เจ้าสาวม้ง เงินสด หรือเงินแท่งดี

หลายคนเข้ามาก็คงเจอแต่ข้อมูลเดิมๆ บทความเก่าๆ ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงนี้ตัวผมไม่ค่อยได้อยู่กับที่นั่นเอง จึงไม่มีเวลาเป็นกิจลักษณะที่จะมานั่งหาข้อมูลมาเขียนให้พวกเราได้อ่านกัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เวลาอำนวย (รวมถึงมีหัวข้อที่จะเขียน) ผมก็จะรีบนั่งลง รวบรวมสมาธิ เดินลมปราณ และเริ่มต้นเขียนมัน

จากเรื่อง “เจ้าสาวเงินแสน“, “อัตราค่าสินสอดที่เท่าเทียม” จนถึงเรื่อง “ท้องแล้วแต่ง หรือท้องแล้วจ่าย” มาวันนี้เราลองมาพิจรณาอีกเรื่องที่มีความเกี่ยวพันธ์กัน นั่นคือเรื่องของเงินสินสอดในรูปของเงินสด และเงินแท่ง

จากกระแสข่าวที่ว่าเงินแท่งเริ่มขาดแคลน และเป็นไปได้ว่าม้งเราอาจมีการเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมปฏิบัติบางอย่างเกี่ยวกับพิธีแต่งงาน คืออาจหันมาใช้สินสอดในรูปของเงินสดแทนเงินแท่งที่เราเคยถือปฏิบัติกันมา

ก็ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่า เพราะเหตุใดเงินแท่งจึงหายไปจากตลาด จากการสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุใหญ่น่าจะมาจากการนำเงินแท่งมาแปลงรูปเป็นเครื่องประดับของธุรกิจเครื่องเงินทั้งหลาย ตามที่ตัว EdiTor เองก็มีบุคคลใกล้ชิดที่อยู่ในธุรกิจนี้ จึงพอทราบข่าวคราวบ้างว่า ธุรกิจเครื่องประดับเงินบางครั้งก็ประสบกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ (แร่เงิน) เช่นเดียวกัน ..บางรายจึงหันมาแปรรูปจากเงินแท่งแทน

เมื่อเงินแท่งส่วนหนึ่งถูกแปรรูปไป และไม่มีการผลิตเงินแท่งใหม่มาชดเชยในตลาด จึงเป็นสาเหตุให้เงินแท่งในตลาดเริ่มขาดแคลน ..อีกประการหนึ่ง เงินแท่งสมัยใหม่ไม่เป็นที่นิยมนำมาใช้ในงานแต่งของม้งเรา เพราะความไม่มั่นใจในความบริสุทธิ์ของเนื้อเงินนั่นเอง (ตามความเข้าใจเงินแท่งดั้งเดิมจะมีความบริสุทธิ์สูงกว่า)

Silver bar for Hmong marriage

วันนี้ได้เริ่มมีการเจรจาใช้เงินสดแทนเงินแท่งกันแล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ (รวมถึงญาติๆ) ฝ่ายหญิงว่าจะยินยอมหรือไม่ ส่วนการใช้เงินสดแทนเงินแท่งจะมีผลในการบังคับใช้กับม้งทุกหมู่เหล่าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพูดคุยตกลงกันระหว่างม้งในแต่ละกลุ่มแซ่ เพราะการพูดคุยของแซ่ใดแซ่หนึ่งจะไม่สามารถนำมาเป็นข้อสรุปให้กับเรื่องนี้ได้ ..เพราะอย่างที่ทราบกัน ม้งเราเวลาแต่งงานเราต้องแต่งข้ามแซ่

ความเป็นไปได้ และข้อพึงระวังในเรื่องนี้มีอยู่สองกรณี คือ

อัตราตายตัว หากมีการพูดคุยในเรื่องนี้จริงต้องระวังไม่ไปกำหนดค่าสินสอดตายตัว โดยอ้างอิงจากมูลค่าของเงินแท่ง ณ วันนี้ เพราะเราต้องระวังเรื่องของอัตราเงินเฟ้อในอนาคตด้วย สมมติหากวันนี้เรากำหนดให้เงินหนึ่งแท่งมีมูลค่า 12,000 บาท (ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่าจริง ณ วันนี้) เราจะอ้างอิงอัตรานี้ตลอดไปไม่ได้ เพราะในวันข้างหน้าจำนวนเงิน (ตัวเลข) ที่เท่ากันนี้อาจมีมูลค่า (ความสามารถในการแลกเปลี่ยน) น้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ในอดีต ..พูดง่ายๆ เงินจำนวนเท่ากันแต่ซื้อของ (อย่างเดียวกัน) ได้น้อยลง ทั้งนี้เพราะสาเหตุของปัญหาเงินเฟ้อนั่นเอง

อัตรายืดหยุ่น หากเรายึดค่าสินสอดตามราคาเงินแท่งที่เป็นปัจจุบัน อันนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่ปัญหาที่ผ่านมาก็คือ การอ้างอิงราคาเงินแท่งของเราไม่เหมือนราคาทองคำ กล่าวคือเราไม่มีราคามาตรฐานในการนำมาใช้อ้างอิง เพราะทุกวันนี้เราไม่ได้ซื้อเงินแท่งจากผู้ค้าที่ได้มาตรฐาน รวมถึงคุณภาพเงินแท่งที่ไม่มีมาตรฐานด้วย เพราะเราซื้อขายกันเองในหมู่คนม้ง คนขายก็ไม่รู้ว่าไปได้เงินแท่งมาจากที่ไหน จึงมีปัญหาเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือตามมา ..ซึ่งส่งผลถึงราคาที่ผู้ขายกำหนดขึ้นจากคุณภาพของเงินแท่งที่ได้มาจากแต่ละแหล่ง

อีกปัญหาหนึ่งจากการใช้อัตราที่ยืดหยุ่นก็คือ มูลค่าของเงินแท่งอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะถ้าเราเปลี่ยนมาใช้เงินสดแทนเงินแท่ง ความนิยมในตัวเงินแท่งจะลดน้อยลงไป ซึ่งจะส่งผลให้ราคาเงินแท่งตกต่ำลงไปด้วย นั่นจะหมายถึงค่าสินสอด (ในอนาคต) มีแต่จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ..ฮวบๆ เลยแหละ

ดังนั้นหากจะเปลี่ยนในเรื่องนี้ เราคงต้องได้พิจรณาให้ถี่ถ้วนเพื่อลดความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ..ราคาทองคำก็เป็นมาตรฐานดีนะ แต่เจ้าบ่าวในอนาคตจะใหวกันหรือเปล่า

ปัจจุบันมูลค่าของทองหนึ่งบาทใกล้เคียงกับเงินหนึ่งแท่ง (12,000 บาท) ..สาวๆ จะว่ายังไง

ก็ลองสังเกตุดูนะครับว่ากระแสเปลี่ยนจากเงินแท่งเป็นเงินสดบ้านคุณเริ่มกันหรือยัง ผมเพียงแค่ตั้งข้อสังเกตุบางประการตามที่เห็น ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปใดๆ ในเรื่องนี้ ผู้อ่านท่านใดมีโอกาสก็ลองพูดคุยสอบถามผู้ใหญ่แถวบ้านดู ว่าจริงๆ แล้ว พวกท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร