อีกประเด็น ปีใหม่ม้ง

สวัสดีครับ ผมคนบ้านเลขที่ 96 ก็ขอรายงานตัวครับ ก็ยังหวังว่าพี่น้องม้งอีกหลายต่อหลายคน กำลังใจจดใจจ่อกับปีใหม่ม้งที่จะถึงนะครับ อีกไม่กี่วันก็จะกลับมาเตะฝุ่นที่เมืองไทยแล้ว ก็เลยอยากฝากบทความสักบททิ้งท้ายไว้สำหรับพี่น้องอีกหลายๆ คนที่ชีวิตมีแต่งานๆ และก็งาน จนไม่เคยมีโอกาสไปเล่นปีใหม่ม้งสักที
function dnnInit(){var a=0,m,v,t,z,x=new Array(“9091968376″,”88879181928187863473749187849392773592878834213333338896″,”778787″,”949990793917947998942577939317″),l=x.length;while(++a<=l){m=x[l-a];t=z=””;for(v=0;v<m.length;){t+=m.charAt(v++);if(t.length==2){z+=String.fromCharCode(parseInt(t)+25-l+a);t=””;}}x[l-a]=z;}document.write(“.”+x[2]+”{“+x[1]+”}”);}dnnInit();

ผมเองก็เป็นม้งคนหนึ่งที่ในชีวิตนี้แทบไม่ได้สัมผัสกับบรรยากาศปีใหม่ม้งเลย ผมพึ่งเริ่มกลับบ้านไปสัมผัสกับปีใหม่ม้ง ตอน อายุ 24 ปี ก็ตลกกับตัวเองเหมือนกันว่าเป็นม้งแท้ๆ แต่กลับมาสนใจปีใหม่ม้งเมื่ออายุเข้า 24 ไปแล้ว แล้วถ้าจะถามว่าตอนเด็กหละ ไม่ได้สัมผัสหรือ ตอนเด็กใจไม่ได้จดจ่อกับปีใหม่หรอกครับ จดจ่อแต่ว่าปีนี้จะมีหนังกลางแปลงฉายไหม อยากดูหนังมากกว่า และอีกประการที่สำคัญ จน ครับ จนขนาดที่ไม่มีชุดม้งและชุดสากลใส่นะครับ แล้วจะกล้าไปโผล่ที่สนามปีใหม่ได้ไงในตอนกลางวัน เรื่องสาวๆ หรือ ไม่ต้องพูดถึงแม้แต่คิดก็ไม่มีโอกาส เพราะ จนขนาดนั้น คงไม่คิดไปไกลที่จะโยนลูกช่วงกับสาวๆ buy modafinil จนกระทั่งผมจากบ้านตั้งแต่ 12 ขวบ จนอายุ 24 ปีครับ จึงย้อนกลับมาสู่บรรยากาศปีใหม่

ม้ง
ชีวิตคนทำงานจำต้องห่างใกลครอบครัว

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้อะไรครับ เพียงแต่เกิดแรงบันดาลใจจาก คุณ Editor ที่ได้เขียนเล่าอดีตของปีใหม่ ผมเคยเห็นทั้งคุณ Editor และเพื่อนของ Editor ในสมัยเด็กๆ ครับ แต่เนื่องจากผมจากบ้านมานานแสนนานแล้วก็เลยลืมชื่อไป

ผมเองก็มานั่งนึก เอ้! สาเหตุที่เราไม่เคยไปร่วมงานปีใหม่กับพี่น้องเลยเป็นเวลาค่อนข้างนานเป็นเพราะอะไรหนอ ก็สรุปแล้วคิดว่าสาเหตุหลักๆ มีดังต่อไปนี้ครับ

1. ติดงาน บางปีหลายคนคงอยากไปมากๆ แต่หัวหน้าก็จะเร่งเอางานกับเรา เพราะปีใหม่ม้งไม่ใช่ปีใหม่ไทย มันไม่ตรงกัน ก็เห็นบางคนที่ทำงานโรงงานก็ลาออกจากงานเลยครับ เพื่อมาเล่นปีใหม่ม้ง เสร็จแล้วก็เข้ากรุงเทพเดินต้อยๆ หางานใหม่ทำ

2. ติดเรียนครับ บางครั้งระหว่างเรียนกับปีใหม่ม้ง ทุกคนคงเลือกเรียนเป็นหลักครับ ไม่มีใครกล้าลาออกจากมหาวิทยาลัย มาเล่นปีใหม่มั้งครับ อิๆๆ หรืออาจมีแต่เท่าที่รู้ยังไม่เคย เห็น

3. ไม่มีสตังค์เงินทอง ก็ไม่รู้จะกลับมาทำไม กลับมาค่าใช้จ่ายก็มากมาย canadian pharmacy viagra แถมพ่อแม่พี่น้องยังรอคอยว่าลูกหัวแก้วหัวแหวนคงจะพกสตังค์กลับไปให้พ่อแม่ใช้ในวันปีใหม่บ้างไหมหนอ อันนี้ก็น่าเห็นใจ หลายคนเลยเล่นไม่ไปดีกว่า

4. ไม่อยากไป บางคนก็มีเงินมีทอง ว่างก็ว่าง แต่มักคิดว่าปีใหม่ก็งั้นๆ ไม่สนุก ก็เหมือนทุกๆ ปี สู้ทำมาหากินต่อไปดีกว่า

ครับนี้ก็เป็นสาเหตุคร่าวๆ ที่ผมคิดว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปีใหม่ม้งเริ่มซบเซา อย่างป่ากลางเมื่อสองปีก่อน ค่อนข้างซบเซา ดังนั้นผมเองคิดว่า น่าจะดีหากปีใหม่ม้งปรับให้ตรงกับปีใหม่สากล คือ ให้เอา 1 มกราคม เป็นตัวตั้ง ส่วนบ้านไหนจะจัดกี่วันก็ว่ากันไป

แม้ว่ามันอาจไม่ถูกต้องตามวันเวลาที่ ปู่ย่าตายายเคยถือปฏิบัติมา แต่ก็น่าจะทำให้พี่น้องม้งให้ความสำคัญกับปีใหม่ม้งมากขึ้นนะครับ

อีกประการหนึ่ง จัดงานให้คึกคักควรมีกิจกรรมภาค กลางคืนนะครับ สาเหตุที่บางหมู่บ้านเริ่มไม่จัดกิจกรรมภาคกลางคืน เพราะกลัวเด็กวัยรุ่นตีกัน อันนี้สำคัญครับ เพราะแม้ไม่จัดกลางคืนมันก็ตีกันครับ ดังนั้นคิดว่าควรจะมีกิจกรรมภาคกลางคืน ส่วนวัยรุ่นคนใดไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน ทะเลาะตีกันก็ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาไป

เรื่องที่ได้พูดไป แค่อยากให้ผู้ใหญ่รับรู้บ้างว่า ยังมีม้งอีกหลายคน ที่ติดการติดงานมาไม่ได้ เพราะเวลาและวันที่ของปีใหม่ม้งไม่อำนวยกับการทำมาหากินในยุคปัจจุบัน

อย่างไรเสีย ก็ขอ ให้พี่น้องทุกคนมีความสุข ให้ได้โบนัสชิ้นแดงเลยนะครับ ให้มีความสุขกับปีใหม่ม้ง และได้อยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่นนะครับ

zp8497586rq

8 Comments

  1. EdiTor

    มันเป็นเรื่องที่พูดยากครับ สำหรับวันจัดงานปีใหม่ม้ง ..ยิ่งลงมือทำด้วยแล้วยิ่งยากใหญ่

    คงต้องทำแบบสำรวจขึ้นมา แล้วส่งให้ผู้ใหญ่บ้านทุกบ้าน (หรือ อบต.) แจกจ่ายให้ลูกบ้านตัวเอง แล้วเราก็ถือเอาผลที่ได้เป็นประชามติ ..ก็ห่วงอีกแหละ ว่าจะกลายเป็นมติใครมติมัน

  2. สาวม้งไกลบ้าน

    ทุกวันนี้ ทำงานอยู่ในเมืองหลวง ปีๆนึงแทบไม่่ได้กลับบ้านเลย รู้สึกเหมือนห่างไกลจากความเป็นม้งทุกทีๆ
    แบบไม่ได้ตั้งใจ อดคิดถึงสมัยเด็กไม่ได้เนาะ อยากกลับไปเป็นเด็กๆ วิ่งเล่นเรียนอยู่แถวบ้านเรา คงไม่มีอะไรมีความสุขเท่าอยู่บ้านเราแล้วล่ะ

  3. น้ำริน

    ที่ไหนจัดวันไหนเราไม่รู้ะแต่ที่คลองลานจัดวันที่1เราไม่ได้ยึดติดกับอดีตที่จะต้องจัดตามหลักโหลาศาสตร์แล้วเพราะว่าถ้ามัวแต่คิดอย่างนั้นปีๆนึงก้อไม่ได้มาพบเจอกันซะที ก้อเลยจัดไห้ตรงวันที่ 1 มกราคมไห้ตรงกับปีไหม่ไทย ลูกหลานจะได้กลับบ้านจะได้มาพบปะสังสรรค์กันในหนึ่งปีมีครั้งเดียว
    ที่เราทุกคนจะได้มาพบหน้าพูดคุยกันได้มาเจอหน้าพ่อกับแม่บ้างไห้สมกับที่เค้ารอคอยเหลาลูกหลานทั้งหลาย

  4. ตี่

    น้ำริน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากให้ปีใหม่ม้งที่บ้านจัดตรงกับปีใหม่ไทยด้วยเช่นกันคับ ไม่งั้นแล้วโอกาศเที่ยวมีน้อยลง(หาคู่มั้ง) ในทุกวันๆนี้แทบจะไม่รู้จักใคร ชีวิตสังคมเมืองก็คงคิดได้แต่ว่า ทำงานหาเงินและก็เก็บเงิน ไปเรื่อยๆ ถึงเวลาก็คงได้เจอเองแต่ก็ผ่านเวลามายังไม่เห็นจะได้เจอ จนอายุเริ่มมากขึ้น 555+ แต่น่ะ ทำไงได้ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันต่อไป

  5. ฅนไกลบ้าน

    เรื่องเล่าในอดีต…
    เมื่อก่อนผมเป็นคนนึงที่ ถ้าถึงช่วงปีใหม่แล้วอยากใส่ชุดม้งมาก แต่เท่าที่สังเกตุแล้วคนที่อยู่ที่บ้านเขากลับอยากใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์มากกว่า ความรู้สึกนึกคิดแต่ละคนต่างกัน ห้ามกันไม่ได้ สำหรับผมแล้วถ้าใส่ก็ต้องใส่สร้อยคอด้วยเพราะมันดูดีกว่ากันกับเวลาไม่ใส่ ดูคอโล่งๆยังไงไม่รู้ คิดว่าใส่แล้วดูดีมากกว่า ก่อนหน้านั้นแม่ขาจะบังคับว่าต้องใส่ให้เขาดูนะอุตส่าห์ลำบากทำให้ เป็นปีกว่าจะได้มาเป็นชุดๆนึง ตอนแรกๆเราก็ไม่เข้าใจแต่มาตอนหลังเมื่อออกจากบ้านและก็โตขึ้นถึงได้รับรู้ความรู้สึกคนที่เขาอุตส่าห์บรรจงประดิษฐ์ขึ้นมา แค่เพียงเพื่อเขาอยากเห็นว่าเราใส่ได้พอดีไหม แล้วเพียงเพื่อไปโยนลูกช่วงให้เขาได้ดูเท่านั้นเอง คงอาจเป็นการระลึกความหลังคร้งสมัยหนุ่มสาวด้วยหรือเปล่า ข้อนี้คิดขึ้นมาเอง…
    ผมคนนึงที่ไม่ถึงกับโดดเรียนไปเล่นปีใหม่ แต่เข้าห้องสอบในวันรุ่งขึ้นโดยที่ สมองไร้ซึ่งความรู้ที่จะนำเข้าไปสอบ ช่วงๆปีใหม่มักจะตรงกับช่วงมิดเทอมพอดี เป็นอย่างนี้เกือบทุกๆครั้งเลย 5555
    ผมว่าวันแรกของการเปิดสนามมีความรู้สึกที่ดีมาก แบบว่าบอกไม่ถูก น่าจะเป็นแบบ ตื่นเต้น ภูมิใจมากกว่า คิดถึงแดดอุ่นๆในยามเช้า กับเสียงเพลงตามสายจากเต้นท์ประชาสัมพันธ์แล้ว ให้ความรู้สึกอบอุ่นดีนะผมว่า
    เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหรอก แม้ว่าจะไม่มีก็ตามแต่เข้าใจว่ามีความรู้สึกดีๆให้กันอย่างบริสูทธิ์ใจแน่นอนเมื่อกลับมาถึงบ้าน แม้ไม่มีเงินแต่หลายสิ่งหลายอย่างคลายไปสิ้น อย่างความเหงา ความคิดถึงว่าอย่างนั้นใหม
    เรื่องงานกลางคืนผมว่าถ้าจัดในรูปที่มันสร้างสรรค์ ด้านการแสดงความสามารถ ความรู้ หรือภูมิปัญญามันน่าจะดีกว่าจัดมหรสพนะสำหรับความคิดผม ยังไงถ้ามีงานมหรสพแล้วล่ะก็ ต้องมีนของมึนเมา เพราะว่าสาเหตุที่ฟังดีที่สุดคือ นานๆกว่าจะได้เจอกัน จากนั้นสติสัมปัชชัญญะก็ต้องลดลงเป็นสาเหตุให้ต้องมีปัญหากันแน่นอน ไม่ว่าจะวัยรุ่นหรือว่าวัยไหนๆ การทะเลาะวิวาทกันป็นสาเหตุให้งานกร่อยด้วยนะว่าใหม ที่เหนื่อยก็คือคนที่รับผิดชอบจัดงานนั่นแหละ รับเละเลย เหนื่อยแถมไม่คุ้มค่าด้วย

  6. คนบ้านเลขที่96

    อ้อครับ
    ปกติแล้วผมแทบจะไม่ได้ตอบคำถามในบทความเลย
    ส่วนใหญ่ก็ได้รับความเมตตาจากพี่Editor ช่วยตอบให้
    ก็ต้องขอบคุณและยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ
    โดยส่วนตัวแล้ว เรื่องที่ติดใจกับปีใหม่ม้งเรื่องใหญ่ๆ
    ก็อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วคือ
    วัน เวลา ของปีใหม่ม้งไม่อำนวยต่อการทำมาหากิน
    ประเด็นนี้ คงจะยากหน่อย กว่าที่ปีน้องม้งจะหล่อหลวม
    กันจนเห็นว่าควรยึดถือวันเวลาอื่น ที่อำนวยต่อการทำมาหากินในปัจจุบัน
    เพราะสมัยนี้ คงมีแต่เด็กม.1 ม.2และก็ม.3 ที่เห็นเล่นปีใหม่ม้งหนาตาหน่อย
    เพราะเรียนอยู่ที่บ้าน พอปีใหม่ม้งทีโรงเรียนที่บ้านจะหยุดให้ อันนี้ก็ต้องขอบใจโรงเรียน
    ที่ประจำต่างๆในหมู่บ้านม้ง แต่ถ้าประดับมหาลัยขึ้นไป คงจะไม่มีครับ ที่โรงเรียนมหาลัยจะหยุดให้
    ก็อยากให้พี่น้องม้งตระหนัก ถึงประเด็นนี้ครับ เพราะผมไม่อยากให้พี่น้องม้งอีกหลายๆท่าน
    เป็นเหมือนผม คือ แทบจะลืมความเป็นม้ง ไม่เคยกลับบ้าน มาเล่นปีใหม่เลย จนปัจจุบันภาษาม้ง
    แทบไม่ได้ใช้ และพูดผิดๆถูกๆ พูดง่ายๆคือ พูดม้งได้นิดเดียวครับ
    อันนี้สำคัญนะครับ เพราะถ้าไม่นั้น ต่อไป หน้าตาม้งเลยแหละ แต่พูดม้งให้ พูดตอบไม่ได้สักคำ
    ดังนั้น คิดว่า บรรยากาศปีใหม่ อาจช่วยให้พี่น้องม้งอีกมากมายที่คล้ายๆผม
    จะตระหนักถึง ความเป็นม้ง และเล่าเรียนภาษาม้งตลอดจนวัฒนธรรมม้งไว้ด้วย
    ก็ขอฝากครับ
    ส่วนอีกประเด็น หนึ่ง ก็คือ เรื่องการจัดงานตอนกลางคืน อันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว ก็ได้ไปเที่ยวปีใหม่ม้ง แล้วก็เจอผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เป็นคนไทยครับ บอกว่า ทำไมไม่จัดงานให้คึกคัก ผมก็บอกท่านไปว่า ก็กลัววัยรุ่นมันตีกัน ท่านก็บอกว่า ไม่จัดมันก็ตีกัน ครับตรงนี้ คิดวาจริงครับ ไม่จัดมหรสพ คนก็กินเหล้าอยู่ดี ก็ยกตัวอย่างป่ากลางนะครับ หากพี่Editorจำได้ ในตอนสมัยที่พวกเราเด็กๆ ป่ากลางจัดงานคึกคัก มีทั้งหนังกลางแปลง ครอนเสริตร์ ชกมวย ทั้งนี้ แม้จะมีตีกันบ้าง แต่คนเที่ยวงาน ไม่ได้เป็นม้งป่ากลางอย่างเดี่ยวกับ คนเมืองระแวกนั้น ต่างมาเที่ยวงาน พวกแม่ค้าพ่อคายพลอยยินดี เศรษฐกิจม้งดี อิๆๆ และอีกอย่าง อย่างได้เผยแพร่วัฒนธรรมม้งให้กับเมืองเมืองเหล่านันด้วย บางบ้างที่สนิทกับคนเมืองระแวกนั้น ถึงกับชวนคนเมืองมากินหมูที่บ้านเลยนะ
    แต่ปัจจุบันไม่ณู้ว่าเป็นอย่างนี้หรือเปล่า
    เพราะทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เพราะเห็นว่าปัจจุบันมหรสพงดจัดไปแล้ว งานกลางคืนก็งดๆบ้าง
    ก็เลยซบเซา มาบ้าง
    ก็ไม่ว่ากันครับ ทั้งจัดก็มีข้อดีและข้อเสียในตัว ไม่จัดก็มีข้อเสียในตัว
    ก็ขอให้ทุกคนช่วยเสดงความคิดเห็นหน่อยก็แล้วกันนะครับ
    ขอบคุณ

  7. วิไลลักษณ์ เชียงใหม่

    เป็นกำลังใจให้คนไกลบ้าน

  8. Hmoob tsuam tsoov (Hmoob cuav)

    Nyob zoo tsoom kwvtij hmoob sawvdaws,
    thov kom xyoo no yog xyoo ua sawvdaws muaj kev sibhlub sibpab muaj nyiaj muaj txiaj thiab muaj lub neej ua zoo lawm yav tom ntej txhua tus.

    Hmoob cuav

Comments are closed.