สื่อใหม่ กับโลกใบเก่า

เราได้ยินกันมานานแล้วว่า “เวลามีค่า” ต้องนอน 8 ชั่วโมง ทำงาน 8 ชั่วโมง เวลาส่วนตัวอีก 8 ชั่วโมง แต่ปัจุบันมีตัวแปรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา อย่างเช่น มือถือ และโลกออนไลน์

ปัจุบันเราสามารถใช้ 8 ชั่วโมง (สำหรับเวลาส่วนตัว) ทำอะไรได้บ้าง กิน อาบน้ำแปรงฟัน ไปธุระข้างนอก ถ้าเป็นผู้หญิงก็อาจต้องให้เวลาละครหนึ่งชั่วโมง ข่าวบันเทิงหรือวาไรตี้อีกหนึ่งชั่วโมง ถ้าเป็นผู้ชายก็อาจเล่นเกมส์ หรือไม่ก็กินเหล้า ..เกมส์และเหล้ามักไม่จำกัดเวลา

เพิ่มการอ่าน ดูสื่อเพื่อพัฒนาตัวเองบ้างวันละชั่วโมงก็น่าจะดี

ดังนั้นแล้ว 8 ชั่วโมงสำหรับเวลาส่วนตัวจึงเริ่มไม่ค่อยพอ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำกันก็คือเบียดเอาเวลานอนมาดูทีวี ท่องเน็ต คุยโทรศัพท์ เวลาทำงานก็มานั่งอัพเดท Facebook ..แล้วจบลงด้วยการราตรีสวัสดิ์ชาวเฟสตอนตีหนึ่ง

นอน 8 ทำงาน 8 ส่วนตัว 8 และ Facebook 8 ..

แน่นอนครับสำหรับการออนไลน์อย่าง Facebook นั้น เราสามารถทำไปพร้อมๆ กับเรื่องอื่นได้ เช่นว่าออนทิ้งไว้ระหว่างทำงาน ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน ระหว่างกินข้าว ด้วยเหตุนี้เวลาส่วนใหญ่ของคุณอาจหมดไปกับ Facebook โดยไม่รู้ตัว

ทุกคนรู้ดีว่าการออนเฟสทั้งวันๆ ไม่ได้มีอะไรมาก เวลาส่วนใหญ่จะเสียไปกับการรอคอยให้ใครบางคนมากด Like หรือคอมเมนท์ ..บ้างก็คงหมดเวลาไปกับการหาข้อความโดนๆ เพื่อที่จะมาโพสต์

ผมเคยคิดว่าสิ่งที่ทำให้สิ้นเปลืองเวลาโดยเปล่าประโยชน์มากที่สุดได้แก่รายการละครนั่นเอง แถมยังเป็นการปลูกฝังสิ่งแย่ๆ ลงในหัวอีกต่างหาก โดยดูได้จากฉากการตบตีจิกหัวกัน หรือการกรีดร้องทำนองว่าจะเอารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมให้ได้วันนี้พรุ่งนี้

การบันทึกภาพละครน้ำเน่าลงไปในหัวก่อนเข้านอนนั้น ถือเป็นภาพหรือกิจกรรมสุดท้ายก่อนนอนของหลายๆ คน ซึ่งหากใครที่รู้จักคำว่า “การโปรแกรมจิตใต้สำนึก” แล้ว ก็จะเข้าใจว่าการดูละครน้ำเน่าก่อนเข้านอนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเอาเสียเลย

Facebook ต่างจากละครทีวีตรงที่เราสามารถเลือกใช้งานได้ ว่าเราจะใช้เพื่อการติดต่อสื่อสาร ความบันเทิง การศึกษา หรือธุรกิจ ซึ่งทำได้ทั้งนั้น และเราก็ไม่ต้องเป็นฝ่ายรับฝ่ายเดียว เพราะบน Facebook เราสามารถโต้ตอบกันไปมาได้ ..หรือจะโต้เถียงทะเลาะวิวาทกันก็ตามแต่อารมณ์

คนใช้ Facebook ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่แล้วจะให้เวลากับมันมากจนเกินไป ซึ่งม้งเราก็เช่นเดียวกัน

ที่จริงแล้วการใช้ Facebook เป็นเวลานานๆ นั้นผิดไหม ? ก็ไม่ผิดครับ เพียงแต่เราเสียเวลาไปกับมันมากไปหรือเปล่า มันจะกระทบกับงาน กับอนาคตของเราหรือไม่

ผมเองก็ใช้ Facebook ครับ แต่ก็พยายามใช้ในขอบเขตเวลาที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเราจะไม่มีเวลามาคิดวางแผนเรื่องงาน ไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องอนาคต หรือไม่มีเวลาให้กับคนที่อยู่ข้างๆ คุณ ..หรือแม้แต่เวลาให้ตัวคุณเอง

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้เพราะผมสังเกตุเห็นพวกเราบางคน ให้เวลากับ Facebook มากเกินไป อยากให้ลองหันไปมองข้างหลังบ้างว่า เราควรทำอะไรเพิ่มเติมให้แก่คนข้างหลังที่เราจากมา ถ้าคำตอบคือคุณยังมีสิ่งที่ต้องทำมากมายเพื่อคนข้างหลัง ก็จงให้เวลากับ Facebook น้อยลง แล้วหันมาให้เวลาคิดและทำเพื่อคนที่อยู่ข้างหลังคุณให้มากขึ้น

สำหรับคนที่มีหน้าที่การงานดี มีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากคุณจะให้เวลากับ Facebook มากหน่อย ผมก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่ เพราะคุณไม่ต้องมากังวลเรื่องปากท้องอีก

สำหรับคนที่ยังลุ่มๆ ดอนๆ ก็ลองหยุดคิดสักนิดนะครับ ว่าพอจะแบ่งเวลาจาก Facebook เพื่อไปคิดและทำสิ่งอื่นได้อีกหรือไม่ ..ใช้เวลากับ Facebook ให้น้อยลง แล้วหันมาใช้เวลากับชีวิตจริงให้มากขึ้น

สมัยก่อนคนนอนน้อย (เพราะทำงานหนัก)มักประสบความสำเร็จในชีวิต สมัยนี้คนนอนน้อยประสบความสำเร็จในชีวิตยากขึ้นทุกที ..เว้นแต่นอนน้อยเพราะทำงานหนัก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *