เด็กม้ง และการศึกษาสงเคราะห์

เหตุเพลิงไหม้หอพักนักเรียนหญิงระดับประถมศึกษาของ โรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา ใน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และเช่นกันหลายคนคงไม่อยากตั้งคำถามเพื่อเป็นการตอกย้ำต่อครอบครัวผู้สูญเสียในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องคิดกันต่อว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดเด็กที่เสียชีวิตในครั้งนี้กว่าครึ่งจึงเป็นเด็กนักเรียนม้ง ต้องขอออกตัวก่อนว่าบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาเขียนขึ้นเพื่อตอกย้ำครอบครัวผู้สูญเสีย หากแต่เป็นประเด็นที่น่าเสียดายหากเราต้องปล่อยผ่านไปโดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย บางบทความที่เคยเผยแพร่บน เว็บม้งเอเชีย

# ม้งไกลบ้าน ลูกไกลพ่อแม่
# เด็กม้ง และความคาดหวังของพ่อแม่

เหตุใดเด็กที่เสียชีวิตกว่าครึ่งจึงเป็นเด็กม้ง คำตอบมันอยู่ในคำถามอยู่แล้ว ก็เพราะว่าม้งเราส่งเด็กเข้าเรียนที่นั่นกันเยอะ เป็นที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันม้งเรานิยมการส่งลูกหลานเรียนฟรีตามโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์บ้าง โรงเรียนวัดบ้าง ซึ่งในอดีตก็พอเข้าใจได้ว่าชุมชนม้งบางแห่งห่างไกลสถานศึกษา จึงจำเป็นต้องส่งลูกหลานเข้าโรงเรียนประจำซึ่งก็คือโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และอีกเหตุผลหนึ่งคงเป็นเพราะในอดีตการศึกษาขั้นพื้นฐานผู้ปกครองยังต้องเป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายเอง

ปัจจุบันเกือบทุกชุมชนม้งมีโรงเรียนใกล้บ้าน และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่รัฐเป็นผู้ออกให้ อย่างนี้แล้วเหตุใดโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ยังเต็มไปด้วยเด็กม้ง

แน่นอนว่ายังมีกลุ่มเด็กที่มีปัญหาครอบครัว เช่นเป็นเด็กกำพร้าหรือพ่อแม่แยกทางกันซึ่งก็ต้องยอมรับว่าม้งเรามีเด็กกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อย แต่ก็คงไม่เยอะขนาดที่จะทำให้โรงเรียนเด็กกำพร้าหรือศึกษาสงเคราะห์เต็มไปด้วยเด็กม้ง

คำถามจึงมีอยู่ว่า ปัจจุบันเด็กม้งส่วนใหญ่ที่พ่อแม่ส่งเข้าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นั้นส่งไปด้วยเหตุผลอะไร ? เด็กซน ไม่มีเวลาเลี้ยงดู ลูกเยอะเลี้ยงไม่ใหว เพราะของฟรี หรือให้เด็กได้เรียนรู้การพึ่งพาตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนความผิดตกอยู่ที่ตัวเด็กทั้งหมด

อย่ามองลูกน้อยเป็นเพียงวัตถุดิบป้อนให้คนอื่นเลี้ยงดู แล้วพ่อแม่ก็รอรับประโยชน์เมื่อลูกน้อยสำเร็จการศึกษา นี่เป็นสูตรสำเร็จที่พ่อแม่ม้งจำนวนไม่น้อยถือปฏิบัติต่อๆ กันมา

ปัจจุบันโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ควรเป็นสถานที่สำหรับเด็กที่ด้อยโอกาส เด็กกำพร้า หรือเด็กที่มีปัญหาครอบครัว สำหรับเด็กที่มีครอบครัวปกติพ่อแม่ก็ควรเป็นผู้อบรมสั่งสอนส่วนหนึ่งโดยการให้เด็กได้อยู่ใกล้ชิด ไม่ใช่ผลักภาระทั้งหมดให้กับสังคมหรือสถานสงเคราะห์

ทั้งหมดนี้เป็นการสะท้อนถึงความบกพร่องในการทำหน้าที่ของผู้เป็นพ่อแม่ และที่สำคัญสุดมันสะท้อนถึง สามัญสำนึก ทัศนคติ และวิธีคิดที่ผู้ปกครองม้งหลายๆ ครอบครัวมีต่อตัวเด็ก

และทั้งหมดนี้จะค่อยๆ ก่อตัวเป็น สามัญสำนึก ทัศนคติ และวิธีคิด ที่ม้งเรามีต่อสังคมและชุมชนของตนเอง

บ้านไหนที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ขอให้พิจรณาอีกครั้งก่อนส่งลูกหลานของท่านไปเรียนไกลบ้าน ส่วนหนึ่งเพื่อตัวเด็กและท่านจะได้ทำหน้าที่ของตัวท่านเอง อีกส่วนหนึ่งเพื่อไม่เป็นการไปเบียดบังโอกาสของผู้ที่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของสถานสงเคราะห์นั้นๆ

เว็บม้งเอเชีย ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเด็กที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ และขอส่งกำลังใจไปยังเด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ทุกแห่งให้มีกำลังใจเข้มแข็ง ตั้งใจศึกษาเพื่ออนาคตของตนในวันข้างหน้าต่อไป

2 Comments

  1. Sawang Saenyakul

    ก่อนอื่น ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเด็กที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ด้วยครับ และขอชื่นชมกับบทความดีๆแบบนี้ เป็นการสะท้อนถึงทัศนะคติ วิธีคิด ค่านิยม ของคนม้ง ซึ่งตรงกับความเป็นจริงอย่างมาก แต่การจะเข้าไปร่วมด้วยช่วยแก้ปัญหาต่างๆนั้น เป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่งโดยเฉพาะในสังคมของคนม้งที่มีความซับซ้อนของปัญหาต่างๆมากมาย จึงอยากให้คนรุ่นใหม่ๆ ผู้ที่มีจิตใจสาธารณะ รวมกลุ่มช่วยขับเคลื่อนแนวคิดใหม่ๆ ใครมีความสามารถด้านใดก็ระดมความรู้ความสามารถด้านนั้นๆ เพื่อว่าซักวันจะสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนะคติ สภาพความเป็นอยู่ หรือด้านต่างๆของสังคมของเราได้บ้างไม่มากก็น้อย

  2. EdiTor (Post author)

    ม้งเราเต็มไปด้วยปัญหาที่ยากหาทางออก และปัญหาส่วนใหญ่ควรเริ่มต้นที่สำมัญสำนึกของคนม้งด้วยกันเอง แต่จากสภาพที่เป็นอยู่เราคงต้องเริ่มต้นจากการสร้างสามัญสำนึกส่วนนั้นขึ้นมาก่อน

    ปัญหาที่ว่าก็อย่างเช่น ยาเสพติด ป่าไม้ หย่าร้าง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *