Sponsor


โฆษณาตรงนี้


Your Ads Here


โฆษณาตรงนี้

โฆษณา โทร 086 0234 655

สาวม้ง สาวโรงงาน สาวสมัยใหม่

เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ทุกคนอาจจะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อศึกษาต่อ หรือเพื่อหางานทำ แต่อาจจะมีอยู่บ้างบางส่วน ที่ทั้งชีวิตไม่เคยไกลบ้านไปไหนเลย คือเรียนไม่จบ แล้วแต่งงาน จากนั้นก็ใช้ชีวิตตามแบบฉบับของคนรุ่นก่อนๆ ต่อไป

ย่านที่ผมอาศัยอยู่ เป็นย่านของนิคมอุตสาหกรรม จึงมีโอกาสพบปะกับพี่น้องม้งอยู่บ่อยๆ บางคนก็มีโอกาสได้พูดคุยทักทาย แต่บางคนก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลย

ถ้าวันไหนต้องยืนรอรถประจำทางตามป้ายใหญ่ๆ ในช่วงเวลาเย็น หรือช่วงเช้าๆ ซึ่งเป็นเวลาที่พนักงานโรงงานออกมารอรถกัน ก็จะมีโอกาสได้เห็นสาวม้ง (แปลก ไม่เคยเห็นหนุ่มม้ง) มารอรถเช่นเดียวกันกับสาวโรงงานทั่วไป

เมื่อเวลาผ่านไป ม้งเราก็ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตตาม จากที่เคยเห็นสาวม้งต้องคอยติดตามพ่อแม่ไปไร่ ไปสวน สาวม้งต้องรับภาระดูแลพ่อแม่ ช่วยงานอยู่กับบ้าน จนเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเธอต้องออกจากโรงเรียนก่อนเวลาอันควร

ทั้งหมดทั้งปวง ก็ด้วยค่านิยมเก่าๆ ที่มักจะมองว่า ลูกสาวสุดท้ายแล้วก็ต้องแต่งงานออกไป และเมื่อถึงตอนนั้นลูกสาวก็จะไม่ใช่คนของเราอีกต่อไป เมื่อเปรียบกับการลงทุน ผู้เป็นพ่อเป็นแม่จึงทุ่มการลงทุนไปที่ตัวลูกชายเสียมากกว่า

แต่เมื่อโอกาสทางการศึกษาเข้าถึงชมชนม้งมากขึ้น กลไกทางเศรษฐกิจที่เอื้อแก่คนทุกเพศทุกวัยมากขึ้น รวมไปถึงระบบการเกษตรดั้งเดิมของม้งเราที่กำลังพังทลายลง

ทำไมระบบการเกษตรดั้งเดิม (การทำไร่) จึงพังทลาย สิ่งแรกก็คือ เรื่องของกฎหมายป่าสงวน ที่ไปจำกัดพื้นที่ทำการเกษตร (ในวิถีของม้งเรา) อีกเรื่องก็คือเรื่องของรูปแบบการเกษตร เมื่อก่อนเป็นการเพาะปลูกเพื่อบริโภคในครอบครัว แต่ปัจจุบันเป็นการเพาะปลูกเพื่อขายเอากำไร ดังนั้นเรื่องแรงงานจึงเน้นการจ้างเสียมากกว่า

เมื่อหลายปัจจัยมาบรรจบกัน จึงถึงเวลาโบยบินของสาวม้ง และนับวันจะยิ่งดูเหมือนว่า สาวม้งทำได้ดีกว่าผู้ชายมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าในเรื่องของความมุมานะ ตั้งแต่เรียน จนถึงทำงาน เรื่องระเบียบวินัยในชีวิต ความสามารถในการหาเงินเลี้ยงคนในครอบครัว ที่อยู่ต่างจังหวัด

และสาวม้งที่ทำงานอยู่ในโรงงาน ก็คือส่วนหนึ่งของสาวม้งรุ่นใหม่ ที่ไม่ยอมจำนนกับชีวิตดั้งเดิมอีกต่อไป พวกเธอเลือกที่จะมาสู้ในเมือง เพื่อชีวิตที่ดีกว่า และเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

บ่อยครั้งที่ผมได้เห็นสาวม้งแถวนี้ แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่แล้วไม่มีโอกาสได้ทักทายกัน ล่าสุดเจอกับสาวม้งหน้าอพาร์ทเม้นท์ผมเอง แต่น่าเสียดายที่เธอเดินมากับหนุ่มไทย จึงอดได้ทักทายพูดคุยกัน

ปัจจุบันเสรีภาพถูกเปิดกว้าง ก็อยากให้คนม้งไม่ว่าชายหรือหญิง จงไขว่คว้าโอกาสนี้ นำตัวเองออกไปสู่โลกกว้าง และจงคิดว่านี่เป็นหน้าที่ เพราะวันนี้ยิ่งคุณก้าวไปได้ไกลเท่าไหร่ ก็จะเป็นต้นทุนสำหรับลูกหลานของคุณเอง นั่นคือลูกหลานของคุณจะยิ่งก้าวไปได้ไกลยิ่งๆ ขึ้น

57 Responses to “สาวม้ง สาวโรงงาน สาวสมัยใหม่”

  1. นี่หละเป็นประเด็นความขัดแย้งทางวามคิดในสังคมสมัยใหม่
    ตัวผมเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะให้ความคิดเห็นอย่างไรดี
    ในขณะที่ความคิดของคนกลุ่มหนึ่งพยายามที่จะปลุกฝังจิตสำนึก
    ในสายเลือดความเป็นม้ง เช่น ชมรมม้ง เว็บม้ง เป็นต้น
    แต่ หากจะมามองดูสังคมปัจจุบันซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการรักษา
    วัฒนธรรมมากนัก มีค่าเท่ากับว่าหากคุณให้ความสำคัญกับ
    การดำรงชีวิตแบบเดิมคุณก็จะอดตาย แต่หากคุณดำรงชีวิต
    แบบคนสมัยใหม่ก็จะเป็นการยากต่อการรักษาขนบธรรมเนียม
    ประเพณี เช่น คนทำงานกับคนเรียน ก็ไม่มีเวลากลับไปร่วม
    ประเพณีปีใหม่ ผมเห็นสาวม้งที่แต่งงานกับคนไทยบ้าง ฝรั่งบ้าง
    เพราะพวกเขาไม่อยากลำบากกับวิถีชีวิตแบบเดิมต้องทำไร่ไถนา
    ทำการเกษตรเลี้ยงชีพไปวันๆ นับต่อจากนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้า
    ผมคิดว่าผู้หญิงม้งจะแต่งงานกับคนไทย หรือไม่ว่าคนชาติใดมากขึ้น
    แน่นอน
    เพราะสภาพสังคมเปิดกว้างต่อการแสวงหาทางออกสำหรับการดำเนิน
    ชีวิตเพื่อความอยู่รอดของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน
    แต่สำหรับผมแล้วยังจะค้นหาและจะแต่งงานกับหญิงม้งเท่านั้นแหละครับ

  2. ขอนำเสนอเพลงพวกหนู4 คนเพื่อนที่เป็นม้งไท mv ให้เพื่อนๆได้ดูกันนะ
    สามารถด๔ได้ที่ http://www.clipmass.com/movie/861790738190148
    นะคะ

  3. การคบหาแฟนต่างเผ่า
    การคบหาแฟนต่างเผ่านั้นตอนแรกๆ ก็หวานชื่นมากเลยนะแต่นานๆ ไปแล้วรู้สึกว่าคนต่างเผ่าเขาจะดูถูกชาวไทยภูเขาอย่าชาวม้งเราข้องข้างมากเหมือนกัน ได้ประสบมากับตัวเอง และเห็นเพื่อนม้งหลายคนที่มีแฟนเป็นคนต่างเผ่า ส่วนมากแล้วจะไปกันไม่รอดเกือบทุกรายเลย ขนาดผู้ชายเขามีความรู้ระดับอาจารย์สอนวิชาช่างเทคนิคระดับมหาวิทยาลัยที่เดียวแต่ว่าผู้หญิงเขายังทิ้งจนได้เลย
    ส่วนสาวม้งก็เหมือนกันเพราะถึงเรียนสูงขนาดไหนแต่ผู้ชายที่คบหาเป็นคนต่างเผ่าส่วนมากแล้วจะไปด้วยกันไม่รอด เพราะว่าคนต่างเผ่าเขาชอบไปงานสังสรรค์กับเพื่อนๆและชอบดื่มสุราเป็นชีวิตจิตใจเลยและ ชอบเล่นการพนัน ตามความคิดผมแล้วคบหาคนในเผ่าก็ดีนะ

  4. คนเราต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตนเองครับ อย่างที่ว่าอ่ะนะครับ โตๆ กันแล้ว

  5. คุณ kim_cmu ผมเคยเขียนหลายครั้งเหมือนกัน เรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงเรื่องสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ และการรับเอาสิ่งใหม่ อนุรักษ์มากไปเราอาจล้าหลังได้ การเปิดรับสิ่งใหม่เร็วไป อาจทำ่ให้เราสูญเสียความเป็นอัตลักษณ์ (ตัวตน) ของม้งไป ซึ่งสุดท้ายเราจะไร้สิ่งยึดเหนี่ยว หมดซึ่งความภูมิใจในความเป็นม้ง

    สำหรับเรื่องที่เขียนไป ผมอยากเน้นย้ำสนับสนุน ให้สังคมม้งเราเปิดโอกาสแก่หญิงม้งมากขึ้น และยอมรับในความสามารถของพวกเธอ

    คุณ hnub ร้องได้เพราะดีครับ หากมีผลงานอื่น อาจส่งมาพร้อมข้อมูล แล้วทาง ม้งเอเชีย จะเผยแพร่ให้ครับ สนับสนุนให้ทุกคนมีดนตรีในหัวใจครับ

    คุณ tshis muaj pe เรื่องรักต่างเชื้อชาตินั้นย่อมมีอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดา แต่ชีวิตคู่จะง่ายขึ้นเยอะหากเรารักคนพูดภาษาเดียวกัน ..ก็ขอฟันเธอ เอ้ย ฟันธง ตามคุณ kim ผมเองแน่นอนว่าจะแต่งกับหญิงม้งเช่นเดียวกันครับ :)

  6. EdiTor แหม๋ เยี่ยมจริงๆครับ เปิดโอกาสและก็ปลดปล่อย ยังไงก็ขอแต่งกับ ม้ง ด้วยกันดีกว่า
    แต่งไทกลัวแม่ไม่ปลื้ม แม่ขอร้อง

  7. “การแต่งงานบางครั้งเราอาจเลือกว่าขอให้ได้แต่งงานกับคนที่เรารักและเขาก็รักเราทั้งนั้น ที่จะนำทางชีวิตคู่ไปอย่างมีความสุข ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าจะต้องแต่งงานกันคนม้งเท่านั้น เพราะแต่งงานกับคนม้ง บางคุ่ชีวิตก็มีปัญหามากมายนำไปสู่การหย่าร้าง ชีวิตหมดหนทาง ก็มีมากมาย ”

    นั้นคือความรู้สึกบางครั้ง แต่อย่างที่คุณ เคาะสนิม ได้ว่าไว้ “คนเราต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตนเอง” และยิ่งต่างชาติพันธ์ คงเข้าใจกันยากบนพื้นฐานความยอมรับ\เคารพ\เป็นมิตร ในความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในสังคม แต่ถ้าสังคม\มนุษย์ทุกชาติพันธุ์ ปรับแปลงความคิดในการของทัศนะเป็นพรรค เป็นพวก แบ่งเผ่า ในวันนั้นเราทุกชาติพันธ์คงแต่งงานกับชาติพันธ์ไหนก็คงไม่มีปัญหาเรืองการดูถูก เป็นเขา เป็นเรา ในครอบครัวต่างชาติพันธุ์ และสามารถดำเนินชีวิตอย่างเข้าใจในวิถีชีวิตทางชาติพันธุ์ของซึ่งกันและกัน
    (ดีนะที่ผมแต่งงานกันคนม้งด้วยกัน ไม่อย่างนั้นคงอธิบายอีกยาวในบทความนี้)

    =====

    สังคมม้ง\อดิตที่ผ่านมาก คนม้งมีความคิดสนับสนุนเรื่องการเรียนลูกชายมากกว่าลูกหญิงอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่ปัจจุบันความคิดอย่างนี้เริ่มหายไปในสังคมม้ง เหลือก็เหลือบางครองครัวที่ยังมีความคิดแบบนี้ ซึ่งยุดสมัยมันเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนที่ทำไร่ ทำสวนอยุ่กับพ่อแม่ โตจนมาก็แต่งงานออกไปอยู่กับครอบครัวของผู้ชาย แต่ปัจจุบัน ต่างคนต่างทำดดิ้นรนหาเงินเลี้ยงชีวิตของตนเอง ที่ต้องหางาน\ทำงานทุกทิศ ทุกทางบนเส้นทางที่มีโอกาส เรื่องของชายเป็นใหญ่ในสังคมม้งเรื่องการสนับสนุนลูกชายเรียนอย่างเดียว เริ่มหายไป และหวังว่าเมื่อสังคมปรับแปลงในเรื่องต่างๆตามกระแส เรื่องของความการศึกษาต่างเทียบระหว่างชาย-หญิงม้ง คงเริ่มหายไป เพราะการศึกษาเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เราสามารถทันต่อสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถดำรงชีวิตอยู่บนสังคมนี้ได้อย่างมั่นคง

    ฉะนั้นการศึกษา ควรให้ลูกหลานคนม้ง ทุกเพศ ได้เรียนสูงตามภาระและโอกาสที่มีอยู่

    ขอบคุณครับ

  8. มาถึง ณ เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญกับการที่ผู้ชายม้ง
    จะรับกับพฤติกรรมของผู้หญิงม้งได้ไหมาจากการที่ต้อง
    ไปทำงานเป็นสาวโรงงาน หรือต่างคนต่างไปทำงานเพื่อความ
    อยู่รอด ไม่เหมือนกับสมัยดั้งเดิมที่หลังจากตื่นนอนกินข้าวเสร็จ
    ก็พากันไปทำไร่
    หากผู้ชายม้งรับไม่ได้กับพฤติกรรมเช่นปัจจุบันนี้ที่ผู้หญิงม้ง
    ไปทำงานเลี้ยงตัวเองหรือพึ่งตัวเอง คนที่รับได้กับพฤติกรรมแบบ
    นี้กลับกลายป็นไทย แล้วถามว่าผู้หญิงจะแต่งงานกับใคร ก็ต้องแน่นอน
    ว่าเขาจะแต่งงานกับคนที่รับเขาได้ แล้วอย่างนี้คนม้งจะสูญพันธุ์
    หรือเปล่า ?ผมไม่รู้แต่ผมมีความคิดอยู่ตรงกลางไม่เอนเอียงฝ่ายใด
    ฝ่ายหนึ่ง
    แต่สิ่งที่ผมรู้คือ ม้งจะยังไม่สามารถพัฒนาไปจนถึงระดับที่จะทำให้
    คนไทยรับได้เพราะยังมีความคิดที่แตกแยกอย่างนี้
    คิดดูว่าหากมีคนม้ง 50 เปอร์เซ็น คิดแบบใหม่ และอีก 50 เปอร์เซ็น
    คิดแบบดั้งเดิม แล้วเราจะร่วมมือกันสรรสร้างสังคมม้งได้ยังไร
    ช่วยกันหาทางออกนะ แต่ผมพยายามคิดมานานแล้ว ยังคิดไม่ออก

  9. จริงๆๆ แล้วก็เป็นเรื่องดีนะคะ เพราะปัจจุบันนี้ หญิงม้งได้รับการเปิดกว้างขึ้นในเรื่องการเรียนหนังสือ และผลดีก็คือ หญิงม้งเรียนจบสูงขึ้น มีการงานที่ดีขึ้น สามารถช่วยเหลือครอบครัวของตนเองได้มากขึ้นจากเดิม เป็นเรื่องน่ายินดีนะคะ ที่ผู้หญิงอย่างเราสามารถยืนได้บนลำแข้งของตนเอง ไม่เป็นภาระของใคร ส่วนเรื่องแต่งงานกะคนไทยหรือชนชาติอื่น ก็ไม่ได้มีเฉพาะผู้หญิง ปัจจุบันชายม้งก็แต่งไปกะคนไทยเพียบบ เลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มานคงเป็นเรื่องส่วนตัวและมุมมองของแต่ละคนมากกว่า คงแก้กันไม่ได้หรอกค่ะ

  10. สมัยนี้ข้าวยากหมากแพงคงต้องดิ้นรนกันไป สองมือแข็งขันกัดฟันสู้ครับ เอาเป็นว่าเราทำงานแล้วได้ตังค์มาแล้วใช้จ่ายตามความพึงพอใจของเราไม่มีใครว่าเรา ถึงกระนั้นพึงระลึกเสมอนะครับว่ากว่าเราจะได้มาแต่ละบาท คงลำบากไม่มากก็น้อย ใช้จ่ายอย่างประหยัดแล้วกันนะครับ นานา จิตตัง

  11. จะแต่งกับใครนั้นไม่สำคัญครับ แต่สิ่งที่สำคัญคือเรา
    จะยังคงความเป็นอัตลักษณ์ ของความเป็นม้งให้คง
    อยู่สืบต่อไปได้หรือไม่ นี่ต่างหากเป็นประเด็นที่ต้อง
    มาพูดกันครับ

  12. เหมือนๆ จะออกทะเลเสียแล้ว .. :)

    คุณ kim ไม่ใช่แค่ว่าผู้ชายจะรับฝ่ายหญิงได้หรือไม่ (เรื่องผู้หญิงออกไปทำงานเลี้ยงตัวเอง) เพราะหากมองกลับกัน ผู้หญิงก็มีโอกาสเลือกมากขึ้น หากวันหนึ่งผู้หญิงมีการมีงานที่ดีทำ แต่ฝ่ายชายกลับไม่เอาการเอางาน อย่างนี้แล้ว ผลลัพท์อาจกลับกลายเป็นว่า ฝ่ายหญิงจะเป็นผู้เลือกในที่สุด ..เพราะฉะนั้นผู้ชายอย่างเราจะนิ่งเฉยไม่ได้แล้ว เพราะใครที่อยู่เฉยๆ แสดงว่าคนๆ นั้น กำลังล้าหลัง :)

    คุณ สีฟ้า การพึ่งลำแข้งตัวเอง ย่อมดีกว่าการพึ่งลำแข้งคนอื่น (เพราะคนอื่นอาจเลี้ยงเราด้วยลำแข้ง) อย่างแน่นอนครับ ..คอนเฟิร์ม :)

  13. จริงอย่างที่ คุณ EdiTor ว่า “หากวันหนึ่งผู้หญิงมีการมีงานที่ดีทำ แต่ฝ่ายชายกลับไม่เอาการเอางาน อย่างนี้แล้ว ผลลัพท์อาจกลับกลายเป็นว่า ฝ่ายหญิงจะเป็นผู้เลือกในที่สุด” เพราะมองมุม\ทัศนะ ของผู้หญิงต้องการผู้ชายที่เราการเรางาน และได้ทำงานที่ดีกว่าผู้หญิง นั้นหมายถึงเป็นผู้นำในครอบครัว แต่ถ้าหากผู้ชายไม่เอาการเอางาน นั่นแหล่ะสิ่งที่ผู้หญิงต้องพิจารณาและเป็นฝ่ายเลือกผู้ชาย

    ปัจจุบันหนุ่มสาวม้ง จีบ\เจอครั้งแรกในการทำความรู้จัก มักจะถามเรื่องชีวิตส่วนตัว ในเรื่องชีวิตการศึกษา การงานปัจจุบัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกคบเป็นแฟนกันในที่สุดด้วย และก็เป็นปัจจัยแรกๆของการเลือกคู่ เพื่อให้มีความมั่นคงในครอบครัว สามารถที่จะทำงาน\หารายได้ ในอนาคตของสองคน (ผู้หญิงมักจะมองและเลือกผู้ชายที่มีการงานที่ดีกว่าผู้หญิง)

  14. ผมก็เป็นม้งอีกคนที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เจอคนม้ง เพราะตั้งแต่ที่ออกจากบ้านมาทำงานในเมืองในต่างจังหวัด เท่าที่ผมสัมผัสที่ทำงานมา 2-3ที่ คนรอบๆข้างที่ทำงานด้วยกันมีแต่คนไทย ผมมีความรู้สึกว่าผมเป็นม้งคนหนึ่งที่อยู่โดดเดี่ยวอยู่ในที่ๆต่างบ้านต่างเมืองท่ามกลางสังคมที่วุ่นวายและแข่งขัน ยิ่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับม้งๆแล้วน้อยครั้งที่จะได้รับข่าวจากเพื่อนๆ ส่วนใหญ่จะเข้ามาดูมาอ่านบนหน้าเวบไซต์ม้งมากกว่า บทความต่างๆที่ทางเวบไซต์เอามาลงหรือผู้เขียนได้เขียนแล้วเอามาลงตีแผ่ในที่นี้ ส่วนตัวแล้วชอบเข้ามาอ่านที่สุด เพราะบางครั้งมัวแต่ทำงานโดยลืมหันมาดูการเปลี่ยนแปลงรอบตัวเราที่เกี่ยวกับความเป็นม้งของเรา โดยส่วนตัวเวลาไปทำงานที่ไหนมักจะมีคนทักเสมอเรื่องสำเนียงคำพูดการออกเสียงที่ผิดหูไปจากคนไทยทั่วไป แต่ก็ไม่อายที่จะเปิดเผยตัวเองว่าผม/ฉัน คือ “คนม้ง”
    จากบทความต่างๆเหล่านี้ สะท้อนออกมาให้เห็นได้ดีที่สุด ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงของสังคมม้งเอง หรือการถูกกลืนโดยสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่มีอิทธิพลกว่า ยังก็ขอเป็นกำลังใจให้นะไม่ว่าจะเป็นเวบไซต์/เวบมาสเตอร์หรือผู้เขียนบทความต่างๆ จงสู้ๆต่อไป เพื่อคนม้งจะได้ก้าวไปข้างหน้า

  15. kuv yog hmong nplog tab sis kuv yua tsis sau ntawv plog vim kuv yog mhoob kuv yuav tsum sau ntawm mhoob.
    kuv kawm ntawv nyob rau haum nroog vientiena raw li kuv pom cov ntxhai ua tuaj ua hauj lwm nyob rau cov โรงงาน thiab kawm ntawv nyob rau university no qee tus kuj coj zoo tab sis qee tus ma cwj pwm siv tsis tau li, vim pom kev vam meej ntau nrau lawm thiaj ua rau tu yeeb yam cwj pwm txua yam g yog mhoob ua raw li สังคม. yog li ntaw peb yua tsum ua li ca txua leej yeej paub zoo.
    peb yog mhoob na yua tsum nco hai tia peb yog mhoob

  16. สวัสดีครับ ทุกคน

  17. อย่างที่หลาย ๆ คนให้ความเห็น แต่ขอบอกว่าหนุ่มไทย หรือม้ง ดู ๆ ไปไม่ต่างเลยดังนี้ 1.เห็นแก่ตัว ต้องได้ครองคนที่ตัวรัก ใจแคบ 2.เห็นแก่ได้ อยากมีหลายกิ๊ก แต่ไม่ยอมปล่อยคนรักที่ทนทุกข์เพราะมากชู้ของตัวไปมีอิสระ บอกตรง ๆ แม้เรามีแฟนเป็นหนุ่มไทย ก็คิดว่าไม่ต่างจริง ๆ แต่ดีตรงที่เขาไม่เอาเมียน้อยมาอยู่บ้านเดียวกับเรา (เรื่องนี้เขาไม่มีนะ แต่อนาคตไม่แน่)ลูก ๆ ก็มีปัญหาบ้างยามไปเยี่ยมญาติม้ง แต่ทั่ว ๆ ไปก็ยอมรับได้60 เปอร์เซนต์อ่ะนะ ส่วนที่ไม่เลือกหนุ่มม้งเพราะเที่ยวหญิงทีเดียวหลาย ๆ คน เผื่อเลือก เพื่อนเรานั้นเขาท้องขณะเดียวกับหญิงอีกคนก็ท้องก่อนหน้าประมาณเดือนนึง ชายม้งคนนี้ต้องแต่งพร้อมกัน 2 คน เพราะแต่งคนแรก คนที่ 2 รู้ก็วิ่งตามมาที่บ้านชายด้วย ทั้งทุเรศและเวทนาพร้อม ๆ กัน เราจึงตัดสวาทกับชายม้ง เพราะคล้าย ๆ กัน ไม่เอาดีกว่าเจ็บครั้งเดียวดีกว่าน้ำตาเข็ดเข่าตลอดชีวิต ส่วยอนาคตเราเป็นอย่างไรเราเลือกเองเราช้ำเอง ทนได้ แต่รักชนเผ่าม้งตลอดไป

  18. จริงๆ แล้วทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่ากัน แต่งกับใครก็ได้จะเปงหนุ่มม้งหนุมไทยหรือสาวม้งกับสาวไหนก็แล้วตามแต่ ขอให้รับผิดชอบและไม่เปงภาระให้กับคนรอบข้างก็พอแล้ว

  19. หายไปสองวัน ไป นครนายก มาครับ ก็กลับมาพูดคุยกันต่อ

    คุณ kuv yog hmoob ใน กทม. ก็มีชมรมม้งกรุงเทพฯ ที่คอยจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์ระหว่างพี่น้องชาวม้ง ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ อย่างเช่น วันแรงงาน วันแม่ วันพ่อ ก็ลองหาโอกาสเข้าร่วมนะครับ

    คุณ An Ti *SiM NeeJ Thoj* ยินดีต้อนรับสู่ชุมชนม้งแห่งนี้ ความเจริญอาจทำให้จิตใจคนเปลี่ยน แต่ผมก็เชื่อว่าม้งเรายังมีคนแบบ An Ti *SiM NeeJ Thoj* คือมีความคิด และไม่ทิ้งชาติกำเนิดตัวเอง ขอบคุณครับ

    คุณ สาวม้งที่ขอเลือกหนุ่มไทย แปลกแต่จริง ส่วนตัวผมเองก็เคยได้ยินเรื่องลักษณะนี้มาเหมือนกัน คือผู้ชายมีแฟนอยู่แล้ว และจะแต่งกับแฟนในอีกไม่กี่เดือน แต่ตัวเองดันไปทำผู้หญิงอื่นท้องเสียก่อน สรุปแฟนไม่ยอมแต่งด้วย และตัวผู้ชายเองก็ไม่ยอมแต่งกับผู้หญิงที่ตัวเองไปทำเค้าท้อง ..อย่างที่คุณบอก “ทั้งทุเรศและเวทนา..” + น่าสมเพศ

  20. คนจีน มีการศึกษาและพัฒนาความรู้ด้านการแพทย์ มีการค้นพบวิธีรักษามากมาย ก้าวหน้ากว่าทางยุโรป หลายร้อยปี คนจีนสามารถต่อเรือเดินทางไปยุโรป ได้ก่อนยุโรปเดินทางมาเอเชีย

    อินเดีย …ก็มีความเจริญด้านปรัชญาและศาสนา มีผลงานต่าง ๆ มากมาย ก่อนยุคที่วรรณกรรมยุโรปจะเฟื่องฟู

    ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมายุคของพระเจ้าวรมันต์นั้นสถาปัตยกรรมของกัมพูชา ก็เจริญล้ำหน้ากว่า ทางยุโรปมาก ส่วนคนไทยเราเองก็มีความรู้ดั้งเดิมมากมาย เช่นการรักษาโดยสมุนไพร การแพทย์และสาธารณะสุขแบบไทย การทำอาหาร การก่อสร้าง และการเกษตร

    แต่ปัญหาของคนเอเชียคือ เรามักจะ “หวงวิชา” คือรู้แล้วไม่บอกใคร เก็บไว้ถ่ายทอดให้เฉพาะ ศิษย์คนโปรด

    บางทีตำราต่างๆที่เขียนไว้ก็แอบซ่อนจนไม่มีใครหาเจอ อย่างตำราคัมภีร์ต่าง ๆ ของชาวยุทธ์ ถ้าไม่ใช่เพราะพระเอกดวงดีจริง ๆ คงไม่สามารถหามาได้

    ส่วนใหญ่ที่เห็น(ในหนัง) พระเอกต้องระหกระเหินตกหน้าผาก่อนถึงจะเจอตำรา แถมหามาแล้วยังต้องมาตีความกันเป็นหลายปีเพราะมักจะเขียนแบบปิดบังต้องถอดรหัสกัน

    ที่แย่กว่านั้นคือหาเจอเล่มเดียวไม่พอ บางทีต้องไปหาอีกหกเล่มจึงจะครบ ???

    ถึงแม้เรื่องเหล่านี้ เราจะเห็นในหนัง แต่มันก็สะท้อนถึงวัฒนธรรม “เก็บงำความรู้” ได้เป็นอย่างดี

    ผิดกับชาวฝรั่งจะเป็นพวกช่างจด ช่างบันทึก แม้กระทั่งประวัติศาสตร์ชาติไทยเราเองหลายช่วงหลายเรื่อง ยังต้องไปเอาบันทึกของฝรั่งมาอ้างอิง

    ด้วยการจัดการความรู้ต่าง ๆ ของฝรั่งเป็นระเบียบ มีการจดบันทึกและที่สำคัญคือมีการเผยแพร่ จึงทำให้มีคนสนใจศึกษา ในเรื่องนั้น ๆ มากมาย และกลายเป็นการร่วมพัฒนาความรู้นั้น ๆ อย่างต่อเนื่อง

    เหตุนี้จึงทำให้ความรู้ของฝรั่งเติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ชาว เอเชียเราเลยแพ้เขาเพราะอย่างนี้

    หลังจากที่ประเทศต่าง ๆ ในโลกยอมรับระบบการศึกษาแบบอเมริกันและอังกฤษมาเป็นเวลานาน ก็พบว่า ประเทศของตนเองกลายเป็นประเทศที่เสียเปรียบทางด้านเศรษฐกิจ พูดง่าย ๆ คือ”จน” ลงทุกวัน

    นอกจากนั้นยังมีปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร ปัญหาของวัยรุ่น ปัญหาครอบครัวและปัญหาทางสังคมรวมทั้งปัญหาสภาพแวดล้อมเกิดตามมาอีกมากมาย ……………………………………….

  21. ตอบ:สาวม้งที่ขอเลือกหนุ่มไทย
    พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็เหนื่อยใจเหมือนกัน
    แต่ผมขอบอกว่า หนุ่มม้งทุกคนไม่ได้
    มีนิสัยแบบนั้นทั้งหมดหรอก คุณ
    จะต้องเอาผู้ชายม้งคนอื่นมาเปรียบ
    เทียบด้วยนะครับ
    และอีกอย่างคือเราควรจะต้องเปิดมุมมอง
    ของเราให้กว้างขึ้นแล้วเราจะมองเห็น
    คนที่นิสัยดี ๆ งัยครับ
    แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องมีวิจารณญาณในการพิจารณา
    ผู้ชายด้วยนะ
    ผมเจอผู้หญิงโกหกผมมา 3 รายแล้วเหมือนกัน
    ขอพูดว่าสาหัสเหมือนกัน ผมแทบจะลืมผู้หญิงเหล่านี้
    ได้แบบสนิทเลยเลย
    หากมองดูแล้วไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือชายก็อาจโดน
    อีกฝ่ายหนึ่งทำร้ายจิตใจกันได้ทั้งนั้น
    แต่ผมยังคงเดินทางเพื่อตามหาหัวใจของผู้หญิงม้ง
    ที่จริงใจต่อไปครับ

  22. สวัสดีครับ ต่างฝ่ายต่างสิทธิ์นะครับ ยังงัยก็คนที่รักจริงรักเดียวใจขอให้เจอเนื้อคู่เร็วๆด้วยนะครับ

    สาธุๆ

  23. สำหรับบางคนแล้ว มาทำงานอยู่ทั่วทั้งกรุงเทพแลปริมณฑลเป็นเวลาหลายปี ในโรงงานนั้นอาจทำเกือบทุกตำแหน่งก็มาแล้ว หรืออาจประสบความสำเร็จพอประมาณในการเปนลูกจ้าง แต่อาจจะะไม่มีอะไรเปนเรื่องเปนราวเลย มองย้อนกลับไปก็แสนจะเสียดายเวลาที่เหน็ดเหนื่อยมาหลายปี หลายปีที่ทุ่มเท แน่นอนเราสูญเสียอะไรไปหลายอย่าง และบางอย่างไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้อีกตลอดชีวิต ชีวิตมันต้องสู้นั่นเรารู้อยู่ หรืออาจมีใครสอนให้เราทำ และนั่นมันอาจไม่ใช่ตัวของเราหรอกนะ หากชีวิตจริงของเรานั้นความจริงมันก็แค่นี้เอง…ทำไมเราไม่ทุ่มเทชีวิตอยู่กับอะไรที่เปนจริง เรียนจบสูงมีความรู้แล้วไง อยู่บ้านทำไร่และใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ความรู้ที่เรียนมาแม้ไม่ได้ใช้ แต่มันได้พัฒนาจิตใจของเราไปบ้างหรือปล่าว…ความจริงแค่นั้นมันก็พอแล้ว…ก็ลองดูหากไม่ใช่ก็กลับไปตั้งหลักในที่ของเรา บางครั้งสวรรค์ที่เรามองไม่เห็นมันเปนที่นั่นจริงๆ…แต่หากปล่อยให้เวลาผ่านไปนาน บางครั้งก็ถอยกลับไม่ได้เสียแล้ว…มันน่าเศร้าบางครั้งความเปนม้งแท้ๆของเรามันได้จบลงในรุ่นของเราเสียแล้ว

  24. การที่สาวม้ง เป็นสาวสมัยใหม่ เป็นสาวโรงงานก็อาจจะเป็นเพราะ
    คนเราต้องการสิ่งสบายกาย ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องการสร้างภาพ ต้องการชื่อเสียง แต่มองข้ามความสุขที่แท้จริงไป ผมว่าสุขใดเล่าจะเท่าสุขที่บ้าน พบใครเล่าจะอบอุ่นเท่าพบพ่อแม่ เล่นกับใครเล่าจะสนุกเท่าเล่นกับญาติพี่น้อง ผมทานข้าวในงานเลี้ยงต่าง ๆ ไม่เคยอิ่มเท่าทานข้าวที่บ้าน ผมนอนหลับที่ใด ๆ หลับไม่สนิทเหมือนหลับที่บ้าน ถ้าเราดูดี ๆ วิถีชีวิตของม้งดังเดิมเป็นวิถีชีวิตที่ดีมาก ๆ ไม่ต้องมีกฎหมาย ไม่ต้องมีเงินมาก ๆ ไม่ต้องมีรถยนต์ ไม่ต้องใช้น้ำมันรถ ไม่ต้องแต่งหน้าทาปาก อยากกินไก่ก็จับที่เราเลี้ยง อยากกินผักก็เก็บที่เราปลูก อยากได้ผักสักกำ ไก่สักตัวเราไม่มีก็ขอของเพื่อนบ้าน อยากใส่เสื้อผ้าก็เอาที่เราเย็บ ไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า ไม่ต้องรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ไม่ต้องเป็นโรคร้าย ไม่ต้องเป็นหนี้ ไม่ต้องค้ายาบ้า ไม่ต้องทุกข์ใจ กลับบ้านเราเถอะนะน้องสาว

  25. ถึงสาวม้งทุกคน
    เราไม่กล้าใช้คำว่าสอนหรือคำว่าสั่ง แต่เราขออนุญาตใช้คำว่าขอ คือขอให้น้องสาวม้งที่รักหนุ่มไทยกลับใจเสีย ถ้าน้องสาวทั้งหลายที่ได้อ่านยังไม่มีภาระผูกพันหรือยังไม่มีพันธะ เราใช้ชีวิตร่วมกับคนไทยตั้งแต่เรายังเด็กมากเราไม่เคยพบคนไทยคนใหนให้เกียรติม้งอย่างจริงใจ ในเมื่อไม่ให้เกียรติอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เพื่อนเราต้องเลิกกับสามีที่เป็นคนไทยตอนอายุ 30 กว่า ตอนนี้อยู่กันแม่ลูก ญาติเราอีกหลายคน แต่ละคนการศึกษาก็สูงพอสมควรแต่ก็อยู่กับสามีที่เป็นคนไทยไม่ได้ในที่สุด ต้องหย่ากันไป ถ้าไม่เชื่อก็แล้วแต่จะคิดนะน้องสาวนะ ถ้าเมื่อใดพบสัจจะธรรมของชีวิตก็ขอให้นึกถึงคำพูดที่เราขอนะขอให้กุศลจงมีแด่เราและทุกคน สาธุ สาธุ สาธุ

  26. คุณ วชร สิ่งที่กล่าวมาถือเป็นวิถีชีวิตที่สันโดษ ที่หลายๆ คนใฝ่หา แต่มันกลายเป็นชีวิตในอุดมคติไปเสียแล้ว นั่นคือรูปแบบชีวิตที่ยากจะเกิดขึ้นจริง

    ประเด็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไม่ใช่ประเด็นที่เราต้องใส่ใจ (แต่ทำไงได้ ออกทะเลซะแล้ว) สิ่งสำคัญคือ หากน้องๆ รุ่นใหม่สามารถนำตัวเองเข้าเมือง เรียนจนจบ หางานดีๆ ทำ ไม่ว่าจะงานอะไรก็ตาม หากทำแล้วชีวิตดีขึ้น เราก็ควรทำ ..ประเด็นสำคัญคือ อย่าขลุกอยู่แต่ที่บ้านโดยไม่ทำงาน เพราะสุดท้ายแล้วคนรุ่นใหม่จะกลับกลายเป็นภาระของคนรุ่นเก่า (พ่อแม่) ..จงออกสู่โลกกว้าง

  27. เหนื่อยก็พัก
    หนักก็วาง
    ทำใจให้ว่าง
    วางให้เป็น
    เย็นสบาย
    ไร้มลทิน
    สิ้นเวรสิ้นภัย
    ……………………………………………….

  28. (แก้ไข)
    คุณ วชร พูดได้ดีอีกมุมมองหนึ่ง นั่นคือแนวความคิดแนวการพัฒนาประเทศจีน ที่ประเทศจีนเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเวัฒนธรรมเป็นหลัก ที่ๆ จะให้ประชาชนของตนอยู่กับที่ อยู่กับพื้นที่บ้านเกิดของตัวเอง เนื่องนโยบาลที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ตนเอง (เป็นฐานการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของประเทศ) ทำให้คนที่เรียนจบสูงๆ ใกล้มาอยู่ภูมิลำเนาของตนเอง แล้วพ้ฒนา/รูปแบบวิถีชีวิต วัฒนธรรมให้คงอยู่ ภายใต้การมีรายได้ จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจากคนที่มุมโลก

    ถ้าประเทศไทยสามารถโชว์เรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในประเทศไทยได้ เหมือนอย่างประเทศจีนได้ ก็คงดี เพราะเมืองไทยก็มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่ทรงคุณค่า และให้พี่น้องชาติพันธุ์นั้น โชว์เรื่องวัฒนธรรมเพื่อการเที่ยว ในรูปแบบของความเป็นดั้งเดินที่มีการพัฒนาเชิงวัฒนธรรม พี่น้องม้งคงไม่ต้องออกเดินทางเข้าเมือง เมืองแห่งศิวิลัย เมืองแห่งการแข่งขัน ผู้ที่มีเส้นมีสายก็ได้เอาเปรียบทางสังคม

  29. ผมเป็นอีกคนที่แต่งกับสาวไทย เพราะหมู่บ้านที่อยู่มีคนม้งไม่กี่หลังคาเรือน อีกอย่างมัวแต่เรียนหนังสือจนไม่มีโอกาสไปเที่ยวหาสาวม้งที่ไหนเลย และที่ที่เรียนมาก็ไม่มีคนม้งเรียนกัน มันเลยทำให้ต้องแต่งงานกับคนไทยไปโดยปริยาย และ จาการใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนๆคนไทยมา ผมก็เห็นด้วยกับ คุณ “วชร” คนไทยไม่ได้ให้เกียรติื์คนม้งเลยเท่าที่พบเจอมาก อาจจะดูถูกเสียมากกว่า เพราะอย่างไงเราก็เป็นชนกลุ่มที่น้อยกว่า เรื่องแบบนี้ สังคมไหนๆ ก็มีทั้งนั้นครับ ผมเองก็ยังไม่แน่ใจกับอนาคตของชีวิตคู่เท่าไรเลย สิ่งที่คิดอยู่เสมอก็คือ ถ้าลูกเราเกิดมาแล้ว เค้าจะคิดอย่างไง เค้าจะรังเกียจชาติพันธ์ของพ่อหรือเปล่า เพื่อนๆจะล้อเค้าเหมือนตอนเราเด็กๆไหม เพราะลำพังแค่แฟนเลือกแต่งานกับผม คนแถวๆบ้านแฟนเค้าก็ทักกันพอสมควรว่าทำไมเลือกแต่งกับคนดอย หาแฟนไม่ได้แล้วเหรอ ท้อง หรือเปล่า ฯลฯ แต่ถึงอย่างไงผมก็คิดเสมอว่าความรัก น่าจะนำพาเราไปให้ถึงฝังได้ ถ้าไม่เจอซึนามิ ซะก่อน

  30. หนุ่มม้งแต่งกับสาวไทย มีบางคู่ชีวิตชายม้งแต่งงานกับสาวคนเมือง อยู่ด้วยกันมีลูก มีหลาน อายุ 50 กว่าปี ก็มี (มีคนม้งแซ่ย่าง แต่งงานกับสาวเมือง ปัจจุบันอยู่บ้านแม่สาใหม่ เชียงใหม่) ซึ่งสาวคนเมืองมาอยู่กับม้ง และอยุ่ในหมู่บ้านม้ง แต่บางอย่างๆที่ว่ากัน บางครั้งเราต้องรับกับสถานการณ์บางอย่างที่ทำให้เราได้ยินคำบางอย่างที่ทำให้เราเสียความรู้สึก แต่ไม่เป็นไร ขอให้คุณสองคนรักกันมากๆและอยู่ด้วยกันตลอดไป เผื่อสักวันทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างยอมรับซึ่งกันและกัน ว่าการแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องจำกัดว่าต้องแต่งงานกับเผ่าไหนเท่านั้น (ถ้าสังคมยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์)

    ผมเชื่อว่าบางครั้งความรักเท่านั้นทีจะสามารถทำให้ชีวิตครอบครัวอยู่ด้วยกันตลอดไปได้

  31. อันชีวิตเปนเรื่องที่ยากจะเข้าใจ
    ไม่มีใครถูกใครผิด ไม่ว่าจะคิดจะเลือกเส้นทางไหน
    มันอยู่ที่เราเองว่าเราเลือกจะเปนแบบไหน
    เลือกที่จะเจ็บตอนนี้หรือเลือกที่จะไปเจ็บเอาดาบหน้า ซึ่งก็ไม่มีใครอีกนั่นแหล่ะที่จะรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ก็เหมือนกับกำแพงที่กั้นเราเอาไว้ เราจะยอมทำลายกำแพงเพื่ออกไปตามที่ใจอยากจะไป หรือจะยอมทนอยู่ภายใต้กำแพง บางคนอาจจะกลัวสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงซึ่งอาจไม่เปนอย่างที่เราคาดเอาไว้ บางคนอาจจะได้ยินได้ฟังเรื่องราวจะคนอื่นๆมา ทำให้ใจนึกกลัว แต่คนเราแต่ละคนย่อมมีชะตากรรมที่แตกต่าง สิ่งที่คนอื่นทำไม่ไ้ด้ใช่ว่าเราจะทำไม่ได้ตาม ทางที่คนอื่นเดินแล้วคิดว่ามันไม่ใช่สำหรับเค้า มันอาจจะเปนทางที่ดีที่สุดสำหรับเราก็ได้ ฉะนั้นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงที่คนอื่นพบเจอมา อาจจะไม่เหมือนกับหลังกำแพงที่ปิดกั้นเราอยู่ก้อได้ แค่ทำใจให้พร้อม ยอมรับกับทุกอย่างที่จะต้องพบเจอหลังกำแพง ทำลายมันแล้วก้าวเิดินต่อไป เป็นกำลังใจให้พี่น้องม้งทุกคนที่กำลังออกเดินทางไปตามฝัน สู้ๆทุกคน ***แม้ผู้ใหญ่จะเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน แล้วเราหล่ะ(สำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต)จะยอมอาบน้ำร้อนเองหรือฟังแค่เค้าพูด สำหรับบางเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องทดลองเอง ใช้ตาพิจารณารอบข้างก็เห็น แต่บางเรื่องเค้า(ผู้ใหญ่)อาจจะยังไม่เคยเจอมาเลยก็ได้ แค่ถูกสอนมาอย่างนั้น แล้วเราหล่ะจะยอมหยุดเพราะคนอื่นคิดว่ามันไม่ควรทำ หรือจะลุยมันไปเลย เพราะบางโอกาสอาบน้ำร้อนก็คงจะดีีกว่าอาบน้ำธรรมดา***

  32. ยินดีกับสาวม้งที่ทำมาหากินสุจริต รู้จักรักษาตัวรอด หาเงินหาทองสร้างอนาคตให้แก่ตนเอง แถมยังเจียดเงินทองส่งน้องๆเรียนหนังสือ ให้พ่อแม่มีเงินซื้อหมูซื้อไก่เลี้ยงญาติ เลี้ยงผีในช่วงปีใหม่ อนาคตที่ดีมีความสุขในชีวิต ผมเชื่อว่าสาวม้งทุกคนล้วนปราถนา แต่แน่นอนว่าสาวม้งบางคนที่ท่านรู้จักอาจจะล้มเหลวในชีวิตส่วนตัว แต่ก็ไม่ไช่ทั้งหมด อย่าเหมารวม มันเป็นที่เฉพาะบุคคล เราทุกคนต้องยอมรับในสิ่งที่เราเลือก มันไม่ไช่ว่าเพราะแต่งกับคนไทย ม้งแต่งกับม้งไปไม่รอดเยอะแยะ เรามักมีความคิดเห็นที่คับแคบ เรามักเอาประสบการณ์เราเป็นที่ตั้ง ควรเคารพการตัดสินใจของสาวม้งที่เธอได้จัดการกับชีวิตของตนเอง ในอนาคตสาวม้งจะมีบทบาทในการนำมากขึ้นเพราะมีความรู้เอาตัวรอดได้ เชื่อมั้ยปัจจุบันคนเฒ่าคนแก่ม้งพึ่งพาลูกสาวกับลูกเขยมากก่วาลูกชายซะอีก ทั้งๆที่วัฒนธรรมม้งนี่นะตัดลูกสาวจากกองมรดกทันทีหลังจากที่ออกเรือนไปแล้ว ทรัพย์สินของพ่อแม่ลูกชายทั้งหลายที่ได้ชื่อว่าผู้สืบสกุลมีสิทธิ์เท่านั้น สุดยอดมั้ย น่าจะสังขยานาประเพณีนี้ใหม่ จะลูกสาวหรือลูกชายทุกคนได้เท่ากัน ผมคิดว่าเราควรจะนำวิถีชีวิตดั้งเดิมห้าสิบผสมกับสมัยใหม่ซักห้าสิบ ครึ่งๆน่าจะดี เราไม่ลืมกำพืดตนเอง แต่เราก็อยู่ในกาลสมัยที่คนอื่นๆเห็นแล้วทึ่งมาก เช่นสวมชุดม้ง สนทนาภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยว หรือ สวมชุดม้งนั่งทำงานในออฟฟิศที่หะรูหะราอย่างเนี๊ยะ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวอาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกับใครบ้างก็ถือว่าเรามาเรียนรู้แบ่งปันกัน เพื่อที่จะทำให้ชุมชนม้งเรานี้มีการเปิดกว้าง

  33. แต่งกะเหรี่ยง มีบ้างไหมครับ
    บ้านเรามี

  34. สังคมใดไร้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณ๊ และวัฒนธรรมแล้ว สังคมนั้นก็จะไม่สามารคเรียกว่าสังคมนั้นอีกต่อไป…คนม้งเราแม้การศึกษา จนได้งานทำดีๆ …แต่แล้วไม่ยอมรักษาไว้ซึ่งประเพณี และวัฒนธรรมของเขาแล้วไซร้ ก็จงอย่าเรียกตัวเองว่า “ม้ง” อีกต่อไป ผมเชื่อว่า…คนม้งสมัยใหม่ ก็ยังคงไว้ซึ่งความเป็นม้ง แต่ไปในรูปแบบใหม่เท่านั้นเอง…การแต่งงานกับคนต่างเผ่า ก็ไม่ผิด เพราะปัญหาหลังการแต่งงานก็มีทั้งนั้น..ไม่ว่าจะแต่งกับใคร เผ่าใดก็ตามเถอะ..แต่แต่งกับม้งด้วยกันแล้วเมื่อมีปัญหา พ๋อแม๋ ยังสงสารลูกๆ ทั้ง 2 คน และให้คุยกัน ในหลายๆ รอบ(เพื่อปรับความเข้าใจกัน) นี่คงเป็นสิ่งที่ดีที่แต่งงานกับม้งด้วยกัน คงต้องเรียกว่าวัฒนธรรมที่ดีเยี่ยมสิ่งหนึ่ง…แต่หากเราแต่งกับต่างเผ่า เลิก ก็คือเลิก…แบบว่า “หนูไม่แคร์สื่อ”…ทุกคนอย่าลืมนะครับ…ว่า หาก แอ๊ปเปิ้ล ที่ดีไม่มีรอย ก็จะมีคนเลือกและให้ความสนใจเยอะ แต่หากมีรอยแล้วก็คงยากที่จะมีคนสนใจ เปรียบเหมือนคนเราหากแต่งงานกันแล้ว 1 หน หนที่ 2 เราก็เหมือน ของที่มีรอยแล้ว…ถึงแม้เขาคนนั้นจะพุดว่ารับได้แต่..ก็มีอะไรที่คาใจเขาอยู่ และเราก็มีสิ่งมี่คาใจอยู่เช่นกัน…(อย่างน้อยเราก็นั่งคิดว่า จะผิดหวังเหมือนคนแรกหรือเปล่าน๊ะ…)

  35. มาทีหลัง ความเห็นเยอะมาก อ่านไม่หมด อ่านบ้าง ข้ามบ้าง อ่านไปก็เหนื่อยบ้างเศร้าบ้าง ท้อบ้าง
    ทำไมมานวุ่นวายจังหน๋อ หรือจะเป็นอย่างเฟินจิ้นเหย๋าว่า (เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้)โลกนี้ไม่มีอะไรสวยงาม ไม่มีคำว่ายุติธรรม และไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ สวยหรู ไม่มีสิ่งใดที่มีแต่ส่วนดีๆ ได้อย่างต้องเสียอย่าง ระหว่าง อิสระและเงินทอง ปากท้อง ทั้งความทุกข์และความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง(ขงจื้อ) มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่สามรถทำทุกอย่างได้ มนุษย์ธรรมดาๆอย่างเราก็แค่ทำในสิ่งที่ทำได้เท่านั้น (ฮานะซัง สวยสั่งได้) เข้าใจแก่นแท้ของชีวิต เข้าใจสภาพสังคม ชั่งน้ำหนักเหตุผล เลือกตัวเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุด เพราะไม่มีตัวเลือกที่ไม่เสี่ยงเลย..

  36. คุณ Khongkrapaan ดีนะที่ผมไม่แทรกทุกคำตอบ ไม่งั้นคูณสองได้เลย :)

    เจ้าของเรื่องเองก็ขมขื่นไม่แพ้กัน ไม่ว่าคำตอบ เรื่องเล่าของแต่ละท่าน ..ที่สำคัญไม่คิดว่าจะออกทะเลได้ไกลขนาดนี้ งึมๆ

  37. ท่าน EdiTor ครับ ว่าแต่ทะเลคลื่นมานแรงนะ ขอไม่ไกลฝั่งดีกว่า ล้อกานเล่นนะครับ

  38. เรียนท่านผู้หัวหมอทั้งหลายผมตามไม่ทันเรื่องwww.tojsiab.com เลยเปลี่ยนหลายหน้าต่างเหลือเกินไม่เหมือนเดิมเล่นไม่เป็นนะช่วยบอกเจ้าของด้วยนะขอบคุน

  39. คุณ เคาะสนิม ดีครับเรื่องจะได้ไม่เศร้าไปกว่านี้ (ออกทะเล คือ ประเด็นที่เตลิดเปิดเิปิง)

    คุณ รุด สงสัยจะมาจากลิ้งค์ทาง tojsiab.com อากาศมันร้อนครับ อะไรๆ ก็เลยร้อนตาม

  40. นั้นนะสิ เพราะว่าวัฒนธรรม และความก้าวหน้ามาบดบังรึเปล่า
    ที่ทำให้หนุ่มสาวม้งคิดไปต่าง ๆ นา ๆ แล้วคุณเคยคิดรึไม่ว่าจะทำอย่างไร
    ให้คนไทรึคนที่ดูถุกเรา เค้าเลิกคิดอย่างนั้น ทำไมเราไม่เอาคำสบประมาทของคน
    เหล่านั้นมาสอนให้เราเข็มแข็ง อย่างที่เราทำได้ได้ง่าย ๆ คือทำไมเราไม่เรียนหนังสือให้สูง
    มีงานที่ดีทำ มีธุรกิจส่วนตัวที่มั่นคง ไม่ไช่คิดแต่เรื่องแต่งงานละค่ะ
    อยากให้ฉุดคิกสักนิด

    ติดต่อได้นะทางเมล์……….Fits_13@hotmail.co.th
    อยากแลกเปลี่ยนตอนนี้เรียนป.ตรีปี 4 ค่ะ

    สาวเข็กน้อย….ง.ง

  41. ถึง ม้งทุกคน ++++++++++++++++++
    เราก้อเคยทำงานเป็นสาววโรงงานมาก่อนนะ แต่ขอบอกเลย ลำบากมากนะ ทำงานมีโอทีนอนดึกตื่นเช้า ทำงานจนตัวเหลืองหมดปกติเราเป็นคนค่อนข้างขาว หากลองมองย้อนกลับไปแล้วทบทวนให้ดีการทำงานในโรงงานไม่ได้ช้วยให้เราเจริญเลยก้อว่าได้เป็นมานุษย์ กินเงินเดือน พอกลางเดือนมาเงินก้อเริ่มจะหมดแล้ว ถึงจะมีเก็บก้อมีน้อย กว่าจะมีตังเยอะๆๆๆๆๆก้อคงแก่พอดี อาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้เลยก้อว่าได้ ท่านทั้งหลายเคยแปลกใจหรือเปล่าว่าทำไมคนไทย(ที่ไม่ใช่ชนเผ่า )ถึงมีรถดีๆๆขับ มีเงินซื้อบ้านดีๆอยู่ นั่นแหละคือคำตอบที่เราค้นหาอยู่ และบางที่อาจจะเจอคำตอบแล้วด้วย เราว่าที่คนไทยมี กินมีใช้กัน เป็นเพราะว่า
    1…เค้ามีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่พร้อมจะรับฟังความคิดเห็นคนอื่นและนำมาพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
    2…พวกเค้ามีการศึกษาสูง (คนไทยไม่ได้มีตังกันทุกคน)คนที่กู้เงินเรียนก้อมีเยอะ แต่ม้งไม่ค่อยชอบกู้เพราะกลัวเป็นหนี้ แต่จะเลือกทำงานโรงงานแล้วค่อยส่งตัวเองเรียนดีกว่าจะได้ช่วยพ่อแม่ด้วย
    (มันคือความคิดที่ผิด)แล้วคุณมั่นใจหรอว่าจะเรียนจบ แล้วเมื่อคุณเรียนจบคุณจะมีความรู้ไปสู้คนอื่นได้หรือเปล่า**ถามตัวเองไม่ได้คำตอบหรอก***
    3…ม้งส่วนใหญ่ที่เคยเจอมาไม่ค่อยจะยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่น(จึงทำให้ไม่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น)
    4…ม้งไม่ชอบความท้าทาย แต่ชอบความคงที่ ไม่ค่อยพัฒนาตัวเองแต่เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองถูกเสมอ
    5…งานที่คนอื่นเค้าทำแล้วเจริญ (แต่ต้องใช้ความคิด)ส่วนใหญ่ม้งไม่ชอบเพราะมันเสี่ยง และกลัวความผิดพลาด
    ********ที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่ามี อะคะติกับม้งนะ*****************
    เพียงแค่อยากจะบอกว่าโลกมันพัฒนาแล้ว ม้งอย่ามัวแต่หลับตามอง แต่ให้ลืมตามอง
    โลกความเป็นจริง ให้มองข้อผิดพลาดของตัวเองแล้วแก้ไข ให้ฟังความคิดเห็นของคนอื่นแล้วนำมาคิดพัฒนาตัวเองให้ทัดเทีบยคนอื่นเสียที

  42. สวัสดีพี่น้องม้งทุกท่าน
    อยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆที่พี่น้องม้งมี
    ขอเรียกพี่ละกันนะ เพราะตอนนี้ก๊ 30 แล้ว
    เรียนจบพยาบาลมา ทำงานเข้าปีที่ 8 แล้ว
    อยากบอกพี่น้องทุกคนว่าการศึกษาทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปได้จริงๆ
    ที่เปลี่ยนไปเพราะ เราสามารถตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ได้
    โดยใช้ความรู้ความสามารถที่เรามี สร้างบ้านให้พ่อแม่อยู่ยามแก่เฒ่า
    ซื้อรถอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวได้ ส่งน้องๆเรียนได้ มีเงินส่งให้พ่อแม่ใช้
    ไม่ต้องลำบากไปทำไร่ ตากแดดร้อนๆ ชีวิตเปลี่ยนไปได้จริงๆ
    เพราะพี่เรียนจบทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และเป็นวิชาชีพ จึงไม่มีตกงาน
    พี่จึงเลือกให้น้องๆหลานๆเรียนด้านนี้เหมือนกัน คือ พยาบาล กายภาพบำบัด วิศวะ
    ถ้าใครที่มีความรู้ความสามารถ หรือสมองดี อยากให้เรียนด้านนี้นะคะ
    อยากให้ทุกคนอดทนเรียนให้สูงๆ อย่างน้อยก็ ป.ตรี จะได้หางานไม่อยาก
    ไม่อยากให้ใครมาว่าพี่น้องม้งเราได้
    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ สู้ๆ

  43. สำหรับความคิดเห็นนะ

    ก้อ

    1.อย่างแรกที่ว่าทำไมม้งไม่เจริญนะ

    -ม้งรักขุนเขามากกว่าบ้าเมืองที่หรูหรา

    -ในชีวิต ม้งเปลี่ยนเพียง2อย่างคือ รถ กับ ภรรยา

    -พรุ่งเปนงัยไม่สน ขอวันนี้มีกินก้อพอ

    -ประเพณีเดิมๆ ทำให้สิทธิด้านการแต่งงานมีน้อย

    -การแต่งงานเร็ว ทำให้ไม่โอกาศในการศึกษาเล่าเรียน จรีงๆ ม้งเรียนเก่งมากๆ

    -ความคิดที่ว่าผู้หญิงไม่มีความหมายควรเปลี่ยนได้แล้ว

    2.ที่ว่าเปนสาวโรงงานเยอะ

    -ขอพุดตรงๆว่าเกิดจากผู้ปกครองไม่ส่งเสริมให้เรียน จึงต้องขวนไขว่เอาเอง

    -เป็นความคิดที่ไม่ค่อยดีแต่ต้องทำเพราะไม่มีทางเลือก

    -ส่วนมากมักหลงไปกับสีสัน มายา ของสังคม

    -เป็นความคิดที่คิดว่าเป็นอะไรที่ทำแล้วได้เงินมาง่ายๆ แต่ขอบอกว่ามันเป็นความคิดที่ผิด

    3.สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราสามารถยืนหยัดอยู่ได้คือ

    -การปรับตัว แต่ไม่ ใช่การเปลี่ยนไป ^_^ คงเข้าใจนะ

    -ความสามัคคี การทำงานร่วมกัน นี่แหละสำคัญที่สุด

    -สิ่งสุดท้ายที่จะฝากคือ ม้งก้อคือม้ง

    มันสำคัญตรงที่ว่าเรารักม้งหรือเปล่า

    >> หนุ่มพยาบาล

  44. เคยคิดนะคะว่าถ้าเราแต่งงานแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ช่วยกันทำมาหากิน แต่ในที่สุดแล้วไม่รู้มันยังไง เมื่อก่อนเคยมีแฟนเป็นคนไทยล่ะค่ะ รักเค้ามาก และคิดว่าเรารักกัน แต่ในที่สุดแล้วต้องตัดสินใจเลือกระหว่างเค้า กับผู้ชายม้ง (ตามที่พ่อแม่เราต้องการ)เราจึงเลือกที่จะแต่งงานกับผู้ชายม้งแรกๆก้อดีนะคะแต่หลังๆมาเค้าเริ่มใช้นิสัยผู้ชายม้ง เรานะเบื่อมากเลย อยากจะตายแล้วเกิดใหม่เพื่อจะได้เจอสิ่งที่ดีกว่านี้ ปัญหามากมายแต่ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง มันเศร้าเหลือเกินชีวิตนี้ ถึงบอกผู้ใหญ่ทางบ้านไปก้อไร้ประโยชน์ รู้ๆกันอยู่ว่าธรรมเนียมม้งเค้าเป็นยังไง อยากจะหลับคืนนี้แล้วไม่ต้องตื่นอีกต่อไป……….จะมีคนเหมือนเราสักกี่คนหนอ………..

  45. ถ้าwebม้งasia.comสามารถlinkเข้าไปฟังวิทยุม้งเชียงใหม่ได้ก็จะเป็นการดีมากเพระม้งบางคนต้องเเดนไกลไปทำงานหรือเรียนไม่สามารถฟังได้จึงไม่ทราบข่าวอะไรเลยเกี่ยวกับม้งจึงคิดว่าwebนี้จะเป็นเเนวทางนึงที่จะสื่อข่าวสารให้กับชาวม้งได้ทราบข่าวคราวได้บ้างทางนึง thank you

  46. ผมได้ยินมามากเหลือเกินกับคำว่าธรรมเนียมม้งๆ …ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม มันไม่ดีตรงไหน
    ในเมื่อทุกอย่างมานอยู่ที่ตัวเราทั้งนั้น ชีวิตจะมีทุกข์หรือมีสุขก็อยู่ที่ตัวเรา แล้วธรรมเนียมม้งบีบบังคับอะไรคนเหล่านี้หรือ อยากรู้จริงๆ (ธรรมเนียมม้งบังคับให้แต่งงานหรือ ธรรมเนียมม้งบังคับไม่ให้หย่ากันหรือ ธรรมเนียมม้งไม่รับคนที่เป็นแม่ม้ายเข้าบ้านหรือ ธรรมเนียมม้งให้ผู้หญิงทำงานบ้านงานเรือนหรือ )แล้วข้อไหนละที่ไม่ดี ถ้าเธอไม่อยากแต่ง ถ้าเธออยากจะหย่า ถ้าเธออยากจะกลับมาบ้าน ถ้าเธอไม่อยากทำงานบ้านงานเรือน หรือการที่เธอได้ผู้ชายแห่งซวย แล้วเกี่ยวอะไรกับธรรมเนียม ผู้หลักผู้ใหญ่ของม้งโง่เขลาเบาปัญญานั่นหรือ หรือว่า เขามองเห็นอะไรบางอย่างที่ดีกว่า ……..

  47. คิดให้มาก ปัญญาจะได้เกิด อย่าคิดแต่เพียงทำไมต้องเป็นอย่างนี้ ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น
    คิดวิธีแก้ไม่ใช่เก็บมากักกลุ้ม คิดไม่ใช่ฟุ้งซ่าน รู้จักพอประมาณ รู้เขารู้เรา โทษคนอื่น แก้อะไรไม่ได้ โทษตัวเราแก้ได้ทุกอย่าง จำไว้ให้ดีนะเพื่อนเอ๋ย ……….

  48. คุณ เเสดงความคิดเห็น น่าจะแจ้งลิ้งค์มาด้วยนะครับ

    คุณ Khongkrapaan พูดได้จับใจครับ เพราะยุคนี้ด้วยการศึกษาที่แต่ละคนได้รับมา ผมเชื่อว่าแต่ละคนน่าจะจัดการกับเรื่องพวกนี้ได้ แม้จะประสบกับเรื่องไม่ดีในชีวิตคู่บ้าง แต่เราน่าจะตัดสินใจเองได้ ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไป

  49. รู้สึกดีใจที่คุณอย่าง EdiTor เห็นด้วยในความคิดของผมครับ ..จริงๆสิ่งที่ว่ามาผู้หญิงโดยมากมักจะนำมากล่าวอ้างเสมอครับ…ซึ่งผมไม่เข้าใจเหมือนกานว่าเพราะอะไร แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วละว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างของคนเลวๆที่ไม่รู้จะดำรงชีวิต ข้ออ้างของคนหูเบา ….อีกสารพัดละครับ..
    ผมจะบอกคล่าวๆว่า ถ้าใครคิดว่าวัฒนธรรมประเพณีม้งเอาเปรียบผู้หญิง ก็ไม่ต้องแต่งกับคนม้งก็ได้ครับ แต่ถ้าใครที่แต่งกับคนไทยแล้วไม่ได้ทำงานบ้านงานเรือนเหมือนคนม้งก็กรุณามาบอกผมทีด้วยนะครับ ผมจะได้รู้ว่ามันต่างกันอย่างไร ตรงไหน ขอกรุณาอย่างกล่าวหาลอยๆครับ.ยกตัวอย่างมาเลย และต้องเป็นกรณีเดียวกัน อาชีพเดียวกันด้วย แต่ถ้าจะเอาอาชีพทำไร่มาเปรียบกับงานบริษัทคงเป็นไปไม่ได้ครับ……………..

  50. เราก็เปนอีกคนที่อยากมีชีวิตแบบม้งๆเหมือนกัน ตอนนี้กำลังคบกับหนุ่มม้ง และคิดว่าจะฝากอนาคตไว้ที่เค้าแต่ก็อย่างว่านะ เราก็มีหวั่นๆอยู่มั่ง แต่ก็คงจะดีกว่าไปคบกับคนไทยที่ไม่ใช่ม้ง เคยคบแต่ว่ายังไงๆเค้าก็ไม่ใช่อยู่ดี แต่ยังไม่รู้ว่าที่กำลังจะตัดสินใจตามนี้หรือไม่ แต่ก็ต้องเสี่ยงอีกครั้ง คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว

  51. ตอบคุณ “เคาะสนิม” ในหมู่บ้านผมแต่งกันกับหลายเผ่ากับ แต่งกับเผ่าอ่าข่า จีน เย้า คนไทย คนเมือง แทบจะครบหมดแล้วละครับ

  52. ผมคนหนึ่งครับ ที่คบกับคนไทยอยู่ และคิดว่าจะแต่งด้วยนะครับ ผมก็ยังหวั่น ๆ จากคำพูดของแต่ละคนมาเหมือนกัน แม้แต่ครอบครัวผม ก็กีดกั้นมาแล้ว แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นครับ ครอบครัวผม ยอมรับได้แล้ว
    แต่ก็อย่างว่าน้อ แต่งกับคนไทยมาเป็นสิบคู่ จะอยู่ได้จริง ๆ ก็ไม่กี่คู่นะครับ เท่าที่ผมรู้มา แต่ส่วนมากแล้วอยู่ไม่ได้ เพราะปัญหา ต่าง ๆ นา ๆ ผมก็คิดว่าคุ่ผมนี่ จะเป็นเหมือนกับคู่ไหนบ้างน่ะ จะอยู่ได้หรือไม่ได้น่ะ แต่ที่สุดก็อยู่ที่การตัดสินใจของเรา ผมเลือกที่จะรัก ผมเลือกที่จะลอง ผมเลือกที่จะเผชิญกับปัญหา ผมพร้อมแล้วครับ

    ป.ล. หนทางพิสูจน์ม้าเด้า กาลเวลาพิสูจน์ใจม้งเด้า

  53. ม้งยังไงก็คือม้ง จะอยู่ที่ไหนก็ยังคงมีความเป็นม้งอยู่ในสายเลือด

  54. qov tseeb kuv g pau sau ntaw thaib nyob rau hau no,
    kuv g pau tia Editor yog tij lo yog kwv ntawm kuv tab sis qov no nw g muaj teeb maam.
    kuv thov qua koj thiab ua tsaug rau koj lub peev swm. tej zaum kuv yuav tsum muab koj hu tij hlaug lawm vim kuv nyua quav kawm nyog qib 6. pua yua muaj nhub kuv paub koj zoo dua no.
    kuv yog ib tug mhoob ua nyob rau vientiane nrog niam thiab txiv thaum me me lo lawm. kuv g muaj phooj ywg mhoob li lo yog tab sis kuv yeej g tu siab rau leej twg.
    koj pab qia kuv tia vim li ca peb cov ntxhai mhoob thiaj tuaj ua hauj lwm tej yam zoo li no
    qia ncaj2 kuv hai lu mhoob g meej tab sis sau ntawm mhoob siv tau thiab
    yog koj nyob nplog no kuv xav yaum koj nrog kuv tsev nheeg noj ib pluag mov ua ke
    yog nyob thaib no thau twg tuaj txog vientiane no hu kuv thiab nawb 7909639
    mhoob hlub mhoob

  55. tij laug Editor koj hai pua yog peb mhoob yog ib hai nheeg siab phem ntshaj
    nyob rau nplog teb no cov tub hlua nhub nyoog thaj tsam li kuv no cev ua laib feem cooj zoo li lub zos Km52 thiab ya av liab.
    pab qia lawv me ntshis thiab

    sib ntshib dua lwm zau
    kuv kawm ntawj nyob Lao-viet friendship highscool
    muaj dab g txog peb mhoob thov txua tu
    qia kuv thiab
    Ua Tsaug…..!

  56. Nyob zoo os An Ti zoo siab dau koj tuaj koom peb hauv no. Li cas kuv mam li hu cau koj vim tias kuv li ntawv hmoob cis zoo.

    Thov teb koj ua lus thaib li no.

    พูดถึงเรื่องพฤติกรรมวัยรุ่นม้งบางกลุ่มแล้ว มันน่าหดหู่ (เศร้า) เพราะชีวิตคนม้งโดยทั่วไปยังลำบากกันอยู่ แต่คนม้งรุ่นใหม่ยังห่วงแต่ความสนุก ไม่จริงจังที่จะทำให้ตัวเองและครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น เที่ยวเตร่ เที่ยวสาว กินเหล้า ทะเลาะวิวาท

    แต่ก็น่าดีใจที่ม้งเรามีคนอย่างคุณ An Ti อยู่ไม่น้อย คนที่ตั้งใจเรียน ตั้งใจที่จะสร้างอนาคตที่ดี เมื่อมีคนม้งเรียนหนังสือมากๆ ทำงานดีๆ ชีวิตของม้งโดยรวมก็จะดีขึ้น สำหรับคนที่ยังทำตัวเสเพลก็ต้องปล่อยเค้าไป อย่าเสียเวลากับคนกลุ่มนี้เลยครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ ..เอาไว้ผมจะโทรคุยด้วยนะครับ หรือจะอีเมล์มาคุยกันก็ยินดีครับ

    Contact Hmong Asia

  57. หัวข้อ สาวม้ง สาวสมัยใหม่ แต่อ่านไปอ่านมา กลับกลายเป็นเรื่องการแต่งงานซะแล้ว

    จึงขอเสริมนิดนึงว่า ไม่ว่าจะแต่งกับใคร ก็ขอให้รักกันก็พอ หนุ่มม้งสมัยใหม่ ไม่แน่ใจว่ามีความคิดแบบใด
    แต่ขอให้อย่าคิดเหมือน ชายม้งสมัยก่อนละกัน ที่มีเมียน้อย อย่างน้อย 1 คน ชีวิตครอบครัวยุ่งเหยิงมากๆ

    ที่รุ้เพราะ คุณตา ก็มีเมียน้อย และเขาก็ัรักแต่เมียน้อย ลูกเมียน้อย ยายเรา ช่างเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด

    ผู้ชายม้งจะเป็นแบบนี้ซะส่วนใหญ่มั้ยนะ

Leave a Reply

โปรดสุภาพ เปิดกว้าง และตรงไปตรงมาบนพื้นฐานของเหตุและผล

You can use these XHTML tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <blockquote cite=""> <code> <em> <strong>



+ 3D TV + Best LED TV + Samsung 55 LED TV + 46 LCD TV + 50 LCD TV + 52 LCD TV + Samsung LCD TV + LG TV + Sony TV + Sharp TV + 720p + 1080p + DLP TV + Samsung DLP TV + Mitsubishi 73
(more + )