ส่วนราชการไทย และชนกลุ่มน้อย

วันนี้ผมได้เกิดมุมมองใหม่ๆ ซึ่งอาจจะเีรียกได้ว่าบรรลุ (อะไรสักอย่าง) ก็ว่าได้ เกี่ยวกับการให้บริการของส่วนราชการไทย ที่มีให้กับเรา ผู้ซึ่งถูกเรียกกันต่างๆ นาๆ บ้างว่าชนกลุ่มน้อย บ้างว่าชาวเขา วันนี้ผมจะมาเปิดมุมมองใหม่ๆ (ซึ่งบางคนอาจจะมีอยู่แล้ว) เพื่อให้เรามีกำลังใจที่จะเป็นชาวเขา หรือชนกลุ่มน้อยต่อไป

ประสบการณ์อันน้อยนิดในวัยเยาว์ ด้วยข้อจำักัดของพื้นที่ในการใช้ชีวิต (อยู่แต่กับสังคมที่มีม้ง) จึงอาจทำให้เรามีมุมมองที่แคบๆ สิ่งที่เราเห็นก็คือ ส่วนราชการไทยมักจะให้บริการที่ไม่ดีกับเรา ที่เห็นได้ชัดคือคำพูดคำจาที่ไม่ไพเราะ ทำให้เรามีความรู้สึกว่าเราเป็นชนชั้นสอง (หรืออาจสาม สี่ ห้า) ของประเทศนี้หรือ?

แต่พอโตขึ้นๆ (ตอนนี้หยุดโตแล้ว) จึงได้พบว่า ความรู้สึกที่เคยมีอาจจะไม่ถูกไปซะหมด แน่นอนว่าส่วนราชการไทยอาจจะให้บริการกับประชาชนได้ไม่ดี แต่ไม่ใช่กับเฉพาะคนม้ง หรือชาวเขาอย่างเราเท่านั้น แต่กับประชาชนคนไทยทั่วไป ก็ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะผมเห็นสถานที่ราชการหลายแห่งในเมืองใหญ่ ที่เจ้าหน้าที่พูดจาไม่ไพเราะกับประชาชนผู้มารับบริการ (หรือมารับกรรมก็ไม่รู้สิ) มีแต่หน้ายักษ์หน้ามาร แม้แต่โอเปอร์เรเตอร์สาว ที่ทำหน้าที่ต้อนรับในด่านแรก แทนที่จะพูดจาไพเราะเรียกแขก แต่เปล่าเลย เธอจะทนพูดดีกับคุณได้ไม่เกินสองคำ หลังจากนั้นคุณก็จะกลายเป็นไอ้โง่ในสายตาเธอทันที (เมื่อเธอกลายเป็นไอ้งั่ง)

แม้ประชาชนอย่างเรา จะต่างเชื้อชาติต่างภาษา แต่คำบ่นก่นด่ากลับแปลได้ตรงกันว่า
“..่ง ช้าอิ๊บอ๋าย”
“..่ง พูดไม่เพราะเลยหว่ะ”

ที่พูดมาผมไม่ได้พูดลอยๆ และเพื่อให้เกิดกำลังใจ (ที่จะเป็นชาวเขา) ถึงขีดสุด ผมขอเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ ให้ฟัง วันนี้ผมต้องกลับไปยื่นเอกสารเพิ่มเิติม (เปลี่ยนชื่อ สกุล) เพื่อต่ออายุใบขับขี่ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนผมได้รับการอบรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เอกสารยังไม่ครบ พอผมเดินเข้าไป โอเปอเรเตอร์สาวก็รีบทักผม
โอเปอเรเตอร์ “มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” ยิ้ม..
ผม “มายื่นเอกสารเพิ่มเติมครับ..” ยังไม่ทันได้อธิบายต่อ
โอเปอเรเตอร์ “ทำอะไรล่ะ” หน้าเริ่มบึ้ง
ผม “ต่ออายุใบขับขี่ครับ”
โอเปอเรเตอร์ “ต่อใบขับขี่ก็ชั้นสองสิคะ” หน้าบึ้งถึงขีดสุด

พอขึ้นไปชั้นสอง ผมก็ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่อง
ผม “ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครับ” เธอรับไป
ผม “เป็นใบเปลี่ยนชื่อ และใบเปลี่ยนนามสกุลครับ”
เจ้าหน้าที่ “รู้แล้ว” ทำหน้าบึ้ง แล้วเธอก็ก้มหน้าก้มตาค้นหาเอกสารเก่าผม

ผ่านไปสิบนาที
เจ้าหน้าที่ “ไม่เห็นเอกสารคุณ คุณแน่ใจว่าอบรมแล้วเหรอ”
ผม “ครับ อบรมแล้ว .. ไม่ทราบค้นชื่อเก่า หรือชื่อใหม่ครับ คือผมเปลี่ยนชื่อน่ะครับ”
เจ้าหน้าที่ “ออ ..ชื่อเก่า ชื่ออะไรนะ” ตอนแรกก็ว่า รู้แล้ว
ผมก็บอกชื่อไป

ช่วงเวลาที่รอเรียกชื่อ ผมสังเกตว่ามีอยู่สองเค้าน์เตอร์ ที่เจ้าหน้าที่พูดจาไม่ดีกับประชาชนที่มาติดต่อเลย ผมก็คิดอยู่ในใจ “เออ นึกว่าม้งจะโดนอยู่คนเดียว” ระหว่างที่ยืนรอ ก็มีผู้ชายสองคนที่ยืนใกล้กันบ่นกับผมตลอดเวลาว่า บริการช้า แถมยังหันทีวีเข้าหาเจ้าหน้าที่อีกต่างหาก คนนั่งรออยากดู ก็ต้องชะเง้อเอา

พอเสร็จธุระตรงนั้น ผมก็เข้าไปในห้างที่อยู่ใกล้กัน ผมเดินเข้าไปในร้านหนังสือ ได้ยินชายผู้หนึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เนื้อหาที่เขาสนทนาอยู่คือ เรื่องที่เจ้าหน้าที่ในศูนย์ราชการแห่งนั้นพูดจาไม่เพราะ ประมาณนี้ “คนชื่อกฤตยา พูดไม่เพราะเลย ส่วนเด็กผู้หญิงที่นั่งข้าง เค้าก็พูดจาดีนะ ..” แสดงว่าที่ผมอคติกับระบบราชการนั้น ผมมาถูกทางแล้ว

เราต้องดีใจที่ว่า ในหลายสิบปีที่ผ่านมา ม้งเราได้พัฒนา และยกระดับตัวเองไปไกลแล้ว แต่ระบบราชการไทยยังคงดักดานไม่ไปไหน เมื่อตอนเด็กคุณเห็นเป็นยังไง เดี๋ยวนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น

ใครที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็จงเข้าใจเถอะว่า ไม่ใช่เฉพาะเราที่ได้รับบริการแย่ๆ จากระบบราชการไทย หากแต่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศเอง ก็ได้รับการบริการเช่นเดียวกันกับเรา บางทีศูนย์ราชการในชนบท อาจจะให้บริการประชาชนได้ดีกว่าในเมืองใหญ่ด้วยซ้ำไป ทั้งนี้เพราะความใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนมีมากกว่าในเมืองใหญ่

24 Comments

  1. Rain

    ค่ะ….มีทั่วๆไปแหละน้อ
    เดี่ยวนี้พนักงานหรือเจ้าหน้าไม่ค่อย take care คนเื่ท่าไหร่
    มีให้เห็นเป็นหย่อมๆ แม้แต่แม่ค้าพ่อค้าเลย ลองจับๆและดูๆของเฉยๆ แล้วไม่ซื้อสิ
    มีเสียงบานหรือว่าให้ลอยมาให้ได้ยินเลย

    คราวหน้าลองเตรียมเอกสารทุกอย่างให้ครบๆแล้วไปครั้งเดียวอ่ะนะ
    ถ้ายังพูดไม่เพราะให้อีก เดี๋ยวค่อยลดแต้มคะแนนของการบริการของส่วนราชการที่มีต่อคนม้งอีกหนึ่งแต้ม

    ตอนที่แล้ว หนูหักไปแล้ว หนึ่งแต้ม ตอนนี้ก็เหลือแค่ 98คะแนนอ่ะนะ จะลดหรือเพิ่มเรื่อยๆก็ต้องดูความเห็นของเพื่อนๆม้งเอเซียคนอื่นต่อไป

  2. EdiTor (Post author)

    คุณ Rain หักแต้มยังไงเหรอครับ ถ้าหักแต้มศูนย์ราชการได้จริง ผมจะกลับไปหัก 99 แต้ม เหลือ 1 แต้มไว้เป็นด้ายแขวนคอ

  3. คนด้อยโอกาส (สันติภาพในเปลวไฟ_ จริงหรือ?)

    เหตุการณ์การรับบริการของส่วนราชการอย่าง คุณ EdiTor ที่ยกตัวอย่างและอธิบายมานี้ เป็นเรื่องที่ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยเคยเจอ/ถูกกระทำ ยิ่งเราเป็นคนชายขอบของสังคมอีกด้วย มันก็เลยยิ่งถูกกระทำไปใหญ่(ฐานคิดของประเทศไทยที่ทำให้เกิดเรื่องอคติทางชาติพันธุ์ เราต้องยอมรับความจริง และปรับกระทัศน์ในเสริม/สร้างองค์ความรู้ของชาติพันธุ์ของตัวเอง เพื่อปรับเปลี่ยนฐานคิดไม่ดีทางชาติพันธุ์ออกจากสังคม)

    === แต่ผมว่า ประเทศไทยก็ถือว่าการให้บริเวณของส่วนราชการอยู่ในระดับดีกว่าประเทศบางประเทศ แต่อย่างที่ว่าน้อ ยังเห็นเหตุการณ์อย่างนี้ทั่วไปอีก แต่คิดว่าเหตุการณ์อย่างนี้คงค่อยถูกพัฒนาและหายไปน้อ คิดว่าอย่างนั้น (หรือเราเข้าข้างตนเองน้อ เพราะเราก็ทำงานในส่วนราชการที่ให้บริการ)

  4. นพ.กันตพงศ์ เล่าลือพงศ์ศิริ

    เป็นธรรมดาของระบบราชการไทย เพราะเป็นระบบที่สั่งสมมานานตราบเท่าที่เราๆกันอยู่ ในความเห็นของผมผมคิดว่า การที่คนเรา(ผู้ให้บริการ)จะปฏิบัติต่อคนที่มารับบริการอย่างไรนั้น ขึ้นกับองค์ประกอบหลายๆอย่าง เช่นพื้นฐานทางจิตใจ จิตสำนึกของการให้บริการ(service mind) อารมณ์ขณะนั้น ความฉลาดทางอารมณ์ ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถทางอาชีพนั้นๆ รวมทั้งการมีอคติต่อผู้มารับบริการ ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ถ้ามีจุดบกพร่องตรงไหนมากๆ พฤติกรรมการให้บริการที่ไม่พึงประสงค์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย
    อีกอย่างที่เป็นข้อเท็จจริง ที่มีผู้พูดถึงทางสื่อเมื่อไม่นานมานี้คือ สังคมไทยถูกปลูกฝังให้จงเกลียดจงชังมาแต่ไหนแต่ไร เกลียดพม่า เพราะพม่าเผาอยุธยา เกลียดคนที่ราบสูงเพราะเป็นตัวปัญหาตัดไม้ทำลายป่าและเกี่ยวข้องค้ายาเสพติด คนภาคกลางดูถูกคนอิสาน ต่างๆเหล่านี้ เราคิดว่าเป็นเพราะอะไร?
    ระบบการศึกษาของเราสอนให้คนแก่งแย่ง ชิงดีตั้งแต่เด็ก เด็กๆไม่มีจริยธรรม ไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจ เห็นแก่ตัว ก้าวร้าวต่อสิ่งที่ไม่เห็นด้วย พอโตขึ้นก็เป็นภาพอย่างที่เป็น ประเทศเราจึงมีนักการเมืองที่เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวอยู่เต็มไปหมด การเมืองไม่เสถียรไม่นิ่ง วนอยู่ในอ่างปัญหา ข้าราชการคอรัปชั่นทุกระดับ ประชาชนอดอยาก ยากจนลงไปทุกที เศรษฐกิจแย่ ทุกคนเครียด ข้าราชการเครียด หนี้สิน อะไรต่อมิอะไร เกี่ยวข้องกันหมด => ผลลัพท์คือ พฤติกรรมของคนนี่แหละ
    ฉะนั้น การมองเหตุการณ์อะไรก็ตาม ถ้าเรา(ทั้งคนที่รับหรือให้บริการ)มองด้วยความเข้าใจ เราจะไม่ทุกข์มากเกินไป เอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดเสียว่า ถ้าเราเป็นเขาจะเป็นอย่างไร ถ้าคิดแบบนี้ได้ สังคมไทยจะมีความขัดแย้งน้อยลง การแก้ไขพฤติกรรมของคน ทำยากครับ ถ้าเขาไม่คิดเปลี่ยนตนเอง สังคมไทยต้องการความรักและเข้าใจ ระหว่างคนที่อาศัยร่วมกันภายใต้พระบรมโพธิสมภารครับ อยากเห็นควมสงบร่มเย็น จงเริ่มที่ตัวท่านก่อนเลยครับ

  5. ddd

    ช้ายยย……ใช่เลย มีเรื่องเล่ามากมาย…ถ้าเรื่องนี้อ่ะนะ….พี่สาวป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ไปโรงบาลอำเภอ แห่งหนึ่งที่เพชรบูรณ์ เป็นอำเภอที่มีม้งอันดับ 1 ในไทยอ่ะ…พยาบาลหรือหมอไม่รุ….บอกไม่เป็นไรให้พารา..แล้วให้กลับ แกก็ไม่หาย เราทนไม่ได้เพราะไปโรงบาลบ่อยอาทิตย์ละครั้งเพราะทนปวดไม่ไหว ก็ได้รับบริการเหมือนเดิม เราเลยพาไป รพ.จว. เขาตรวจพบว่าเป็นเนื้องอก และรีเฟอร์ไป รพ.ราชวิถี และราชวิถีส่งต่อ รพ.องครักษ์ นครนายก เขาบอกที่นี่ดี..เป็นที่ฝึกงานนักเรียนแพทย์ด้วย พี่เราได้รับการดูแลดีมากจากแพทย์…แต่นางผู้ช่วยพยาบาลหรือนังคนทำความสะอาดนี่แหละ รู้ว่าเป็นชาวเขา เขาไม่มาดูแลเลย เวลาผ่าตัดแล้วลุกไม่ขึ้น แต่คนไข้ปวดฉี่ยังไม่ยอมมาช่วยเลย เพราะเขาไม่ให้ลูกไปเยี่ยมนอกเวลาน่ะ…พอลูกมาพี่เราเล่าให้ฟังลูกเลยบอกแพทย์ นังคนนั้นโกรธและเลยเกลียด มาต่อว่าและด่า แล้วด่า แล้วก็ด่า จนพี่สาวร้องไห้ พอป่วยโรคเดิมแกร้องไห้ เพราะไม่ใช่เจ็บป่วยมาก แต่กลัวนังคนนั้นที่ รพ.องครักษ์ น่ะ แม้หมอเรียกไปเตือน แต่หล่อนยังนิสัยSupper ดัลเบิ้ลแย่ ลงอีก หาว่าพี่เราฟ้อง แทนที่จะพิจารณาตัวมันเอง…ใครอยู่ รพ.องครักษ์ เราชมนะ…แต่อยากด่านังคนนั้นคนเดียวจ้ะ

  6. Phaa

    เท่าที่ผมสัมผัสมานะครับแบบว่าสัมผัสแบบใกล้ชิดด้วย ข้าราชการไทยส่วนใหญ่คิดว่าตนเองเป็นเจ้านายคนอื่นครับความคิดนี้ยังมีอยู่ในข้าราชการส่วนใหญ่ที่อายุราชการมากแล้ว และบางครังยังซึมซับสู่ข้ราชการรุ่นใหม่ด้วยแม้ว่าปัจจุบันจะมีความพยายามรงณรงค์เรื่องการให้บริการที่ดีแก่ประชาชนก็ตาม และด้วยความคิดดังกล่าวมานี้เองข้าราชการจึงไม่มีจิตสำนึกในการบริการประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อมีประชาชนมารับบริการจึงข่มเหงด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังที่ท่านได้พบเจอมาครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนในระบบราชการที่มีจิตใจบริการจริง ๆ นั้นก็มีเยอะไปนะครับ ดังนั้นจึงคงโทษระบบทั้งระบบไม่ได้ และผมเห็นด้วยกับ Editor ครับ ว่าการปฏิบัติที่ไม่ดีนั้นไม่ได้เกิดกับชาวเขาอย่างเราเท่านั้นแต่ส่วนใหญ่ถือปฏิบัติกับคนที่ข้ราชการรู้สึกว่าฐานะต่ำกว่าเขาและเขาข่มได้เขาจะทำทันทีดังนั้นเขาจะไม่เลือกหรอกว่าเป็นชาวอะไรครับ แม้แต่ชาวบ้านที่เป็นชนพื้นราบเองก็ถูกกระทำเช่นเดียวกันหากเป็นชาวบ้านธรรมดา ตาสีตาสา ครับ

  7. me yias

    Hi Phaa!! Can u speak Hmong

  8. EdiTor (Post author)

    คุณคนด้อยโอกาส อย่าได้รู้สึกแย่ไปครับ เพราะผมเลือกพูดเพียงด้านเดียว ไ่ม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่จะเป็นเหมือนกันทุกคน ขอเป็นกำลังใจสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานดีครับ

    พี่หมอกันตพงศ์ ขอบคุณที่ให้สติกับทุกคนครับ ผมเองก็ได้อธิบายเรื่องนี้ให้กับเพื่อนคนหนึ่งฟังแบบขำๆ ว่า อาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจ สภาพอากาศ (มีแค่พัดลมเก่าๆ) การสะสมความเครียดจากการมีอายุงานที่มาก ซึ่งน่าจะเกี่ยวกับความฉลาดทางอารมย์ที่คุณหมอพูดถึง รวมไปถึงระบบราชการไทยตามที่เราทุกคนเข้าใจกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือพื้นฐานส่วนตัวของบุคคลคนนั้น

    ยิ่งในวันนี้ สภาพการเมืองเข้าไปกดดันข้าราชการมากขึ้น ดูง่ายๆ จากการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง และแต่ละครั้งจะมีนโยบายใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการเสมอ ..ส่วนหนึ่งคือ การที่ข้าราชการต้องเลือกฝ่ายทางการเมืองด้วย (ทั้งๆ ที่ภายในองค์กรก็มีการเมืองให้เล่นอยู่แล้ว)

    เห็นคุณ Phaa พูดถึงอายุราชการ จากที่ผมเข้าไปติดต่อสองครั้ง ที่ศูนย์ราชการแห่งนั้นมีแต่คนอายุมาก ที่เด็กหน่อยก็เห็นมีอยู่สองคน คือพนักงานต้อนรับ และน้องผู้หญิงอีกคนที่อยู่บนชั้นสองครับ ถ้าพูดถึงตัวระบบราชการไทย ผมว่าอายุมีส่วนอยู่มาก แต่หากพูดถึงตัวบุคคล ผมเห็นว่าอายุไม่เกี่ยวเลยครับ

  9. Phaa

    คุณ me yias ผมเป็นคนม้งครับ พูดภาษาม้งได้ครับ แต่อ่านไม่ได้เนื่องจากไม่เคยเรียนครับ

  10. Phaa

    อันนี้เป็นบทความบางส่วนจากหนังสือเรื่อง ผลาญชาติครับ…มาจากลิ้งนี้ครับ http://www.thaioctober.com/smf/index.php?action=printpage;topic=3013.0
    …ขณะที่ลอว์เลนซ์ป่วย โพ รับผิดชอบล่องแจ้ง โพเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ สำหรับเขา ในลาวไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกม้งก็แค่ชาวเขากลุ่มหนึ่ง ซึ่งดีกว่าบางพวก แย่กว่าบางพวก

    “โพ ยัง ยังรู้สึกไม่พอใจการเอาเปรียบระหว่างม้งขาว กับม้งเขียว และไม่พอใจความขัดแย้งระหว่างตระกูลวัง กับตระกูลลี ของตู้บีลีฟุง (โทบี้ ลายฟอง – ในหนังสือ) ที่พวกม้งขาวได้ทำงานเบาๆ ม้งเขียวถูกใช้งานอันตรายแต่ได้รับเงินน้อยกว่า”
    ที่ยกมาให้อ่านเพื่อจะบอกว่าการเอารัดเอาเปรียบกันการข่มเหงหันนั้นเกิดขึ้นทุกที่ไม่ใช่เฉพาะจากเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำต่อคนดอยเท่านั้น แม้แต่กับคนม้งด้วยกันยังเอาเปรียบซึ่งกันและกันเลย ดังนั้นจงอย่าว่าคนอื่นเลยว่าเขาทำไม่ดีกับเราแต่จงมองย้อนกลับมาที่เราว่าเราทำไม่ดีกับใครบ้างหรือเปล่าหากทำเราควรลดละการกระทำดังลงเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการไม่รังแกขมเหงกันอันจะนำมาซึ่งความสันติสุขในหมู่มวลมนุษย์ทุกคนครับ

  11. โดมดอย

    เราว่า…พวกเราเองยังกีดกันเรากันเองเช่นบทคัดย่อมาของPhaa เราเล่าให้ฟังว่า…กาลครั้งหนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง …คนม้งส่วนหนึ่งที่เป็นอดีต ผกค.และเป็นใหญ่เป็นโต ในป่า เมื่อลงมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย..ตามอดีตนักศึกษากลุ่มดัง ๆ ลงมามอบตัว เขากลุ่มนั้นมาทำอาชีพขายไก่ทอด ยี่ห้อ น่าจะเป็นชื่อออกทางใต้ ๆ หน่อย..ทุกวันนี้อยู่ทั่วทุกสาขาของห้างกรุงเทพ ทำเลไหนดี ๆ กลุ่มนี้คุมหมด เอาญาติ คนรู้จักมาขาย และสอนสูตรให้…นับว่าเป็นการดีมาก แต่….หากเป็นคนม้งด้วยกันจะมาขายใกล้กันห้าม…ต้องไปไกล ๆ ร้อยลี้ ที่นี่ต้องมีข้าเจ้าเดียวเท่านั้น…. แต่หากเจ้าอื่นที่เป็นเชื้อสายจีน ไทย ไม่กล้าว่าเขา แต่ม้งด้วยกันเอง…อย่าแหยมเข้ามาขาย…..นี่แสดงว่าม้งเองยังไม่ส่งเสริมกันเอง แถมกีดกันด้วยอ่ะ…

  12. ddd

    Me yias เป็นม้งไหม….อยากทราบ เพราะไม่พูดไทย และม้งด้วย ถ้าเป็นม้งไทย ควรพูดบ้าง แต่หากอยู่ USA หรือปท.อื่น ๆ พูดม้งไทยไม่ได้ก็ขอโทษ เพราะเราพูดฝรั่งไม่เป็นเหมือนกัน คงไม่ค่อยเข้าใจคุยกันยากอ่ะ

  13. EdiTor (Post author)

    เรื่องที่พี่ โดมดอย พูดมา ผมเองก็เคยได้ยินครับ

  14. Phaa

    เรื่องขออดีต สมาชิก ผกค. ลองอ่านตามลิ้งนี้ครับ http://www.thaioctober.com/smf/index.php?topic=2934.0 มีอะไรน่าสนใจดีครับ

  15. แวะมา

    สิ่งที่เราเห็น และได้ฟังจากเรื่องเหล้าต่างๆนา
    เกี่ยวกับชาวไทยและชาวม้งก็มีมากมาย
    ที่แทบหลายๆเรื่อง

    ก็เพราะเรื่องก็คือเกิดจากความแตกแยกของเราเอง
    เรายังไม่มีความรักต่อกันไม่สามัคคีกัน
    เลยไม่มีแผ่นดินอยู่
    ต้องมาอาศัยแผนดินคนอื่นเลยต้องถูกเหยียบหยาม
    ไม่ต้องไปโทษใครหรอกครับ ยอมรับความจริงเถอะ
    ทุกวันเรายังไม่รักกันเลย

    สวรรค์คงลงโทษชาวม้ง
    ตลอดกาล

  16. โดมดอย

    ไปอ่านมาแล้ว เรารุ่นหลัง ที่บ้านไปเป็น ผกค 2511 เราเป็น ผกค.เด็ก เพียง 2-3 เดือน เองก็มามอบตัวแล้ว แต่ญาติ ๆ ไปเรียนถึงจีน เวียดนาม เสียดายเกิดช้า แต่ไม่เป็นไร ช่วงรอยต่อตรงนั้นเราทันพอดี สนุกมาก ว่างจะเขียนมาเล่าสู่ฟัง
    ส่วนเรื่องอื่น ๆ คงต้องบอกว่าเราไม่รักเราใครเลยจะมารักเราอ่ะ…..

  17. Joe

    เคยเจอเหตุการณ์เหมือนกันที่โรงพยาบาลเชียงรายเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมานี้เองครับ…ไปเฝ้าไข้พ่อตอนผ่าตัดครับ..รู้สึกแย่กับ พฤติกรรมของ นางพยาบาลเก่าๆมากเลยครับ..ลำบากก็ใช้แต่ นักศึกษาฝึกงานมาทำ..อย่างที่รู้นักศึกษาฝึกงานเหล่านี้ ยังไม่ชำนาญยิ่งตอนเจาะเลือด เจาะผิดเจาะถูกจนผมต้องโวยวายอ่ะครับ…ที่สำคัญอย่างที่บอกว่า เห็นว่าเป็นชาวเขาก็ทำท่ารังเกียจแล้ว..ซึ่งต่างกับหมอจะพูดจาดีตลอด…ปกติไม่ค่อยได้เจอเหตุการณ์อย่างเพราะส่วนใหญ่ผมใช้ชีวิตห่างไกลที่นี่ ไม่มีม้งครับเลยไม่รู้รู้สึกแย่แต่ครั้งนี้ แย่จริงๆ…ทำให้ย้อนกลับมาดูม้งเรา ควรจะส่งเสริมให้ลูกหลานทำงานหน่วยงานราชการและพยาบาลเยอะๆครับ จะได้ดูแลพี่น้องม้งด้วยควมเต็มใจ…

  18. โดมดอย

    ที่เราCoppy มานี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ ดร.ทรงวิทย์ บ่นออกมาดัง ๆ ในข่าว กูเกิ้ล กรุ๊ป ของสมาชิกม้งไทยทั่วประเทศ ก็ขออนุญาต ดร.นำมาให้ Web นี้อ่านกันด้วยเพราะบางคนไม่ได้มีเมล์อยู่ในนั้นอาจไม่ได้รับข่าวนี้……
    ผมเพิ่งกลับจาก ชม.ไปร่วมงานประชุมม้งกับทางคณะที่นั่น ขากลับกทม.คราวนี้นั่งรถทัวร์ตอนกลางคืนและลงที่หมอชิตตอนตี 5 ครึ่งของเช้าวันที่ 15 มิ.ย. 2552 มีเรื่องที่ไม่สบายใจมาเล่าให้ได้อ่านและแลกเปลี่ยนครับ
    คือพอผมลงรถทัวร์ที่หมอชิต คนแน่นมากที่นั่นอย่างที่เรารู้กัน ผมลงรถและเดินได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งมีด้วยกัน 5 คน พอผมเห็นพวกเขาผมก็คิดว่าเป็นม้งแน่ๆเพราะดูจากการแต่งตัวแม้จะแต่งเหมือนคนทั่วไปแต่ก็ไม่เนียน อัตลักษณ์มันบ่งบอก ผมเดินตามพวกเขาห่างๆและกะว่าถ้าได้จังหวะจะถามว่ามาจากไหนและจะไปไหน เดินได้ไม่ทันเท่าไรก็มาถึงที่ใกล้ๆบริเณโต๊ะประชาสัมพันธ์ มีตำรวจอยู่ตรงนั้น 4-5 คน พอตำรวจเห็นกลุ่มม้ง ตำรวจที่มีอายุมากกว่าใครในกลุ่มดูจะมียศเป็นจ่าก็ตะโกนเรียกกลุ่มม้งให้ไปหาทันที ม้งกลุ่มนี้มีชาย 1 คน และหญิง 4 คน ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นพ่อแม่ลูกกัน คนผู้ชายเดินนำหน้าและพวกผู้หญิงม้งเดินตาม พอตำรวจเรียกคนม้งผู้ชายทำทีเป็นไม่ได้ยินหรือไม่รู้เรื่องและเดินต่อไป ตำรวจเลยเดินตามคนม้งผู้ชายแล้วบอกให้หยุดและขอตรวจดูบัตร ขณะที่ม้งทุกคนหยุดและตำรวจกำลังตรวจบัตรม้งผู้ชายอยู่นั้นมีคนมุงดูเป็นจำนวนเกือบ 10 คน ผมก็ดูว่าตำรวจจะทำอย่างไรต่อไป พอตำรวจตรวจบัตรว่าเป็นคนไทยก็ปล่อยพวกเขาไป ในจำนวนม้งผู้หญิงนั้นมี 2 คนผมเข้าใจว่าเป็นลูกอายุประมาณ 15-16 ปีและแต่งตัวค่อนข้างทันสมัย หลังจากที่ตำรวจตรวจบัตรคนผู้ชายที่ผมคิดว่าเป็นพ่อแล้ว วัยรุ่นหญิงม้ง 2 คนทำท่างงๆและฝืนยิ้มแบบยิ้มไม่ออก

    เรื่องอย่างนี้เราเห็นจนชินชาในสังคมไทยจนเป็นเรื่องธรรมดาไป ยิ่งต่างจังหวัดหลายครั้งเรื่องลามปามกันไปใหญ่ ผมไม่โทษตำรวจเพราะรัฐบาลสั่งให้เขาทำครับ ผมเพียงแต่สงสัยว่านี่มันละเมิดรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ เปิดดูแค่ ม.30 ก็พอ มันน่าจะเป็นการเลือกปฏิบัติแบบมีอคติ ไม่น่าจะทำได้ เกิดเป็นมันชั่วเลยหรือ? เกิดเป็นม้งมีกรรมที่ติดตัวเลย? ทั้งๆที่ไม่ได้ก่อ? ปัญหาทางภาคใต้เกิดจากตรงนี้หรือเปล่า?

    ก็เพียงให้ช่วยคิด และหาทางทำให้สังคมนี้น่าอยู่เท่านั้น

    ดร.ทรงวิทย์

  19. *โป๊ยเซียน*

    ขอบคุณ เรื่องของ ดร.ทรงวิทย์ น่ารับฟัง…..?
    …เรื่องอย่างนี้ผมเคยเจอมากะตัวเองเช่นกันคับ โดยเรื่องมันเกิดกะผมเอง !!
    เพราะความห่วยและความเฮ้งซวยของเจ้าหน้าที่รัฐ(ตำรวจ)ที่ปฎิบัติต่อปชช.
    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…เมื่อก่อนสมัยที่ผมยังเรียนอยู่ในมหาลัย(ในเมืองหลวง)
    พอดีว่าอยู่มาวันหนึ่งน้องชายผมลงจากบ้านนอกเข้ามาเทียวกรุงเทพฯ สักสองสามวัน
    ….และแร้วมีอยู่วันหนึ่งผมกะน้องชายได้ออกไปชื้อกับข้าวเย็นตามตลาดนัดด้วยกัน ที่ขายตามฟุตบาททางเท้าในกรุงเทพฯ ซึ่งในระหว่างนั้นที่กำลังเดินดูของและหาชื้อกับข้าวอยู่ โดยเราไม่ได้สังเกตใครๆเลย เทียวช๊อปอย่างเด่ว ซึ่งผู้คนเดินไปมาด้วยกันเยอะแยะไปหมด ทั้งคนรอรถเมล์ป้ายก้อแยะ และคนเดินชมชื้อของก็มากมาย แต่ไม่รู้ว่า ทำไมระหว่างที่เราทั้งสองเดินดูของอยู่นั้นมีผู้ชายสองคนแต่งตัวนอกเครื่องแบบ(ตำรวจ) รูปร่างภูมิฐานดูดี มาจากไหนก็ไม่รู้และมาแบบเร็วมาก มาประชิดและประกบตัวน้องผมทันทีแร้วก็ขอดูบัตรประชาชนทันที และผมด้วย แต่ไม่ได้ถามเราอะไรมากมายนอกจากขอดูบัตรประชาชนเท่านั้น ซึ่งการกระทำกะพวกเราแบบนี้ เหมือนกะว่าม้งเราคือ…พลเมืองชั้นสองหรือ ? ทั้งๆที่เราก็คือสัญชาติไทย แต่ต่างแค่เชื้อชาติ(ม้ง)เท่านั้น การตรวจบัตรทำได้คับผมไม่ว่าอะไร แต่ควรทำให้มันดูดีกว่านี้คับ ควรเชิญและแสดงตัวก่อนสอบถาม และควรพาไปคุยถามในที่ที่เหมาะสมปลอดผู้คน …มันเสียความรู้สึกนะ! สำหรับผู้ถูกกระทำแต่คนกระทำมันดูเท่ร์ ใช่ไหม ? นี้หรือวินัยและนิสัยของข้าราชการตำรวจไทย ….มันดีนะที่เราทั้งสองพบบัตรไปด้วย ไม่งั้นงานนี้มีมวยวัดข้างถนนแน่ๆ ซึ่งเราทั้งสองประหลาดใจ และงงงงงงง ทั้งยังมีความรู้สึกอายต่อคนรอบข้างที่มองมาที่เหตุการณ์ครั้งนี้มากมาย
    ….ก็ยอมรับว่า หน้าตาม้งเรามีทั้งข้อเด่นและข้อด้อยในสังคมคนไทยมากมาย ยิ่งอยู่ในยุคที่ปัญหาม้งอพยพมากๆ พลอยทำให้การดำรงชีพของพี่น้องม้งเรา บางส่วนได้รับผลปฎิบัติที่ไม่ค่อยHappy สักเท่าไร นี้หรือข้าราชการเฮ้งซวยตำรวจไทย เมื่อไรจะได้มาตรฐานแบบอินเตอร์เหมือนชาติอื่นๆเค้ามั่ง มั่วแต่รีด…?…อยุ่นั่นแร่ะ เมื่อไรจะรวย ? (จุก) ขอบคุณ

    …จากโป๊ยเซียน ….

  20. จตุเทพญาวีร์

    ข้าราชการไทย เรื่องนี้เรามีทางแก้อ่ะ
    ………………….
    ง่ายๆเลย เราไปต่อใบขับขี่ แหมพนักงานพูดไม่เพราะ
    เราลุกขึ้นว่าเลย ว่าทำไมพูดไม่เพราะ เพราะเราเป็นผู้ใช้บริการ
    เราหยิบปากกาจดชื่อพนักงานนั้นเลย กะว่าจดรายงานต่อผู้บังคับบัญชาของเธอ
    หน้าพนักงานจ๋อยเลย 5555 เพื่อนๆลองไปใช้ดิ

  21. ddd

    เราเจอมาเต็ม ๆ ไปเยี่ยมผู้ต้องหาที่เรือนจำ เราไม่มีบัตรประชาชน มีแต่ข้าราชการ แต่วันนั้นเราแต่งตัวเชย ๆ โทรม ๆ ไม่อยากให้ใครมาจำเรา พอยื่นบัตรให้ สักครู่….ไอ้คนที่เรียกชื่อญาติเตรียมเยี่ยม เรียกชื่อเรา และให้พบช่อง….เราเดินอาด ๆ ไปหามัน …มีไรรึ….เราสงสัยว่าคุณปลอมบัตรประจำตัว….มันพูดออกมาด๊ายยยย…..ขอโทษนะ…เราชักเลือดขึ้นหน้า…ชูอีก 4 บัตร คือ ใบขับขี่ บัตรพิทักษ์ ใบประกาศ ใบจัดรายการ พร้อมบัตรข้าราชออกมา…หากปลอมก็คงไปหลายหน่วยงานหน่อยนะคุณ…..แหกตาเบิ่งใหม่เด๊ะ เดี๋ยวฉันจะแจ้งความหมิ่นประมาทเสียให้เข็ด ปัดโธ่….มันหน้าจ๋อยยยยยค่อย ๆ ย่องหายไปเลย…สะจายจิง ๆ

  22. Kradongnoy

    ไม่รู้ว่าเราอคติเกินไปด้วยหรือเปล่า แต่เวลาไปติดต่อส่วนราชการนะ เห็นคนที่เขาเรียกว่า ชนกลุ่มน้อยทั้งหลาย โดยเฉพาะคนที่หน้าตา บอกยี่ห้อนะ แล้วการแต่งตัวก็ไม่ค่อยสะอาดสะอ้านเหมือนคนไทย การพูดจาก็ไม่คล่องแคล่วเหมือนเจ้าของภาษาด้วยแล้ว ความเป็นคนของคนนั้นดูเหมือนจะลดลงไปหลายขั้นเชียว โดยจะได้รับการบริการที่แย่สุดๆ แต่ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ก็ไม่เคยเรียกร้องใดๆเลย ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้ว่าจะเรียกร้องไปที่ไหนหรือเปล่า หรือว่าเขาชินชากับการบริการแบบนั้นแล้ว แต่อยากจะบอกว่าชนกลุ่มน้อย ที่ไม่มีความรู้เหล่านี้น่าสงสารมากๆ เพราะถึงแม้ใครจะหยิบยื่นความไม่ยุติธรรมให้ หรือแสดงความรังเกียจขนาดไหน พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเขามีสิทธิที่สามารถเรียกร้องได้ บางทีอาจเพราะชีวิตของพวกเขาลำบากมามากต่อมากแล้ว เขาจึงทนได้มั๊ง แต่เราไปเห็นแล้วเรารู้สึก เราทนไม่ได้กับการกระทำที่ไร้น้ำใจกับชนกลุ่มน้อยของเรา ได้แต่หวังว่า สักวันเมื่อชนกลุ่มน้อยหล่านี้พัฒนาแล้วจะได้รับการยอมรับมากขึ้น

  23. hmoob toos xais

    พวกราชการก็อย่างนี้แหละ คิดว่าตัวเองเรียนมาสูง ยิ่งใหญ่มาก แท้ที่จริงแล้ว มันทำอะไรไม่เป็นเลยนอกจากงานของมัน (รับคำสั่งมา แล้วก็สั่งต่อ)อดทนหน่อยนะ ยังไงเราก็อดทนมาตั้งนานแล้ว..สู้สู้

  24. ในประวัติศาสตร์ มองโก มีท่านผู้หนึ่งที่มีความอดทนและเป้นคนกำพล้ามาแต่เล็กๆ
    ด้วยปนิฐานที่แน่วแน่บวกกับเป็นคนมีความเชื่อสุงไม่ยอมทิ้งความฝันนั้นและในที่สุด
    เขาก็เป็นผู้ที่สามารถยึดครองดินแดนแห่งทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลได้ นั้นเป็นเพราะ
    เขาไม่ยอมทิ้งความฝัน
    หัวใจของเราคือ ขยันขันแข็งแต่ไม่ใจเร็วด่วนได้

    ผมชอบท่าน เจงกีสคาน มาก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *