หญิงม้งยุคใหม่ แท้จริงแสนสนุก

วิวัฒนาการของโลกใบนี้ก่อให้เกิดความเท่าเทียมกันมากขึ้นระหว่างชายกับหญิง เด็กและผู้ใหญ่ ความเท่าเทียมในหลายๆ เรื่องเกิดขึ้นโดยครรลองของตัวมันเอง แต่อีกหลายเรื่องเกิดขึ้นได้ด้วยการต่อสู้ อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วมันก็นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่น่าพอใจของกลุ่มคนในสังคม ..แม้จะยังไม่ใช่ความเท่าเทียมโดยสมบูรณ์ก็ตาม

ม้งเราเป็นสังคมหนึ่งที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนในเรื่องภาพลักษณ์บทบาทของชายหญิง ผู้ใหญ่และผู้น้อย ในอดีตสังคมม้งมีการแบ่งหน้าที่ค่อนข้างชัดเจนระหว่างชายหญิง รวมถึงบทบาทในสังคมหรือชุมชน

จากที่ผมเคยเขียนถึงเรื่อง “เกิดเป็นหญิงม้งแท้จริงแสนลำบาก” ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงภาพหญิงม้งในยุคที่น่าขมขื่น ที่ต้องยอมจำนนกับชะตากรรมที่ไร้ทางเลือก หรืออย่างน้อยที่สุดพวกเค้าต้องเลือกตามที่สังคมเห็นว่าเหมาะสมสำหรับพวกเค้า แต่มาคราวนี้ผมขอพูดถึงหญิงม้งรุ่นใหม่บ้าง

จากที่รู้จักมา ผมมีเพื่อนหญิงจำนวนหนึ่งที่พวกเค้าสามารถใช้ชีวิตในรูปแบบที่พวกเค้าต้องการ แม้จะไม่อิสระโดยสิ้นเชิงแต่ก็ไม่มีใครสามารถมาตีกรอบให้พวกเธอได้อีก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเธอสามารถเป็นอิสระจากคนรอบข้างก็คือ การศึกษาและหน้าที่การงาน

การศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเธอหลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ ที่สังคมเคยเป็นผู้กำหนดให้ เพราะเมื่อพวกเธอมีการศึกษาที่สูงขึ้น สังคมจะไม่สามารถชี้นิ้วพวกเธอได้อีก ถ้าจะกล่าวว่าสังคมม้งยอมรับในบทบาทหญิงม้งมากขึ้นก็น่าจะใช่ แต่ที่ใช่ยิ่งกว่าก็คือ หญิงม้งได้มีการพัฒนาตัวเองขึ้นมาและกำลังจะมีบทบาทเหนือกว่าผู้ชายในหลายๆ ด้าน

ทำไมผมถึงบอกว่าผู้หญิงกำลังจะเหนือกว่าผู้ชาย สังเกตุได้จากกลุ่มที่ใส่ใจการเรียนจะเป็นกลุ่มนักเรียนหญิงมากกว่า กลุ่มวัยรุ่นที่เกาะกลุ่มกันตามศาลาข้างถนนมักเป็นกลุ่มวัยรุ่นชาย เมื่อประกอบกับสถิติปัจุบันที่หญิงมีมากกว่าชาย ในอนาคตอันใกล้หากแนวโน้มยังคงดำเนินไปเช่นนี้ ก็เป็นไปได้ว่าเราจะมีผู้นำหญิงเกิดขึ้นในชุมชนม้งเรา

นอกจากการศึกษาแล้ว หน้าที่การงานก็เป็นอีกสิ่งที่ช่วยเกื้อหนุนให้หญิงม้งสมัยใหม่มีอิสระมากขึ้น เพราะคำว่า “เงินคืออำนาจ” ยังคงเป็นจริงเสมอ การที่หญิงม้งมีการศึกษาที่สูงขึ้น มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น มีเงินใช้จ่ายเป็นของตัวเอง ทำให้หญิงม้งสมัยใหม่มีอิทธิพลกับคนรอบข้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนรักหรือคู่ชีวิตของเธอเอง

มีการศึกษา มีงาน มีเงิน อยากทำอะไรก็ได้ ..ไม่ต้องขอ ไม่ต้องรออีก

ดังนั้นแล้วจะเห็นว่าจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงคือ การศึกษา เมื่อมีการศึกษาแล้วการเปลี่ยนแปลงในระดับต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน การเงิน สุดท้ายคืออำนาจ ..คนได้รับการยอมรับคือคนที่มีอำนาจ

ผมไม่ได้มุ่งเน้นให้เงินเป็นเรื่องใหญ่นะครับ แค่ต้องการชี้ให้เห็นว่าลำดับขั้นของการเปลี่ยนแปลงในสังคมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในอดีตเงินทุนอาจเป็นอุปสรรคทำให้หญิงม้งหลายคนเสียโอกาสทางการศึกษา เพราะเงินทุนของครอบครัวมีอยู่อย่างจำกัด โอกาสจึงมักตกเป็นของลูกชายเสียมากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่าลูกสาวยังไงก็ต้องแต่งงานออกเรือนไป

แต่ปัจุบันเรามีเงินกู้เพื่อการศึกษา รวมถึงสถาบันการศึกษาที่เอื้อแก่คนที่มีทุนน้อย (มหาวิทยาลัยเปิด – ทำงานไปเรียนไป) หรือสถานศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส แน่นอนว่าระหว่างที่เรียนอยู่บางคนอาจต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่เชื่อเถอะมันคุ้มค่าอย่างแน่นอน

เงินคืออำนาจ ความรู้ก็คืออำนาจเช่นเดียวกัน แม้สุดท้ายการศึกษาไม่ได้ช่วยให้เรามีเงินมากขึ้น แต่อย่างน้อยที่สุดความรู้ที่เราได้ร่ำเรียนมาจะช่วยให้เราอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข เพราะมันทำให้เราเข้าใจเรื่องสิทธิและหน้าที่ ..และ เท่าทันคนในสังคม

ยุคของชายกดขี่หญิงกำลังจะหมดไป เรากำลังจะเข้าสู่ศักราชใหม่ที่มีแต่หญิงกดขี่ชาย ..ทำดีกับหญิงม้งเสียแต่วันนี้ แล้วคุณจะได้รับความเมตตา (บ้าง) ในวันข้างหน้า