเอ๋ย..? ก็เพราะ กลับบ้านทีไร กลายเป็นป้าคนแล้วอ่ะดิ…อิอิอิ

  10. dao

    แฟนม้งบอกว่าฉันแก่อาจเพราะตั้งใจจะจบปริญญาโทก่อนมีแฟน อายุเลยมา25ปี แถมบ้านบอกว่าฉันเป็นสาวแก่ น้องๆแต่งงานเห็นเขาทุกข์ใจเลยคิดมาก ตอนนี้กำลังจะแต่งงานแฟนเป็นชาวฮ่องกงอายุ22ปี แต่ใครๆก็บอกว่าฉันอายุ18ปี ใจลึกอยากมีแฟนเป็นม้ง แต่แฟนคนนี้เขาเป็นคนดีเป็นเพื่อนมาตั้งแต่เรียนปริญญาตรี

  11. เคาะสนิม

    ว้าอ่านไปแล้ว คิดแล้วคิดอีก อยู่จนสนิมเกาะเต็มไปหมดแล้วยังไม่มีสาวมาติดพันเลย คิดแล้วทั้งดีใจและเสียใจอิอิ น้อยใจมากกว่าน้อ เกิดมานานไปแล้วมั้งเรา เค้าเรียกปู่แว้ววววๆๆๆๆ

  12. ลูกสาวคนสวยของพ่อกะแม่

    ตอนนี้หนูกำลังเรียนอยู่ค่ะ..แล้วก็ใกล้ๆจะจบแล้ว

    อีกไม่กี่อึดใจ..หนูก็จะได้เป็นบัณฑิตม้งอีกคน(เย้ๆ^^)

    แฟนหนูเป็นคนไทยค่ะ..เค้าบอกว่าจะมาขอหนูถ้าเค้าจบด็อกเตอร์แล้ว(T_T!)

    ซึ่งตอนนี้เค้าเรียนอยู่ปีสองเองง่ะ..อิอิ

    ถ้าจะแต่งหนูก็คงต้องปรึกษาพ่อกะแม่อ่ะค่ะ..

    ท่านอุตส่าห์ส่งเรียนมาตั้งขนาดนี้..

    และบางทีหนูอาจจะอยู่รอขันหมากจากแฟน..

    จนพ่อกะแม่ต้องรีบๆไล่ให้ไปแต่งงานซะที(ขี้เกียจเลี้ยงแล้ว อิอิ)

    หนูยอมเป็นสาวแก่…ดีกว่าไปใช้ชีวตคู่ที่ลำบาก..จริงๆนะ^^

    ฝากเพื่อนสาวทุกคนด้วยนะ….

  13. เสี่ยวผิง

    ก้อว่ากันไป…
    คนบางคนคิดว่าเรียนจบปริญญา ทำงานส่งเงินให้พ่อแม่ เรื่องแฟนไว้ทีหลัง
    แต่พอเวลาผ่านไป อายุก้อมากขึ้นทุกวัน หันหลังกลับไปมองช่วงชีวิตที่ผ่านมาก้อน่าเศร้า
    เพราะตัวเองกำลังนั่งอยู่บนคานที่สูงเกิน จนลงมาไม่ได้
    เฮ่อ.. แต่งงานเร็วเกินไปก้อไม่ดี รอให้พร้อมก่อนค่อยแต่ง ก้อไม่มีใครจะแต่งด้วย
    สรุปจะเอางัยกะชีวิตกันแน่ น่าเศร้าจัง….

  14. เสี่ยวผิง

    ทุกข์ ที่แต่งงาน กับ ทุกข์ ที่ไม่ได้แต่งงาน จะเอาอันไหนดี???

  15. ความรัก ใน สายหมอก ของเราทั้งคู่

    เพราะฉันก็คิดเหมือน คุณเสี่ยวผิง เลยต้องเลิกลากับ ผู้ชายที่คบอยู่ (ทั้งๆๆที่เค้าก็มีอนาคตอีกไกลเลยหล่ะ หน้าที่การงานของเค้าดีมากคนหนึ่งเลย ที่สำคัญเค้าแคร์ฉันมาก) แต่ฉันกลัวว่า ถ้าฉัน คบกับเค้าแล้ว พ่อแม่ของฉันต้องเสียใจ ที่พ่อกับแม่ ส่งเสียให้เรียนเสียสูงแล้วกลับตอบแทนพระคุณของท่านไม่ได้ พ่อกะ แม่ของฉัน นั้นตั้งความหวังกับฉันไว้มากจนบางครั้งฉันก็รู้สึกอืดอัด แต่เป็นความอืดอัดที่มีความสุขมากเหมือนกัน (เพราะอย่างน้อย แสดงว่า พ่อกับแม่คงรักฉันมาก)

    ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เป็นการตัดสินที่ถูกหรือไม่ แต่ที่รู้ ฉันต้องไม่ทำให้พ่อ กับ แม่ ผิดหวังในตัวฉัน
    เพราะ ผู้ชายที่เพิ่งเจอมาไม่นานหรือ จะมา ดีสู้ ผู้ชายที่ดูแลฉันฉันมา กว่า 20 ปี

    ใช่มั้ย….? ค่ะ

  16. Lee series (Yias Lis)

    ใจเย็นๆ เรื่องแต่งงาน แต่งกับงานดีกว่า

    ชีวิตคู่มันก้อต้องมี แต่ให้มันถึงเวลาก่อน

    สาวน้อย บ่าวเล็ก สาวใหญ่ บ่าวโต ทั้งหลาย

    ……..แต่อย่างว่าเหอะ สันดรเปลี่ยนง่าย

    แต่สันดานเปลี่ยนยาก ม้งยังไงก้อยังเปน ม้ง

    มันเกิดมานานแล้ว รากเหง้ามันถูกถ่ายทอดมาแบบนั้น

    กว่าจะหลุดพ้นได้ คงอีกนานหนั่นนะ

    แต่ยังไงก้อเอาใจช่วยเนาะ

    ตัวผู้ ตัวแม่ ทั้งหรายแหระ

  17. คนไร้คู่

    เขียนดีนะ ทุกวันนี้ชาวม้งเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่สำหรับเรา อายุ 20 แล้ว ยังไม่เคยมีแฟนกะเค้าสักครั้งเลย แม้จะไม่มีโอกาสได้เรียนสูงๆเหมือนคนอื่นๆ แต่เราก็ยังไม่คิดเรื่องแต่งงานหรอก เพราะทุกวันนี้เราพบเห็นชีวิตคู่หลายๆคู่ที่ทำให้เราไม่อยากมีครอบครัว

    อ้อ แถวบ้านเรา เด็กม.4 นัดแฟนมาเจอที่ รร.ตอนกลางคืน แล้วหนีไปด้วยกัน ตอนนี้ลำบากมาก เขาคงรู้แล้วว่าชีวิตการแต่งงานโดยที่ยังไม่พร้อม มันเป็นยังไง

  18. เคาะสนิม

    ลำบากใจจริงๆ

  19. คนไกล

    มีน้องเป็นลูกพี่ลูกน้องกันเขาแต่งงานตอนกำลังจะไปมอสี่เพราะท้องพ่อกับแม่บอกให้เอาออกแล้วเรียนต่อก็ไม่ยอมจะแต่งให้ได้แต่งไปพ่อแม่ฝ่ายชายก็ติดคุกหมดทุกอย่างต้องพ่อแม่ฝ่ายหญิงพอคลอดพ่อน้องเขาไม่ยอมแม้แต่จะขับรถไปส่งโรงพยาบาลเขาคงเสียใจมากเพราะลูกสาวคนโตกับคนรองก็ท้องตอนจะจบมอหกเขาคงทำใจไม่ได้ที่มีแต่ลูกสาวแต่เป็นแบบนี้หมดเลยเห็นแล้วเสียดายแทนมีแต่คนเรียนดีแต่ก็พยามคิดเขาเลือกทางเดินของเขาเองแล้ว สังคมม้งยังต้องสอนลูกหลานอีกเยอะเรื่องการป้องก้นหรือความรักการใช้ชีวิตอยู่กับความจริงที่ผ่านมาสอนแต่เรื่องที่อยู่ต่อหน้าคนแล้วเราต้องเครารพคนต้องเมื่อตอนจีบกันคนเรามักจะคิดว่าไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้วพอแต่งงานกันมันก็เปลี่ยนไป

  20. เซ้ง

    คนม้งเรา ควรเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
    ควรตั้งใจเรียน สร้างอนาคตสร้างชีวิตให้ดีๆก่อน พร้อมก่อนแล้วค่อยแต่ง
    ***การแต่งงานในสภาพที่ยังไม่พร้อม ยังไงๆมันก็มีแต่ปัญหาอยู่แล้ว
    ผมไม่อยากเห็นคนม้งต้องแต่งงานก่อนวัยอันควรเลย
    ขออย่าให้มีอีกเลย(การแต่งงานก่อนวัยอันควร)

  21. รักสายหมอก

    เคยสัมผัสชีวิตคนม้ง มาหลายครอบครัว แต่เมื่ออ่านบทความข้างบนจบแล้วก็นึกถึงสังคมที่เปลี่ยนไป เราต้องยอมรับว่า ชีวิตคนภูเขาค่อนข้างลำบาก อาจจะมีเงินเก็บแต่ไม่ค่อยได้เอามาใช้กันแบบฟุ้มเฟือย ลูกก็เยอะ บางครอบครัวก็ส่งลูกไปเรียนในเมือง เห็นสังคมใหม่ๆ ก็เอาอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเซ็ก ถ้าเคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้วไม่ต้องพูดถึง ครั้งต่อไปจะมีรัยกับใครก็ไม่ค่อยคิดแล้ว ปล่อยตัวตามสบาย ยิ่งมาเจอคนพื้นราบหลอกล่อสารพัด ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ครอบครัวควรให้เค้ารักเนื้อสงวนตัวให้มากๆๆๆนะ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *