อัตราค่าสินสอดที่เท่าเทียม

ข่าวดีสำหรับหนุ่มน้อยใหญ่ ที่มีแฟนสาวอยู่ ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน เนื่องจากชุมชนม้งใน ต.ป่ากลาง ได้มีการเจรจาตกลงที่จะปรับอัตราค่าสินสอด (เงินแท่ง) ให้เป็นไปในอัตราเดียวกัน นั่นคือจำนวน 4 แท่งเท่ากันหมด ..ก็เป็นการปรับลดเฉพาะกลุ่มพี่น้องม้งที่เคยใช้ในอัตรา 7 แท่ง ให้มาร่วมใช้อัตรา 4 แท่งเท่าเทียมกับพี่น้องม้งกลุ่มอื่นๆ

ในอดีตที่ผ่านมา ชุมชนม้งในแต่ละพื้นที่อาจใช้อัตราค่าสินสอดที่แตกต่างกันไป โดยอัตราค่าสินสอดโดยทั่วไปก็จะอยู่ระหว่าง 4 แท่ง ถึง 7 แท่ง โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องม้งขาวจะใช้อัตราที่สูงกว่า นั่นคือ 7 แท่ง

การปรับอัตราค่าสินสอดให้ต่ำลงในครั้งนี้ ไม่ใช่นโยบายที่คิดขึ้นมาเพื่อสกัดค่าเงินบาทแข็ง หากแต่เกิดจากการถกเถียงถึงความไม่เท่าเทียมกันในหมู่ม้งด้วยกัน จนมีข้อสรุปจากกลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนให้ทุกครัวเรือน ทุกสกุลแซ่ ใช้ค่าสินสอดเงินแท่งในอัตราเดียวกัน นั่นคือ 4 แท่ง

แม้ฉันทามติในครั้งนี้จะเป็นไปเพื่อความเสมอภาค และเท่าเทียมกัน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการบังคับซะทีเดียว หากครอบครัว หรือแซ่สกุลใด ไม่เห็นด้วยกับมตินี้ ก็สามารถที่จะใช้อัตราค่าสินสอดแต่เดิมต่อไปได้ ..เท่าที่ทราบมีอยู่สองสามครอบครัวที่ไม่ยอมเซ็นต์รับรองมตินี้ (เห็นคนซุบซิบกันว่า บ้านนั้นลูกสาวเยอะ)

สำหรับหนุ่มแดนไกลอาจจะมีคำถามตามมาว่า แล้วหนุ่มแดนไกลต้องจ่ายเท่าไหร่ ?

สำหรับคำถามนี้ผมได้รับคำตอบจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า “ชายหนุ่มบ้านอื่นที่มาแต่งกับสาว ต.ป่ากลาง เราก็จะยึดตามอัตราค่าสินสอดของเรา นั่นคือสี่แท่ง ..และถ้าหนุ่มบ้านเราจะไปแต่งกับสาวบ้านอื่นบ้าง ก็แล้วแต่ทางฝ่ายสาวจะเรียก”

ผู้ใหญ่ท่านนี้กล่าวเสริมว่า “แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ใช่ว่าเค้ามาแต่งเรา เราคิดเค้าสี่แท่ง แต่พอเราไปแต่งเค้า เค้าคิดเราเจ็ดแท่ง ..อย่างนี้ก็ไม่ได้ มันจะต้องเท่ากัน โดยอ้างอิงจากงานแต่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกระหว่างสองครอบครัว (แซ่) นี้”

ผมเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าวันนี้เราจะต้องมาเปลี่ยนแปลงเรื่องอัตราค่าสินสอดให้เท่าเทียมกัน แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้น คือ ทำไมม้งเราถึงได้ใช้อัตราค่าสินสอดที่ไม่เท่าเทียมกันนี้มาอย่างยาวนาน เพราะถ้ามองในแง่ของความเป็นธรรมมันก็ไม่เป็นธรรมเอาเสียเลย ..ยิ่งถ้ามองในแง่ธุรกิจด้วยแล้ว กำไร ขาดทุน กันเห็นๆ

ที่นำเรื่องนี้มาแจ้งให้ทราบ ก็ไม่ได้มุ่งหวังให้หนุ่มน้อยใหญ่ต้องดี๊ด๊าดีใจจนเนื้อเต้น หรือจะต้องทำเอาสาวๆ คร่ำครวญหลั่งน้ำตาเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจ หากแต่เห็นว่าเรื่องนี้มีมุมมองแง่คิดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเท่าเทียม หรือความเป็นมาตรฐานเดียวกัน ..รวมไปถึงจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ต่อไป ดังนั้นเราจึงไม่ควรพลาดที่จะเฝ้ามองทุกจุดเปลี่ยน ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมม้งเรา

สินสอดทองหมั้นเป็นเพียงวัตถุเชิงสัญลักษณ์ ได้มาแล้วก็หมดไป ไม่สามารถเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตคู่ไหนๆ ได้ สิ่งดีที่สุดคือ คุณต้องรัก เห็นอกเห็นใจ ให้อภัยกันและกันเท่านั้น ชีวิตคู่คุณจึงจะมั่นคงมีความสุข