สาวม้ง สาวโรงงาน สาวสมัยใหม่

เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ทุกคนอาจจะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อศึกษาต่อ หรือเพื่อหางานทำ แต่อาจจะมีอยู่บ้างบางส่วน ที่ทั้งชีวิตไม่เคยไกลบ้านไปไหนเลย คือเรียนไม่จบ แล้วแต่งงาน จากนั้นก็ใช้ชีวิตตามแบบฉบับของคนรุ่นก่อนๆ ต่อไป

ย่านที่ผมอาศัยอยู่ เป็นย่านของนิคมอุตสาหกรรม จึงมีโอกาสพบปะกับพี่น้องม้งอยู่บ่อยๆ บางคนก็มีโอกาสได้พูดคุยทักทาย แต่บางคนก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลย

ถ้าวันไหนต้องยืนรอรถประจำทางตามป้ายใหญ่ๆ ในช่วงเวลาเย็น หรือช่วงเช้าๆ ซึ่งเป็นเวลาที่พนักงานโรงงานออกมารอรถกัน ก็จะมีโอกาสได้เห็นสาวม้ง (แปลก ไม่เคยเห็นหนุ่มม้ง) มารอรถเช่นเดียวกันกับสาวโรงงานทั่วไป

เมื่อเวลาผ่านไป ม้งเราก็ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตตาม จากที่เคยเห็นสาวม้งต้องคอยติดตามพ่อแม่ไปไร่ ไปสวน สาวม้งต้องรับภาระดูแลพ่อแม่ ช่วยงานอยู่กับบ้าน จนเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเธอต้องออกจากโรงเรียนก่อนเวลาอันควร

ทั้งหมดทั้งปวง ก็ด้วยค่านิยมเก่าๆ ที่มักจะมองว่า ลูกสาวสุดท้ายแล้วก็ต้องแต่งงานออกไป และเมื่อถึงตอนนั้นลูกสาวก็จะไม่ใช่คนของเราอีกต่อไป เมื่อเปรียบกับการลงทุน ผู้เป็นพ่อเป็นแม่จึงทุ่มการลงทุนไปที่ตัวลูกชายเสียมากกว่า

แต่เมื่อโอกาสทางการศึกษาเข้าถึงชมชนม้งมากขึ้น กลไกทางเศรษฐกิจที่เอื้อแก่คนทุกเพศทุกวัยมากขึ้น รวมไปถึงระบบการเกษตรดั้งเดิมของม้งเราที่กำลังพังทลายลง

ทำไมระบบการเกษตรดั้งเดิม (การทำไร่) จึงพังทลาย สิ่งแรกก็คือ เรื่องของกฎหมายป่าสงวน ที่ไปจำกัดพื้นที่ทำการเกษตร (ในวิถีของม้งเรา) อีกเรื่องก็คือเรื่องของรูปแบบการเกษตร เมื่อก่อนเป็นการเพาะปลูกเพื่อบริโภคในครอบครัว แต่ปัจจุบันเป็นการเพาะปลูกเพื่อขายเอากำไร ดังนั้นเรื่องแรงงานจึงเน้นการจ้างเสียมากกว่า

เมื่อหลายปัจจัยมาบรรจบกัน จึงถึงเวลาโบยบินของสาวม้ง และนับวันจะยิ่งดูเหมือนว่า สาวม้งทำได้ดีกว่าผู้ชายมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าในเรื่องของความมุมานะ ตั้งแต่เรียน จนถึงทำงาน เรื่องระเบียบวินัยในชีวิต ความสามารถในการหาเงินเลี้ยงคนในครอบครัว ที่อยู่ต่างจังหวัด

และสาวม้งที่ทำงานอยู่ในโรงงาน ก็คือส่วนหนึ่งของสาวม้งรุ่นใหม่ ที่ไม่ยอมจำนนกับชีวิตดั้งเดิมอีกต่อไป พวกเธอเลือกที่จะมาสู้ในเมือง เพื่อชีวิตที่ดีกว่า และเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

บ่อยครั้งที่ผมได้เห็นสาวม้งแถวนี้ แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่แล้วไม่มีโอกาสได้ทักทายกัน ล่าสุดเจอกับสาวม้งหน้าอพาร์ทเม้นท์ผมเอง แต่น่าเสียดายที่เธอเดินมากับหนุ่มไทย จึงอดได้ทักทายพูดคุยกัน

ปัจจุบันเสรีภาพถูกเปิดกว้าง ก็อยากให้คนม้งไม่ว่าชายหรือหญิง จงไขว่คว้าโอกาสนี้ นำตัวเองออกไปสู่โลกกว้าง และจงคิดว่านี่เป็นหน้าที่ เพราะวันนี้ยิ่งคุณก้าวไปได้ไกลเท่าไหร่ ก็จะเป็นต้นทุนสำหรับลูกหลานของคุณเอง นั่นคือลูกหลานของคุณจะยิ่งก้าวไปได้ไกลยิ่งๆ ขึ้น