อัตราค่าสินสอดที่เท่าเทียม

ข่าวดีสำหรับหนุ่มน้อยใหญ่ ที่มีแฟนสาวอยู่ ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน เนื่องจากชุมชนม้งใน ต.ป่ากลาง ได้มีการเจรจาตกลงที่จะปรับอัตราค่าสินสอด (เงินแท่ง) ให้เป็นไปในอัตราเดียวกัน นั่นคือจำนวน 4 แท่งเท่ากันหมด ..ก็เป็นการปรับลดเฉพาะกลุ่มพี่น้องม้งที่เคยใช้ในอัตรา 7 แท่ง ให้มาร่วมใช้อัตรา 4 แท่งเท่าเทียมกับพี่น้องม้งกลุ่มอื่นๆ

ในอดีตที่ผ่านมา ชุมชนม้งในแต่ละพื้นที่อาจใช้อัตราค่าสินสอดที่แตกต่างกันไป โดยอัตราค่าสินสอดโดยทั่วไปก็จะอยู่ระหว่าง 4 แท่ง ถึง 7 แท่ง โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องม้งขาวจะใช้อัตราที่สูงกว่า นั่นคือ 7 แท่ง

การปรับอัตราค่าสินสอดให้ต่ำลงในครั้งนี้ ไม่ใช่นโยบายที่คิดขึ้นมาเพื่อสกัดค่าเงินบาทแข็ง หากแต่เกิดจากการถกเถียงถึงความไม่เท่าเทียมกันในหมู่ม้งด้วยกัน จนมีข้อสรุปจากกลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนให้ทุกครัวเรือน ทุกสกุลแซ่ ใช้ค่าสินสอดเงินแท่งในอัตราเดียวกัน นั่นคือ 4 แท่ง

แม้ฉันทามติในครั้งนี้จะเป็นไปเพื่อความเสมอภาค และเท่าเทียมกัน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการบังคับซะทีเดียว หากครอบครัว หรือแซ่สกุลใด ไม่เห็นด้วยกับมตินี้ ก็สามารถที่จะใช้อัตราค่าสินสอดแต่เดิมต่อไปได้ ..เท่าที่ทราบมีอยู่สองสามครอบครัวที่ไม่ยอมเซ็นต์รับรองมตินี้ (เห็นคนซุบซิบกันว่า บ้านนั้นลูกสาวเยอะ)

สำหรับหนุ่มแดนไกลอาจจะมีคำถามตามมาว่า แล้วหนุ่มแดนไกลต้องจ่ายเท่าไหร่ ?

สำหรับคำถามนี้ผมได้รับคำตอบจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า “ชายหนุ่มบ้านอื่นที่มาแต่งกับสาว ต.ป่ากลาง เราก็จะยึดตามอัตราค่าสินสอดของเรา นั่นคือสี่แท่ง ..และถ้าหนุ่มบ้านเราจะไปแต่งกับสาวบ้านอื่นบ้าง ก็แล้วแต่ทางฝ่ายสาวจะเรียก”

ผู้ใหญ่ท่านนี้กล่าวเสริมว่า “แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ใช่ว่าเค้ามาแต่งเรา เราคิดเค้าสี่แท่ง แต่พอเราไปแต่งเค้า เค้าคิดเราเจ็ดแท่ง ..อย่างนี้ก็ไม่ได้ มันจะต้องเท่ากัน โดยอ้างอิงจากงานแต่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกระหว่างสองครอบครัว (แซ่) นี้”

ผมเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าวันนี้เราจะต้องมาเปลี่ยนแปลงเรื่องอัตราค่าสินสอดให้เท่าเทียมกัน แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้น คือ ทำไมม้งเราถึงได้ใช้อัตราค่าสินสอดที่ไม่เท่าเทียมกันนี้มาอย่างยาวนาน เพราะถ้ามองในแง่ของความเป็นธรรมมันก็ไม่เป็นธรรมเอาเสียเลย ..ยิ่งถ้ามองในแง่ธุรกิจด้วยแล้ว กำไร ขาดทุน กันเห็นๆ

ที่นำเรื่องนี้มาแจ้งให้ทราบ ก็ไม่ได้มุ่งหวังให้หนุ่มน้อยใหญ่ต้องดี๊ด๊าดีใจจนเนื้อเต้น หรือจะต้องทำเอาสาวๆ คร่ำครวญหลั่งน้ำตาเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจ หากแต่เห็นว่าเรื่องนี้มีมุมมองแง่คิดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเท่าเทียม หรือความเป็นมาตรฐานเดียวกัน ..รวมไปถึงจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ต่อไป ดังนั้นเราจึงไม่ควรพลาดที่จะเฝ้ามองทุกจุดเปลี่ยน ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมม้งเรา

สินสอดทองหมั้นเป็นเพียงวัตถุเชิงสัญลักษณ์ ได้มาแล้วก็หมดไป ไม่สามารถเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตคู่ไหนๆ ได้ สิ่งดีที่สุดคือ คุณต้องรัก เห็นอกเห็นใจ ให้อภัยกันและกันเท่านั้น ชีวิตคู่คุณจึงจะมั่นคงมีความสุข

โดย EdiTor

2013 โปรเจคใหญ่ยักษ์มโหฬารระทึก

42 comments on “อัตราค่าสินสอดที่เท่าเทียม

  1. เงิน 1 แท่ง = 7,000-8,000 บาท
    เงิน 4 แท่ง = 28,000-32,000 บาท (หรือไม่เกิน 40,000 บาท)
    พูดให้ง่ายๆ ก็คือ ผู้หญิงม้งมีค่ายังไม่ถึงเงิน 40,000 บาท
    มิน่า! สังคมม้งถึงไม่เห็นว่าผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในทุกเรื่อง เน้น! “ทุกเรื่อง”
    เพราะค่าของคนอยู่ที่ผลของเงินนี่เอง เมื่อใช้หมดแล้ว เงินมันก็หมดค่า
    แต่สำหรับบางคน เงิน 40,000 บาทนี่ค่าของมันแค่นิดเดียว หรืออาจจะไม่มีค่าเลยด้วยซ้ำ

    สรุป……..
    ผู้หญิงก็ยังถูกกดขี่จากผู้ชายอยู่ดี ไม่ว่าสังคมไหน

  2. ผู้หญิงม้งมีค่าแค่ เงิน4แท่ง ช่างน่าเศร้าจริงๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าเขารักลูกสาวเราจริงๆ แม้จะยกให้ฟรี ก็ยังยอมเลยเนอะ ยังไงก็ขอฝากให้ ผู้ชายม้งทั้งหลาย ให้เกียรติสุภาพสตรีม้งที่ท่านแต่งงานด้วยนะคะ อย่าได้คิดมีเมียน้อย

  3. มูลค่า ค่าตัวของมนุษย์เราไม่อาจตีมูลค่าได้หรอกครับ อย่างที่สาวม้งไกลบ้านบอกละครับ ความรักสำคัญที่สุด แต่ขอให้เป็นความรักที่เข้าอกเข้าใจกัน อย่ารักแบบที่ว่าความรักทำให้คนตาบอด หรือความรักทำลายคน การอยู่ด้วยกัน จริงๆ แล้วในความคิดผม เราอยู่ด้วยกันด้วยความผูกพันธ์ห่วงใยซึ่งกันและกัน เข้าใจซึ่งกันและกันดีกว่ามูลค่าทางทรัพย์สินใดๆ ในทางกฎหมายแค่จดทะเบียนกันก็ถือเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายแล้วครับไม่จำเป็นต้องไปทำพิธีใหญ่โตอะไรให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ผมเห็นมีผัวเมียหลายคนไม่ได้จดทะเบียนกัน เขาบอกว่าเขาอยู่กันด้วยความผูกพันธ์และความไว้ใจซึ่งกันและกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเอาอะไรมายึดเหนี่ยวผูกมัด มนุษย์มีจิตใจมีความคิดที่ละเอียดอ่อนกว่าสัตว์อื่นๆบนโลกนี้ ถ้าใครคนใดคนหนึ่งอยู่กับเราแล้วเขาไม่มีความสุข ปล่อยเขาไปเถอะครับ อย่าไปเหนี่ยวรั้งเขาไว้เลย มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ ค่าตัวเราจะเท่าไหร่ ผมว่าคงไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะอย่างที่บอกมูลค่าของคนเราไม่อาจที่จะตีค่าได้

  4. ช.ช้าง พรางตัว ถึงแม้รุ่นนี้หรือรุ่นก่อนๆ จะได้ค่าตัวน้อย แต่เชื่อเถอะแนวโน้มความสุข (ชีวิตคู่) ของคนรุ่นนี้กับรุ่นก่อนจะมีมากกว่า คนรุ่นต่อไปอาจจะอัพค่าสินสอดขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับคนไทยทั่วไป แต่เชื่อเถอะด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ และอีกหลายๆ อย่าง คนรุ่นต่อไปจะหาความสุข (ชีวิตคู่) ได้ยากขึ้น ..นี่แหละโชคดีหนึ่งของคนที่เกิดก่อน

    คุณสาวม้งไกลบ้าน พูดมาน่าคิดนะครับ หนุ่มๆ อย่าเอาเงินแท่งที่เหลืออีกสามแท่งไปแต่งเมียน้อยล่ะ ..เก็บไว้สร้างครอบครัวนะ

    ที่จริงเรื่องการปรับอัตราค่าสินสอดให้เท่าเทียมกันนั้น ทางผู้ใหญ่เค้าบอกว่าทางสมาคมม้ง (ไม่ทราบชื่อองค์กร) ได้เคยคุยกัน และตกลงที่จะปรับเปลี่ยนให้เท่ากันทั้งประเทศ แต่ชุมชนม้งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใส่ใจอย่างจริงจัง จึงไม่ได้นำไปปฏิบัติกันแค่นั้นเองครับ

  5. ตายละแบบนี้จามีปัญญาแต่งกะเค้ามั้ยเนี่ย

  6. ออน่า…จะกี่แท่งก็ช่าง…ขอให้แท่งเดี่ยวของสามีคุณใช้การได้ ก็โอเคละ…

    ขำๆ นะ อข่าเพิ่งโกรธ กัน….

  7. เงิน 4 แท่ง เป็นแค่สัญลักษณ์ทางวัตถุ เท่านั้นที่จะบอกว่า ฝ่ายสามีหามาได้ ถึงแม้ค่าจะไม่มากมายอะไรนักก็ตาม ผมว่าจริง ๆ มันก็มีหลายมุมมองครับ

    1. คนที่ต้องการสินสอดมาก ๆ ก็เพื่อพิสูจน์ว่า ฝ่ายสามีนั้นจะสามารถหาเลี้ยงและดูแลลูกสาวของตนได้ หากเมื่อใดให้ลูกสาวไปแล้วก็คงสบายใจได้
    2. เงินเป็นสัญลักษณ์ที่จะเป็นของหมั้น เพื่อเป็นเหมือนการให้สัญญา เพราะกว่าเจ้าสาวจะรับเงินแท่งจากเจ้าบ่าวนั้น ทางด้านของเจ้าสาวจะต้องตรวจสอบว่าเงินนั้นมีคุณภาพสุงเพียงใด ซึ่งจะสามารถบอกความจริงใจว่า จะไม่มีการตบตา หรือการหลอกลวง แต่ทำด้วยความจริงใจ
    3. อาจะไม่มีอะไรเลย (ยกให้ฟรี) เมื่อทางฝั่งผู้ใหญ่เห็นว่า ถึงเวลา หรือสมควรที่จะอยู่ด้วยกัน เพราะในชีวิตคู่ จะต้องช่วยกันทำมาหากินเพื่อการสร้างฐานะที่มั่นคงของทั้งสอง

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บางทีคนที่มีเงินมาให้มาก ๆ ก็ใช่ว่าจะได้มาด้วยความบริสุทธิเสมอไป
    คนที่มีเงินมาก ๆ ไม่ใช่คนที่จะมีความรักแท้เสมอไป แต่บางทีคนที่อาจไม่มีต่างหากที่เป็นคนที่จริงใจ…แต่ที่ไม่มีเพราะมัวแต่ไปช่วยเหลือคนอื่นอยู่ เลยไม่ได้คิดถึงแม้แต่ตัวเอง แต่พอถึงเวลาคงทำเพื่อตนเอง…

    แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผมแล้ว ผมว่า ในสังคมม้งกับคนไทย ซึ่งถ้าเปรียบค่าสินสอดทองหมั้นแล้ว มันแตกต่างกันมากก็จริง …..แต่จากที่พบเห็น สังคมไทยมีการหย่าล้างกันมากกว่าสังคมม้งมากนะครับ
    คนม้งแม้สินสอดจะไม่มาก แต่การจะหย่ากันได้นั้น ต้องได้รับความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หรืออาจจะสองตระกูลเลยด้วยซ้ำไป

    …แต่อย่างไรเสียก็เมื่อแต่งงานกันแล้ว แค่อยู่กันอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะมั่งมีหรือไม่ก็ตาม ทุกคู่ก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุขในแบบของตนเองได้ครับ…

  8. เงินแค่ 4 แท่ง จิ๊บๆ หาไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่งแล้ว จะมีปัญญาเลี้ยงลูกสาวเขามั้ยเนี้ย(ส่วนตัว)แต่เป็นการปรับริเริ่มที่ดีจะได้เป็นมาตราฐานขึ้นมาหน่อย

    พิธีกรรมม้งน่าจะเปลี่ยนได้แล้วนะ(เบื่อม้งหัวโบราณ)
    คนตายขายคนเป็น (วัวจะฆ่าให้ทั้งประเทศกินเลยรึ)ยังจนไม่พอ
    พิธีกรรมงี่เง่า(คนแก่ 10 คนแม่งมี10แบบ10อาจารย์ )
    อาจารย์คนเดี่ยวกัน ลูกศิษย์แม่งยังเรียนไม่เหมือนกันไม่รู้เอาของใครมาใช้
    ไม่ต้องพูดถึงต่างหมู่บ้าน ไปคนละทิศคนละทาง
    มีงานทีวุ่นวาย ฉิบ
    ทำให้เป็นมาตราฐานเดียวกันก็ไม่ได้ (ม้งแม่งโคตรสามัคคี)

  9. ม้งจังหวัดเชียงใหม่ อัตราค่าสินสอด (เงินแท่ง) เป็นอัตราเดียวกัน คือจำนวน 4 แท่งเท่ากันหมด และได้ใช้มาตรฐานเดียวกันมาได้ 8-9 ปีแล้ว ตอนเริ่มแรกก็มีปัญหาบ้าง แต่เมื่อปฏิบัติกันมา ก็สามารถใช้มาตรฐานเดียวกัน เพราะคนเฒ่าคนแก่ มองว่าประเด็นเรื่องเงินค่าสินสอดไม่ใช่ประเด็นของทำให้ชีวิตของ 2 คน ที่ดีกว่าอย่างอื่นเสมอไป แต่ขอให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ม้งจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งนำไปสู่ความสมัคคีกันในกลุ่มม้ง และที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ทำให้ 2 คน จะต้องสูญเสียเงินมากในการแต่งงาน เพราะได้เอาเงินส่วนนั้นไปใช้ในชีวิตครอบครัว

  10. คุณ fai คะ ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ว่าผู้ชายคนนั้นจะมีปํญญาเลี้ยงลูกสาวเขาได้หรือเปล่า
    เพราะเท่าที่เราเห็นนะ ไม่ใช่ผู้ชายหาเลี้ยงผู้หญิงค่ะ แต่เป็นฝ่ายผู้หญิงต่างหากที่ต้องหาเลี้ยงผู้ชาย หรืออย่างดีหน่อยก็ช่วยๆกัน เสมอตัว

  11. คงไม่มีใครบอกได้ว่าจำนวนที่เหมาะสมอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าจำนวนน้อยไปฝ่ายชายอาจจะขาดความจริงจังในการมีชีวิตครอบครัว (บางส่วน) หากมากไปก็อาจจะเป็นอุปสรรคในการแต่งงานของคนสองคนอีก เพราะสุดท้ายถึงได้สินสอดมา นั่นก็เป็นสินสอดที่กู้ยืมเขามา (ธนาคารมีสินเชื่อเพื่อการแต่งงาน)

    สุดท้ายเรื่องสินสอดก็อาจเป็นได้แค่เรื่องมายา ของจริงอยู่ที่แต่งไปแล้วทั้งคู่จะดีต่อกันหรือไม่ จะดีต่อครอบครัวของทั้งสองฝ่ายหรือไม่ นี่ต่างหากคือแก่นแท้ของการแต่งงาน

  12. ผมเห็นด้วยว่าเงินสี่แท่งก็เพียงพอแล้ว เพราะมีการใช้มานานแล้ว
    และเงินไม่ใช่หลักประกันที่มั่นคงของชีวิตคู่ ความรัก ความสามัคคี
    ความเข้าอกเข้าใจกัน นั้นต่างหาก คือความมั่นคงของชีวิตคู่
    อย่างแต่งด้วยความพอเพียง และเพียงพอดีกว่า เก็บเงินส่วนที่เกินนั้น
    ไปเป็นทุนสำหรับเริ่มต้นชีวิตคู่…จะดีกว่าครับ…
    …..ต่างคนย่อมมีต่างมุมมอง……
    หากค่าสินสอดทองหมั้นสูงมากเกินไป..แล้วคน2คนที่เค้ารักกันที่ยังจนๆในสังคมม้ง
    จะมีโอกาสได้แต่งงานกันมั้ย…คนรวยเท่านั้นเหรอที่จะได้แต่งงานกัน…

  13. แต่งตามฐานะแหละดีสุดละ…รวยมากก็จ่ายมากกว่าสี่แท่งก็ไม่มีใครว่า…รวยน้อยจ่ายไม่ถึงสี่แท่งก็ไม่หนักหัวใคร…ไม่ได้แต่งเพื่ออวดร่ำอวดรวย ไม่ได้แต่งเอาหน้าเอาตา สินสอดไม่ต้องถึงสี่สิบห้าสิบล้านอย่างที่เห็นๆกันตามข่าวบัญเทิง…แต่งแล้วหย่า…หมั้นแล้วเลิก…รักกันคิดจะเอาสะตังส์กันก็ไม่ต่างจากขายลูกกิน…อย่างงี้ติดป้ายราคาเลยไม่ดีกว่าหรือ…จะได้ไม่ต้องเสียเวลาจีบ…เห็นสินค้า ราคาเหมาะสม ก็หอบเงินไปซื้อ…แบบนี้ชีวิตคงง่ายขึ้น…ไม่ต้องมาทุกรทมว่ามันจะรัก…หรือไม่รัก…

  14. ก่อนจะทำไปศึกษาผลกระทบ..หลังจากแต่งงานหรือยัง? เพราะเคยเหนบางครอบครัวที่มีแต่ลูกสาว(ไม่มีลูกชาย)ตอนแต่งต้องทำตามกฏหมู่บ้านแบบถูกๆ หลังจากนั้นคนแก่ๆ สองคนอยู่บ้านใครหน้าไหนตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้านและผู้มีอำนาจเคยไปดูไหม…?ก่อนทำไรไปทำวิจัยศึกษาผลตามมาหรือยัง..1.ทำไมต้องไปกำหนด..?(แต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน)คนไทยพ่อแม่เจ้าสาวเปนฝ่ายเรียก
    2. เคยไปศึกษากรณีพ่อรวยมีตังจ่ายแต่งได้เดือนสองเดือนหย่า?แล้วที่ชาวม้งทั้งหลายดูผู้หญิงเปนอย่างไร.หมดค่า3.ต้องไปศึกษาหลังจากแต่งแล้วเปนอย่างไร แล้วค่อยมา…ตีค่าของใครต่อใคร

  15. จริงๆ ค่าสินสอดน่ะพ่อแม่เป็นฝ่ายเตรียมแต่ ค่างานเลี้ยงก็ไม่น้อยหน้าค่าสินสอดเหมือนกันนะ เงินแค่ 4 หมื่น อาจจะดูน้อยและด้อยค่า แต่ถามว่า สำหรับคนม้งที่ฐานะปานกลางไปถึงไม่ค่อยจะมีซะส่วนใหญ่ ก็ทำให้มีปัญหาได้เหมือนกัน บางคนพร้อมแต่ง แต่เงินคือตัวปัญหาทำให้ไม่ได้แต่ง ยังไงก็เห็นใจทุกฝ่ายนั่นแหละ อีกอย่าง ใครมองว่า เงินสินสอด เป็นตัวกำหนดค่าของ ผู้หญิง คงจะคิดผิดแล้วล่ะ บางคน สินสอดแพง งานเลี้ยงใหญ่โต แต่ทำตัวไม่สมกับเป็นภรรยาและแม่ของลูก บางคนไม่ได้กินเลี้ยงและอยู่กินกันเฉยๆ แต่ทำหน้าที่ของภรรยาและแม่ได้ดีกว่า สินสอดไม่น่าจะเป็นตัวกำหนดคุณค่าของคน หรอก…ว่ามะ??

  16. pipe พูดมาถูกแล้วครับ บางคนจัดงานแต่งหรูหรา อลังการ ละลานตา บลา บลา บลา .. แต่ไปกันไม่รอด ส่วนไอ้คู่ที่เจ้าบ่าวจ่ายผ่อนระยะยาว ประนอมหนี้แล้วประนอมหนี้อีก สุดท้ายก็ไม่ต้องจัดงานแต่ง แต่เค้ากลับอยู่ด้วยกันจนตายจากกันไป

    ..แต่ก็มีอีกนั่นแหละ บางคู่เลิกกันก่อนได้จัดงานแต่ง

  17. อิดิทเตอร์พูดเหมือนตัวเองก็อย๊ากอยากประนอมหนี้แบบนั้นเน๊อะ..ผ่อนระยะยาว..

  18. เค้าเอง (ใครอ่ะ?) ก็หวังไว้ลึกๆ นะ

  19. สิ่งที่ผมเห็นอย่างหนึ่งจากผู้หญิงคือ….การพูดลักษณะการแต่งงานคือ การซื้อของ เอาตัวตัวเองไปเปรียบเทียบกับเงิน ซึ่งผมเองรู้สึกไม่เห็นด้วย และงงนิดๆ ว่าทำไมผู้หญิงต้องคิดเช่นนั้น…
    เราเองแต่งกับเจ้าสาวไปแล้ว ก็มิได้ตัดขาดจากพี่น้องฝ่ายเจ้าสาวสักหน่อย..เราเป็นญาติพี่น้องกันต่างหาก …ไม่ใช่ซื้อขาด ขายขาดตัว….ฉะนั้นผมไม่อยากให้คิดอย่างนั้นเลยครับ…..

  20. หากว่าเป็นผมแต่งนะ ผมจะให้มากกว่านั้น เพราะ คนหนึ่งคน เลี้ยงกว่าจะโตมาก็ใช้เวลานานมาก เมื่อเราต้องเอามาเป็นของเราก็ต้องจ่ายให้สมราคาหน่อย 4 แท่งเป็นเงิน มาตรฐาน แล้วทำไมเราไม่ให้เงินบาทอีกสักนิดละ เพราะอย่างยังไง ใน 4 แท่ง แม่ยายก็ต้องคืนให้ลูกสาวอีก 1 เหลือแค่ 3 เอง เอาเป็นว่าหากพวกเราต้องการยกระดับ คุณค่าสาวๆม้งเวลาแต่งก็จ่ายงามๆหน่อย เวลาทะเลาะกันแม่ยายจะได้ไม่กล้าว่าอะไรมาก อิอิ ด้วยรักและจริงใจ

  21. ฉันจำได้ว่าพ่อแม่รักพี่ชายๆมากๆ ส่งให้พี่เขาเรียน ส่วนฉันต้องหนีไปอยู่ในวัด ทำงานวันละ5บาท ส่งตัวเองเรียนกศน จำได้ว่าหลังจบม.6 กลับบ้าน แม่กับพ่อบอกว่าฉันแต่งงานเมื่อไหร่ เขาจะให้ฟรี ฉันคิดในใจน้อยใจ ด้วยไม่ค่อยมีความผูกพันธ์กับพ่อแม่ด้วย จากท่านมาตอนอายุ7ขวบ ดิ้นรนอยู่กับเพื่อนที่เป็นเด็กกำพร้าที่เป็นคนไทย ทำงานได้วันละ5ไม่ใช้เองคิดเพียงแต่ส่งให้พ่อแม่ คิดสิฉันอยู่ในวัด6ปี ท่านไม่เคยมาเยี่ยมเลย เขียนจดหมายมาให้ส่งเงินไปให้เท่านั้น แต่ดิฉันได้เจอกับแม่บุญธรรม เป็นแม่หม้ายท่านคอยช่วยเหลือฉัน ทำให้รู้สึกผูกพันธ์และรักท่าน ทำให้รู้สึกว่าทำไมฉันถึงรักเขามากกว่าพ่อแม่แท้ๆ ท่านไม่ได้ร่ำรวย แต่ท่านเห็นอกเห็นใจเวลาฉันเรียนด้วยทำงานด้วย หลังจบปริญญาตรีทำงานได้เงินเดือนละ หมื่นกว่าบาท พ่อแม่และพี่ชายโทรมาขอเงินแทบทุกเดือนฉันให้มาตลอดไม่มีก็ยืมมาให้ เวลาฉันบอกว่ายังไม่มีท่านจะเอาฉันไปเปรียบกับลูกสาวเพื่อนบ้านฉันมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น ตรงกันข้ามกับแม่บุญธรรมคอยเคียงข้างฉัน ที่ดิฉันเสียใจมากที่สุดคือฉันป่วยเป็นไข้เลือดออก เข้าโรงพยาบาลหมอให้ทางบ้านมาเฝ้า ทางบ้านโทรมาบอกว่าไม่มาไม่มีคนว่างกำลังทำไร่ ฉันตัดสินใจแต่งงานกับแฟนที่เรียนมาด้วยกันเขาเป็นชาวต่างชาติ(เอเชีย)ฉันโทรไปบอกพ่อว่าฉันจะแต่งงานแม่บอกว่าหากฉันจะแต่งงานต้องให้แฟนจ่ายค่าสินสอดหนึ่งล้าน และอีกสารพัดข้อแม้ แฟนตกลงที่ท่านเสนอ วันแต่งงานแม่บอกฉันว่าจากนี้ไปก็เหมือนขายฉันไปเเล้ว ฉันจำคำพูดแม่ได้ดีวันนั้น หลังจากแต่งงานเสร็จดิฉันสบายใจมากตั้งใจทำงานคิดว่าจากนี้ไปเป็นชีวิตของฉันกับแฟน แต่แล้วปัญหาก็เกิดแม่กับพี่ชายคอยโทรมาขอเงินอ้างโน่นอ้างนี่ บอกจะซื้อรถ ขอเงินซื้อกระเบื้อง แม่จะต่อว่าฉันไม่รู้คุณ ย้ำถึงสมัยอุ้มท้อง ทวงบุญคุณที่ฉันมีงานทำมีชีวิตได้ดีเพราะท่าน เป็นฉันไม่รู้ว่าจะบอกแฟนเช่นไร หากต้องเลี้ยงพ่อแม่ญาติพี่น้องแต่ตัวเองลำบาก ไม่มีเงินเก็บทำงานเงินให้พี่ๆใช้ ฉันควรจะทำเช่นไร ฉันไม่ทราบว่าลูกสาวม้งคนไหนเป็นเหมือนฉันมั้ย ทางออกที่ดีคืออะไร ขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ม้งที่รู้ด้วยค่ะ

  22. คุณ ลูกสาวที่เลวเสมอ ชีวิตคุณน่าเห็นใจ หากทุกอย่างที่คุณเล่ามาเป็นความจริง ผมเองก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องโบยบิน ตอนเด็กคุณดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เพื่อรอว่าวันหนึ่งเมื่อคุณโตขึ้นคุณจะสามารถยืนด้วยลำแข้งตัวเอง และหลุดพ้นจากวังวนของความทุกข์ใจ

    แต่ก็เห็นแล้วว่าจนถึงวันนี้คุณก็ยังคงทุกข์ใจ เพราะคุณยังคงทำสิ่งเดิมๆ คือคุณยังยอมทางบ้านของคุณตลอด ฉะนั้นหากคุณต้องการชีวิตใหม่จริงๆ คุณก็อาจจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง ค่อยๆ ปล่อยวางเรื่องทางบ้าน โดยค่อยๆ ตัดความช่วยเหลือที่ไม่จำเป็น (ค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเีฟือย เช่น ซื้อรถ) ซื่งการจะทำแบบนี้ได้คุณจะต้องใจแข็ง และเข้มแข็ง

    ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหนมันก็เจ็บปวดอยู่แล้ว ก็ลองเลือกทำสิ่งใหม่คือค่อยๆ ปล่อยวางเรื่องทางบ้าน (ช่วยเฉพาะในสิ่งที่จำเป็นจริงๆ) ..อย่าปล่อยให้สายเกินไป ก่อนที่ชีวิตใหม่ (กับสามี) ของคุณจะพัง เพราะเมื่อถึงตอนนั้นคุณจะไม่มีคนเคียงข้างคุณอีก แล้วสภาพเลวร้ายสมัยเมื่อคุณยังเด็กจะกลับมาหลอกหลอนคุณอีกครั้ง

    เป็นกำลังใจให้คุณเข้มแข็งครับ

  23. ขอขอบคุณ คุณ EdiTor ที่ช่วยแนะนำทางออกให้และกำลังใจค่ะ เพราะทำให้เข้าใจกับการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ สำหรับฉันไม่ค่อยได้สัมผัสกับชีวิตช่วงวัยเด็กกับสังคมม้ง แต่ฉันรู้ดีว่าม้งเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตฉันค่ะ

  24. คุณ ลูกสาวที่เลวเสมอ ที่นี่กำลังใจเราจะยังมีให้กันเสมอครับ แม้พวกเราหลายคนจะจากดอยมานานก็ตาม ก็ขอให้คุณใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข กับสามีและลูกในอนาคตของคุณ ส่วนทางบ้านก็ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนกันเองบ้าง ช่วยเฉพาะในสิ่งที่พอช่วยได้ ที่จำเป็น และอย่าได้ใส่ใจกับคำตัดพ้อต่อว่าของทางบ้านอีก เพราะพวกเค้าจะไม่มีวันหยุดต่อว่าคุณ ..จงก้าวไปข้างหน้าครับ

  25. คุณ ลูกสาวที่เลวเสมอ เข้าใจพี่นะ
    น้องเองก็ตอนเด็กลำบากใจมากและมักน้อยใจอยู่เสมอ ที่พ่อแม่รักน้องชายมากกว่าไม่เคยให้ต้องทำงานอะไรเลย ส่วนเราทำแทบทุกอย่าง แต่พอโตขึ้นก็คิดอะไรได้มากขึ้น คนม้งมักจะคากหวังกับลูกชายไม่ค่อยหวังในตัวลูกสาว แต่ไม่เป็นไรพวกเราสาวๆม้งต้องนำอดีตมาเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต เป็นกำลังใจให้พี่นะ สาวม้งเหมือนกันได้รับการปฏิบัติคล้ายๆ กัน เข้าใจพี่ดีคะ

  26. พี่ขอบคุณ คุณน้องสาวม้ง ที่รู้สึกคล้ายกัน พี่ปรึกษากับสามีแล้วเรื่องที่เกิดขึ้น แฟนพี่เขาก็ให้กำลังใจ เขาบอกว่าความทุกข์ที่ได้เจอถือว่าฝันร้าย จำได้ว่าบอกพี่ชายหลังจากคุณ EdiTor แนะนำ บอกพี่ชายว่าจากนี้ไปน้องคงให้เงินทางบ้านไม่ได้แล้ว หนูแต่งงานมีชีวิตของหนูเอง พี่ๆก็ควรจะช่วยน้องถึงจะถูก เพราะชีวิตทุกคนต้องดิ้นรนทั้งนั้น แฟนหนูต้องทำงานหนักมากกว่าจะได้เงินมา หนูก็ต้องทำงานหนักกว่าจะได้เงินมา หนูยังคิดเลยว่าหากมีใครให้เงินหนูฟรีๆหนูคงไม่กล้าใช้ แม่คว้าโทรศัพท์ต่อว่าพี่เละเลย“แม่อุ้มท้องแกมา9เดือนไม่เคยคิดว่าแกจะลืมบุญคุณ พวกพี่ๆแกเขาลำบากถึงขอแกใช้ แกมันทำงานสบายนี่พี่ชายแกเขาตากแดดตากฝน หากแกทำอย่างที่แกพูดแกจะไม่มีวันได้ดี” พอแม่พูดไม่ดีพี่ก็น้ำตาไหลเลย “แม่กว่าหนูจะมาถึงวันนี้แม่เคยทำอะไรเพื่อหนูบ้าง ขณะที่หนูจะตายแม่ยังไม่มาเลยนี่หรือแม่ของหนู หนูบอกว่าไม่มีเงินแม่กับพี่ๆก็บอกว่าหนูโกหก แม่พูดไม่ดีกับหนู (เหมือนสาปแช่งเป็นคำพูดที่ไม่สามารถบรรยายได้ ) รถพี่ๆหนูก็ให้เงินซื้อบ้านที่แม่กับพี่ๆอยู่แฟนหนูก็ทำให้ ตอนนี้บางคืนหนูอยากผูกคอตาย” หนูสงสารตัวเอง สงสารแฟน แฟนหนูเป็นคนดีมากๆ เขารู้ว่าหนูทำงานหนักรับราชการเงินเดือนไม่มาก หนูไม่เคยขอเขาอาย แม่ชอบต่อว่าเราให้ขอเงินแฟนมาให้แม่ แม่บอกว่าลูกสาวเพื่อนบ้านขอเงินแฟนเก่ง หนูรู้สึกว่าหนูมีศักดิ์ศรีผู้หญิงเราไม่จำเป็นต้องโกหกคู่รักเรา เพราะรู้เขาทำงานหนักบางคืนตีสามยังไม่หลับทำงานอยู่หน้าคอม เราอยู่กับเขาเพราะความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่หลอกเงินเขา คุยกับแม่บุญธรรมว่าแม่หนูสาปแช่งหากไม่ส่งเงินให้อีก แม่บุญธรรมบอกว่า ไม่ต้องกลัวเราทำดีที่สุดแล้ว ฟ้าคงไม่ทิ้งเรา ตามหลักพุทธศาสนาทำดีย่อมได้ดี ตอนนี้เดินเรื่องวีซ่าและทะเบียนสมรสไปต่างประเทศได้แล้วแฟนให้หนูไปเรียนต่อปริญญาโท แฟนบอกเรายังเด็ก(25ปี) จบคงมามาทำงานราชการต่อ หรืออาจจะช่วยแฟนทำงาน สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข (วันที่18ตุลาพี่จะไปเรียนต่อแล้ว )
    หากแม่สาปแช่งเรากับแฟนจะทำอย่างไรถ้าเป็นคุณ? ……………………

  27. คุณ ลูกสาวที่เลวเสมอ คุณต้องให้อภัยกับคำสาปแช่งของแม่ และอย่าได้โต้ตอบอะไรกับแม่อีก

    อย่างที่ผมบอก ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหนมันก็เจ็บปวดอยู่แล้ว แต่เชื่อเถอะวันหนึ่งทุกอย่างจะดีขึ้น ..คุณต้องปล่อยวางในสิ่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคำพูด หรือการกระทำือื่นๆ ทั้งของตัวคุณเอง และที่ทางบ้านกระทำต่อคุณ

    ที่บ้านคุณยังมีพี่ๆ คอยดูแลแม่อยู่ คุณก็อย่าได้ห่วงเลย ..วันหนึ่งคุณพร้อมกว่านี้ หรือพวกเขาเห็นคุณค่าคุณมากกว่านี้ คุณก็ยังสามารถกลับมาหาพวกเค้าได้อีก

    ขอให้คุณประสบกับความสุขในชีวิตจากนี้ไปครับ

  28. คุณEdiTor ฉันเสียใจมากที่พี่ๆเขาบอกว่า ให้ฉันเลือกระหว่างทางบ้านหรือแฟน ในใจลึกๆตอนนี้เลือกแฟนเพราะเวลามีความทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน เสมอมา พูดจริงๆนะ คุณEdiTor ฉันเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้วแต่ทนมานานมาก เพื่อนพี่ชายโทรมาบอกฉันว่า หากฉันยังให้เงินให้พี่เขาใช้พี่ก็จะดิ้นรนไม่เป็นเฝ้าแต่รอให้ฉันช่วยตลอด พี่สะใภ้เอาเงินที่ฉันส่งไปให้แม่ยายเขาซื้อข้าว แม่กับพี่สาวต้องทะเลาะกัน พี่ชายคนเล็กขอเงินฉันไปซื้อเมล็ดกะหล่ำ ฉันให้ไป8000 บาท เดือนที่แล้ว เมื่อวานเเม่โทรมาให้ฉันส่งเงินให้แม่อีก5000บาท ฉันบอกแม่ว่าไม่มีตอนนี้ แม่ไม่ยอมร้องไห้ ฉันจึงให้ไป3000บาท ถามแม่ว่าเงินทุกเดือนที่ฉันให้เเม่กับพ่อเก็บไว้บ้างหรือเปล่า แม่ตอบกลับว่าไม่เหลือเก็บไม่พอใช้ด้วยซ้ำ ตอนเช้าโทรคุยกับเพื่อน เพื่อนบอกให้ฉันว่าพี่ชายฉันไม่ได้ทำไร่กะหล่ำนะ พี่ชายเอาเงิน8000บาทไปจ่ายค่าดาวน์รถมอเตอร์ของน้องชายพี่สะใภ้ ฉันคิดว่าช่างเถอะ โทรไปบอกพ่อว่า(ฉันรักพ่อมากที่สุดในชีวิตฉัน)ฉันจะไปเรียนต่อไปอยู่กับสามี พ่อบอกฉันว่าทางบ้านไม่มีข้าวกินนานแล้ว ฉันถามว่าแล้วพวกพี่ชายล่ะ พ่อบอกว่าพี่ๆ ก็ไม่มีข้าวกินเช่นกันเพราะพี่ๆไม่ทำไร่ข้าว บ้างก็ทำนิดเดียวหลานๆเยอะมากไม่พอกิน พี่ๆไล่หลานมาอยูกับพ่อแม่อีก พ่อบอกว่าแม่บอกพ่อว่าหาก พ่อให้ฉันไปเรียนต่อแม่จะหย่ากับพ่อ พ่อร้องไห้ ทำให้ฉันสงสารพ่อมากๆ แต่สุดท้ยพ่อก็บอกว่าตลอดชีวิตพ่อไม่เคยทำอะไรเพื่อฉันนอกจากให้มือและเท้า ฉันมีสามีแล้วตามหลักแล้วเหมือนคนนอกด้วยซ้ำ เพราะพี่สาว4 คนแต่งงานก็เหมือนหายไปเลย ชีวิตพี่ชาย3คนพ่อยังไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร ฉันบอกพ่อว่าจะส่งเงินมาให้พ่อเดือนละ3000 บาท แต่อย่าเอาเงินไปให้พี่ๆอีก นอกจากนี้พ่อยังเล่าว่าสร้อยทองและทองแท่งที่เป็นสินสอดส่วนขัญถุง จากแฟนฉันที่มอบให้พ่อ พ่อคิดว่าจะคืนให้ฉัน แม่กับพี่ชายเอาไปขายตั้งนานแล้วพ่อเพิ่งรู้เดือนก่อน หลังจากขายแม่นำเงินคืนพ่อ 1500 บาท พ่อบอกว่าสำหรับพี่ๆแม่แล้วฉันเป็นแค่คนอื่นมานานแล้ว เพราะฉันจากครอบครัวไปตอนเด็กมากๆ พี่คิดว่าฉันเป็น”กงหล่ง”ไม่ใช่คนในครอบครัวไม่มีความผูกพัน เพื่อนม้งในหมู่บ้านบอกว่าหากสักวันฉันไม่เหลืออะไร พี่ๆเขาจะดีเช่นฉันทำให้พี่ๆมั้ย ไม่มีทางสำหรับพี่ชายฉันที่จะทำเพื่อฉัน เพื่อนม้งเล่าเรื่องของรุ่นพี่รุ่นน้องคนหนึ่งให้ฟัง มีอยู่ว่าเธอไปทำงานในกทม.ส่งเงินมาให้พี่ๆชายเธอทำบ้านซื้อรถ จนวันหนึ่งเธอเป็นโรคเสียชีวิต ก่อนเธอเสียชีวิตเธอขอให้นำศพเธอมาทำพิธีที่บ้านที่เธอสร้าง(สร้างไว้ต่างหาก) ศพเธอถูกนำมาที่หมู่บ้านพี่ๆเธอไม่นำศพเธอมาที่บ้านเธอแต่กลับสร้างกระโจนหลังหมู่บ้านทำพีธีศพ 1คืนเย็นอีกวันก็นำไปฝัง เพื่อนม้งบอกว่าพี่เธอไม่นำเสื้อม้งมาให้เธอสวมด้วยซ้ำ จนแม่ของเพื่อนฉันสงสารจนนำชุดม้งมาสวมให้ เพื่อนบอกว่าเป็นภาพที่น่าสลดใจมาก นั้นเป็นประเพณีม้ง ฟังเพื่อนเล่าแล้วเศร้าแทน พี่ที่เสียชีวิตฉันเคยรู้จักตอนฉันเรียนในวัด เธอเป็นสาวม้งที่สดใสน่ารัก ดูอบอุ่น ฉันหดหู่ใจที่ได้ฟังเรื่องจากปากเพื่อน
    ม้ง เพราะฉันเป็นไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

  29. คุณ ลูกสาวที่เลวเสมอ ถ้าพี่ๆ ของคุณไม่ได้เรื่อง ถ้าแม่ของคุณจะหย่ากับพ่อ อันนั้นก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรมของพวกเขาแล้ว วิถีชีิวิตม้งมันซับซ้อนอยู่แล้ว เพราะแต่ละครอบครัวประกอบไปด้วยลูกหลายคน หลานหลายคน (บางครอบครัวมีแม่หลายคน) เมื่อเป็นอย่างนี้ปัญหาครอบครัวจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อน

    ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถนำพาทุกคนไปถึงฝั่งฝันได้ แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองจมปรักอยู่ตรงนั้นกับพวกเค้า เราควรต้องก้าวต่อไปข้างหน้าตามศักยภาพที่เรามี

    คุณอาจรู้สึกโดดเดี่ยวมาตลอด แต่วันนี้คุณมีสามีที่ดีที่คอยเข้าใจคุณ วันหนึ่งข้างหน้าชีวิตคุณจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อคุณมีลูกๆ ที่คอยเป็นกำลังใจให้คุณ ถึงตอนนั้นชีวิตคุณจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

    ชีวิตคุณกำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดี และนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เบื้องบนกำลังชดเชยให้กับชีวิตที่ผ่านมาของคุณ ก็ขอให้คุณตั้งใจทำมันให้ดีครับ

  30. ชีวิตคนเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้..คุณเลือกเป็นลูกที่ดีที่คอยช่วยเหลือญาติพี่น้อง นั่นดีแล้ว แต่หากว่าหน้าที่นี้มันหนักหนาจนเกินไป ก็ควรทำเท่าที่แรงเรามีและทำได้ ถ้าคุณทำดีแล้ว อย่ากลัวเลยกับคำพูดที่ต่อว่าคุณต่างๆ คนเรามักไม่ค่อยรู้จักคำว่าพอดี ถ้าเราดีพอ ก็อย่าเพิ่งท้อนะ ขอเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นไปได้

  31. เป็นกำลังใจให้ คุณ ลูกสาวที่เลวเสมอ ด้วยนะครับ
    ผมว่าคุณต้องเดินหน้ากับชีวิต และครอบครัว(สามี)ของคุณ คุณทำดีแล้ว ขอให้ทำดีต่อไป
    แต่อยากให้ทำเท่าที่คุณทำได้ก็พอแล้วครับ
    ควรปล่อยให้ระบบธรรมชาติทำงานบ้าง (ไม่ใช่จะงอมืองอเท้า ไม่ทำอะไรเลย แล้วคอยแต่ขอ)
    ควรให้คนที่ขอได้รู้ถึงการขอที่แท้จริงและเป็นผู้ให้ตอบกับด้วย (ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน)
    ในสังคมม้งเรายังไม่ค่อยมีการให้สักเท่าที่ควร อยากให้มีการเปิดใจรับด้วยความจริงใจต่อกัน

    ขอขอบคุณประสบการณ์ที่ทุกท่านได้ถ่ายทอดมาให้ด้วยครับ
    ++ขอให้ทุกท่าน มีชีวิตที่ดี มีความสุขกันถ้วนหน้า ครับ.++

  32. ขอคุณทุกท่านที่ร่วมแชร์ความคิด ขอให้ความรู้สึกนี้อยู่ในความทรงจำตลอดไป เว็ปนี้เป็นเว็ปม้งครั้งแรกที่เข้ามา ไม่เคยรู้เลยว่าสังคมม้งเจริญไปมากแล้ว สุดท้ายนี้ต้องกล่าวคำว่า”ลาก่อน”

  33. ตกลงผู้หญิงม้งมีค่ารึอป่าวนะ? เราเคยได้ยินไครไม่รู้พูดว่าสาวม้งมีค่าไม่เท่าพ่อวัวตัวหนึ่งเท่านั้น!(น่าตกใจเสียจิงๆและสงสารสาวม้งเลย…)ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบันผู้หญิงม้งก็เป็นคนที่ทำงานหาเงินเท่าๆกับผู้ชายก็แค่ผู้หญิงทำงานที่หนักๆไม่ได้เท่านั้น…แต่อนิจา..ผู้หญิงม้งกลับไม่มีบทบาทในการเจรจาและการแสดงความคิดเห็นในสังคมม้ง หากว่าสาวม้งแต่งงานไปได้ผู้ชายที่ดีก็ดี แต่หากได้ผู้ชายที่ไม่ดีล่ะจะทำยังไงต้องทนอยู่หรึอ?เราเห็นคู่สามีภรรยบางคู่นะ สามีตีภรรยาตลอดเลย บางคนพอแต่งงานแล้วผู้หญิงมีลูกหนึ่งคนซึ่งทำให้ผู้หญิงอ้วนหรือไม่ค่อยสวยเท่านั้นแหล่ะผู้ชายก็เปลี่ยนไป!…อันที่จิงค่าสินสอดน่าจะเป็นหลายๆแสนให้จนไปข้างหนึ่งเลย

  34. น่าเสียใจน้อที่หญิงอย่างเรามีค่าเท่านี้ แต่เดียวนี้ไม่มีชายเราก็อยู่ได้ลองไปแต่งกับคนข้างล่างบ้างก็ดี

  35. แต่งกะทอมดีกว่า ทอมรักจริงด้วย.หุ หุ

  36. ชีวิตคนเราไม่ว่าใครก็จะต้องมีเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ แต่ปัญหาทุกปัญหามีทางออกเสมอ
    และผู้หญิงม้งบางคนก็มีค่ามากกว่าวัวสามตัวด้วย อย่าเอาคำด่าของบุพการีมาใส่ใจเลย ชีวิตคนเราก็แค่ชาตินี้ชาติเดียว ที่สำคัญอยู่ที่ก่อนเราจะตายได้ทำอะไรดีๆให้คนรอบข้างหรือสังคมหรือยัง ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว

  37. ผมอยากรู้ว่า กรณีคนนอกไปรักชอบกับสาวม้ง เขาจะแต่งงานกันได้ไหม ถ้าแต่งได้ ต้องเงินสด หรือเงินแท่งตามประเพณี อย่างประเพณีไทย ก็ใช้เงินสด กับ ทองคำ เลยอยากทราบว่า เขามีสิทธิ์แต่งงานกับคนนอกหมู่บ้านได้ไหม ที่ไม่ใช่ม้งเหมือนกัน

  38. ลูกสาวที่เลวเสมอ เท่าที่ได้อ่านชีวิตของคุณมานี่ เหมือนคุณได้แสดงเป็นนางเอกในละครชีวิตในตอนแรกๆที่ต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆแต่ตอนจบคุณอาจจะได้สบายเหมือนในละคร จะเป็นอย่างหรือไม่นั้นคงต้อให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป เพราะชีวิตของคนเรานั้น ที่จะประสบผลสำเร็จได้นั้นต้องมีหลายๆๆอย่างประกอบการ และสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตมนุษย์ทุกๆคนที่ได้เกิดมาครั้งหนึ่งนี้ คือ อุปสรรค ของชีวิตที่จะต้องเจอไม่ว่าจะหนักหรือเบาเท่านั้นและเรามีการยานิมิที่ดีมั้ย คือมีเพื่อนที่ดีนั่นเอง หลายเพื่อนก็หลายความคิดและอาจจะมีหนึ่งในนั้นที่จุดความคิดให้เราคิดได้ ในเรื่องบางเรื่อง ให้จากการที่เราคิดร้ายๆให้ตนเองกลายเป็นคิดดีให้ตนเอง
    ชีวิตของมนุษย์ทุกคนนั้นทุกวันนี้มุ่งแต่ทางวัตถุมุ่งแต่ทางแข่งขันเพื่อทุกสิ่งทุกอย่างในทางโลก จนบางครั้งเกิดผิดพลาด หรือผิดหวังหาทางออกไม่ได้ก็ฆ่าตัวตายอย่างเดว ลืมคิดไปว่าชีวิตของคนเรานั้นเกิดมาเพื่ออะไร???เกิดมาเพื่อเมื่อมีทุกข์มากๆๆก็ตายอย่างเดวหรือ ซึ่งทุกๆๆชีวิตที่ต้องตายไปจาการฆ่าตนเองไม่ว่าจะเป็นม้งหรือเป็นคนเมือง หรือคนที่ใหนๆๆก็แล้วแต่ ถ้าหากว่าเขาเหล่านั้นมีดวงจิต มีโลกทัศน์ที่กว้างไกลหน่อยมองโลกในทางธรรมบ้างก็คงจะดี และผมเชื่อว่าแม่บุญธรรมของคุณก็คงจะเป็นเช่นนั้นจึงมีคำแนะนำที่ดีๆมาสอนคุณ ผมเองก็คนหนึ่งที่เป็นคนเช่นนั้น บางครั้งแห่งห้วงเวลาผมก็อยากถึงอยากมากเลยที่จะบวชตลอดชีวิต แต่ไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้ด้วยเหตุผลบางประการ ทุกวันนี้ก็มีความสุขแบบคนบ้าทางธรรมของผม

    ธรรมะ ไม่จำเป็นว่าต้องมีไว้ที่วัด หรือที่พระอย่างเดียวแต่ถ้าใครๆลองมีไว้ในจิตใต้สำนึกแล้วผู้นั้นและครอบครัวจะมีแต่ความสงบและความสุข
    ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการไม่ใช่หรือ???

    …..บนโลกใบใหญ่อันกว้างไกล
    ยังมีอีกมากมายให้ศึกษา
    ความรู้นั้นใช่อยู่แต่ในตำรา
    คุณค่านั้นอยู่ที่การกระทำตน
    ครั้งหนึ่งของชีวิตอย่าคิดสั้น
    เส้นทางนั้นไม่สดใสอย่าขื่นขม
    ล้มลุกคลุกคลานบ้างก็ต้องทน
    อย่ามาจมกับคำว่าจะต้องตาย
    ความตายนั้นเกิดขึ้นกับเราแน่
    ผู้เป็นแม่เกิดเรามาสุดเจ็บเขน
    ถ้าต้องตายเพราะเรื่องไม่เป็นเศษเดน
    ท่านต้องเย็น”ครั้งหนึ่ง”เพื่อรักษาชีวิตเอย
    ขอโทษนะครับที่นอกเรื่องไปหน่อย

  39. อ่านบทความชีวิตของ คุณลูกสาวที่เลวเสมอ แล้ว ทำให้รู้สึกว่าชีวิตของตัวเองที่คิดว่าเลวร้ายยิ่งนักกลับกลายเป็นยังเลวร้ายไม่เท่าไรเองทันที….แต่ก็อยากให้คุณลูกสาวที่เลวเสมอ จงอย่าลืมที่จะขอบคุณพ่อแม่ที่ยื่นความยากลำบากในวัยเด็กให้จนทำให้รู้จักดิ้นรนต่อสู้ชีวิตจนมีวันนี้ได้ เหมือนอย่างตัวเค้าเองที่เคยคิดจะเกลียดจะตัดขาดจากครอบครัว แต่สุดท้ายแล้วก็เปลี่ยนความคิดนั้นมาเป็นขอบคุณและตอบแทนเค้ากลับตามความเหมาะสมจะดีกว่า เพราะอย่างไรแล้ว ไม่ว่าเค้าจะรักหรือไม่รักเรามันก็คือสิ่งที่ส่งผลให้เรามีวันนี้ได้อยู่วันยังค่ำ….ลองคิดอีกแง่นะ ถ้าเราคือลูกที่ท่านรักและท่านไม่ยอมให้ลำบากอะไรเลย ทุกวันนี้เราก็อาจจะมีชีวิตที่ไม่แตกต่างจากท่านก็ได้ คือ ยังคงศึกษาไม่สูงและยังคงทำไรทำสวน และอยากให้คิดในอีกแง่ว่าเราอาจจะคือคนที่โชคดีที่สุดก็ได้ อาจจะคือคนที่ได้รับสมบัติก้อนโตจากท่าน นั่นก็คือ ความยากลำบากที่ท่านยื่นให้ จนทำให้เรารู้จักการดิ้นรน การต่อสู้ การศึกษาฯลฯ และอีกอย่างคือไม่อยากให้ไปเก็บเอาคำพูดที่ร้าย ๆ ของท่านมาจดจำให้เจ็บปวดหัวใจ….จับมือสู้ ๆ กันต่อไป เราก็อีกคนที่มีชีวิตไม่แตกต่างจากคุณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>