เธอตาย เพราะอายฉัน

อาชีพอย่างฉัน…..(ไม่บอกหรอกอาชีพน่ะ)…ทำให้ฉันมีโอกาสได้สัมผัสกับความเป็น ความตาย ความทุกข์ และ ความสุขของผู้คนมากมาย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ช็อคที่สุดสำหรับฉัน ทุกครั้งที่นึกถึง ฉันได้แต่
ภาวนาให้เขาทั้งคู่ไปสู่สุคติ……สาธุ….

เมื่อต้นปี 2539 มีหญิงสาวม้ง มาหาเพื่อนฉัน ซึ่งเป็นผู้ชาย แต่เขามาถามฉันถึงเพื่อนฉันคนนั้น สมมุติสาวม้งคนนี้ชื่อเมย์ ฉันให้เมย์รอ แล้วฉันไปตามเพื่อนมาพบเขา ฉันสังเกตว่าเมย์อวบอ้วนมากคล้ายคนกำลังตั้งครรภ์ แต่ไม่ได้ถาม เพื่อนฉันมา เขาคุยกับเมย์ตามลำพัง สักครู่ใหญ่ ๆ แล้วเมย์ ก็กลับ ต่อมาอีก 2 วัน เพื่อนเดินทางไปทางเหนือ และโทรมาบอกฉันว่าถ้าเมย์มาหา ก็ให้รอก่อนเพราะนัดกับเมย์ไว้ อีกประมาณ ชั่วโมงเศษ เพื่อนจะมาถึงที่นี่ แล้วเพื่อนจะมารับเมย์ไปด้วย ฉันสงสัยมาก ฉันถามเพื่อนว่าจะพาเมย์ไปไหน….ไปทำอะไรกัน….เพื่อนบอกว่าแล้วจะเล่าให้ฟังวันหลัง…แล้วฉันก็ลืมเรื่องนี้ไป

จนเวลาผ่านไป 5 วัน มีชาวบ้านมาประกาศข่าวคนตาย เป็นธรรมดาที่คนรับข่าวต้องถามรายละเอียดว่าใครตาย อยู่ที่ไหน เป็นอะไรตาย พ่อคนตายเล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่าลูกสาวอายุประมาณ 20 ปีเศษ หนีมาทำแท้ง และตาย โดยทางบ้านไม่มีใครทราบเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมาทางบ้านตามบัตรประจำตัวของคนตาย ทางบ้านจึงทราบและมารับศพ ขณะนี้ศพอยู่หลังรถปิคอัพ แล้วพ่อคนตายก็นำบัตรประชาชนคนตายมาให้ฉันดู ฉันตกใจจนหน้าซีด แทบเป็นลม ยอมรับว่าช็อคสุดขีดเพราะคนตายคือ เมย์นั่นเอง แต่ฉันพยายามทำหน้าตาให้เป็นปกติที่สุด หลังรับข่าว และชาวบ้านกลับไป ฉันรีบไปถามเพื่อนว่า “ผู้หญิงชื่อเมย์ที่มาหาเมื่อ 5 วันก่อน เขามาหาเพื่อให้พาไปทำแท้งใช่ไหม” เพื่อนถามว่าฉันรู้ได้อย่างไรว่าเมย์ไปทำแท้ง ฉันตอบว่า “เมย์ตายแล้ว !” เพื่อนก็ช็อคเช่นกัน และคืนนั้นฉันต้องไปงานศพสาวม้งชื่อเมย์คนนั้นกับเพื่อน เพื่อเพื่อนไปขออโหสิกรรมต่อศพนั่นเอง

วันรุ่งขึ้นฉันถูกเพื่อนบังคับให้ไปเป็นเพื่อนเพื่อไปที่ที่เขาพาเมย์มาทำแท้ง เมื่อฟังชาวบ้านข้างบ้านที่รับทำแท้งแล้วฉันนั่งร้องไห้อย่างไม่อายใคร เพาะความเวทนาและสุดจะทนต่อความเหี้ยมโหดของคนรับทำแท้ง ชาวบ้านบอกฉันว่า สาวม้งคนนี้เป็นใครไม่ทราบ มีคนนำมาฝากให้ช่วยทำแท้งให้ ขณะที่อายุครรภ์ 6 เดือนแล้ว ตอนแรกเขาไม่ทำให้แต่สาวม้งยืนยันที่จะทำให้ได้ คนทำแท้งจึงตัดสินใจทำให้ ตอนแรกบีบแล้วไม่ออก เมย์ปวดท้องมากดิ้นทุรนทุรายอยู่ 3 วัน เด็กจึงออกมาเป็นเด็กผู้ชาย มีร่างกายสมบูรณ์ และยังไม่ตาย….ดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่และส่งเสียงร้องแต่ตัวเล็กมาก คนทำแท้งเลยเขี่ยเด็กพร้อมรกใส่ถุงพลาสติกแล้วมัดปากถุง และแล้วเด็กก็อ้าปากค้าง สะอึกหลายครั้งและตาย….

ส่วนแม่เด็กเลือดไหลไม่หยุด คนทำแท้งจึงลากเธอไปในห้องน้ำ ต่อมาสักพักเธอช็อคหมดสติ คนทำแท้งจึงเหมารถพาเธอไปทิ้งที่โรงพยาบาลอำเภอแล้วโยนบัตรประชาชนเธอไว้ที่หน้าอกเธอ ขณะที่เธอนอนบนเปลโรงพยาบาลไม่ได้สติแต่อย่างใด แล้วพวกเขาต่างพากันหลบหนีไป เมื่อพยาบาลมาดู เธอเสียชีวิตนานแล้ว…… ฉันสงสารทั้งแม่และลูกเป็นอย่างมาก ถ้าวันนั้นเขาไม่อายฉันจนเกินไป เพราะฉันเป็นคนม้ง เธอกลัวว่าฉันรู้ กลัวฉันไปบอกม้งคนอื่น ๆ เธอจะอาย หากแต่มาปรึกษาฉันสักคำ แม่ลูกคู่นี้ คงได้อยู่บ้านพักฉุกเฉินสักแห่งหนึ่งของทางราชการที่ฉันติดต่อให้ แล้วความเศร้าเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น

ยิ่งฉันรู้ว่าเขาเคยท้องไม่มีพ่อมาแล้วครั้งหนึ่งเด็กหญิงผู้พี่อายุ 3 ขวบแล้ว ส่วนท้องนี้ เขาท้องกับม้งอเมริกาที่มาเที่ยวเมืองไทย หลังผู้ชายกลับไปแล้วเธอจึงรู้ว่าท้อง เธอไม่อยากให้พ่อแม่เธอต้องอายเป็นครั้งที่สอง เธอจึงตัดสินใจทำแท้ง แต่เธอคิดช้าไปหลายเดือน และปรึกษาคนผิด ฉันได้แต่ภาวนาชาติหน้ามีจริง ก็ขอให้เจ้าชายน้อย ๆ คนนั้นได้มีโอกาสลืมตามาดูโลก ที่เต็มไปด้วยความเลวร้ายของผู้คนและสิ่งแวดล้อม แต่ให้รู้อย่างว่าโลกนี้ยังมีฉันคนหนึ่งยังหวังดีต่อเขา แม้จะไม่มีโอกาสเห็นหน้าเขาเลยก็ตาม.

20 Comments

  1. กิม

    สลดใจมาก

    หากเราเปณผู้หญิงคนนั้น

    เราคงไม่คิดสั้นอย่างนี้

    ข้อความของคุณดีมากเลย

    ทำให้ผู้อ่านได้ข้อคิดที่ดีดีหลายประการ

    ขอบคุณ คุณ………….

  2. *โป๊ยเซียน*

    เฮ้ย….เฮ้ย ! เฮ้ยยยยยยยๆๆๆ ” ม้งไอ้เมริกา ” อีกแร้ววววว์ คับท้าน ?

    …ไม่ว่าม้งUSA/ฝรั่งเศษ/ไทย/ลาว/เวียดนาม….?

    …พึ่งสังวรว่าความสูขนั้นใครๆก้อต้องการ

    แต่ความต้องการนั้น ควรอยู้บนพื้นฐานของความพอเพียง !

    และดีงามมมมมมมม*

    ขอแสดงความเสียใจกะเรื่องนี้ด้วย อย่างแรง….
    ….จากโป้ยเซียน”

  3. คนด้อยโอกาส

    ====== เรื่องเป็นอีกเรื่องของชีวิตผู้หญิงม้งที่ไม่มีทางเลือก ที่ไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างม้งได้ 100%

    เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆของสังคมม้ง ที่ทำให้ผู้หญิงต่ำกว่าผู้ชายม้ง ในเรื่องมิติความคิด มิติความเป็น

    หญิงชาย ที่คอยทำลายผู้หญิงมากมายที่ผ่านมา สังคมม้งควรปรับกระบวนทันศ์ใหม่เรื่องของความเสมอ

    ภาคระหว่างหญิงชายให้มากกว่านี้ โดยยึดหลักความเป็นม้ง ความเป็นมนุษย์ เพื่อให้คนม้งอยู่อย่างสันติ

    ___________ ผู้หญิงม้ง สูญเสียความเป็นมนุษย์กับเรื่องราวอย่างนี้มามากแล้ว

    ___________ ขอแสดงความเสียใจอย่างแรงกับเหตุการณ์ครั้ง ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์

    สุดท้ายของผู้หญิงม้ง ในทุกๆสังคมในแผ่นดินโลกนี้

    …………….. จากผู้ชายม้งคนหนึ่ง “คนด้อยโอกาส”

  4. hmong and akha

    น่าเศร้าและน่าสงสารอย่างยิ่ง เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนและมักจะเห็นบ่อยในสังคมไทย ทั้งๆเรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนชนเผ่าได้ แต่เกิดขึ้นแล้วในสังคมชนเผ่าปัจจุบัน ซึ่งก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับคนชนเผ่า เพียงไม่ได้เผยแพร่ในสาธารณชนเผ่านั้น

    จะเห็นได้ว่า ลักษณะเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าจะมองโดยรวมแล้ว ไม่สามารถโทษตัวบุคคลนั้นๆได้แต่อย่างเดียว ต้องมองถึงระบบทางการเมือง หมายถึง ระบบตั้งแต่ระดับ macro micro exo and meso จะเห็นได้ว่า ระบบนี้จะเชื่อมโยงกันหมด ถ้าจะแก้ก็ต้องแก้ตั้งแต่ระดับใหญ่ลงมา ผมมองว่า เหตุแห่งปัจจุบัน คือ สาเหตุมาจากอดีต

    สังคมชนเผ่าแต่เดิมนั้น เป็นผู้ที่มีประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม ศีลธรรม และระบบความคิดหนักแน่นอยู่ ถ้ามองย้อนกลับหลายๆอย่างที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ไม่เคยเกิดในสังคมชนเผ่าแต่กาลอดีตมาก่อนเลย ฉะนั้น ผมมองเห็น สังคมชนเผ่ามีสิ่งที่ดีอยู่แล้วในระบบอยู่แล้ว เราน่าจะเห็นมามองให้เห็นความสำคัญของชนเผ่ามากขึ้น ผู้เฒ่าผู้อาวุโสสอนอยู่เสมอว่า ชายหญิงอย่าแตะต้องตัวกันนะ เดี่ยวผิดผี เป็นกุศโลบายข้อหนึ่งของคนชนเผ่าในเรื่องของศีลธรรม กุศโลบายข้อนี้เองที่ทำให้สังคมชนเผ่าในอดีตนั้นไม่กล้าแตะต้องเนื้อตัวซึ่งกัน เหตุการณ์ลักษณะนี้เลยไม่เกิดขึ้นกับสังคมชนเผ่าในอดีตที่ผ่านมา

    ท้ายสุดเราก็ไม่สามารถปฏิเสธความเจริญก้าวหน้าและต้านทานกระแสโลกาภิวัฒน์ของสังคมโลกได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความรู้เท่าทันของแต่ละบุคคลแล้ว ว่าสิ่งไหนควรรับและไม่ควรรับ สิ่งสำคัญยิ่งก็คือว่า การนึกถึงบุคคลผู้มีอุปการะ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้อุปถัมภ์ ในเวลาที่เราจะตัดสินใจทำอะไรก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง และคนรอบข้างต่อไป……

  5. โดมดอย

    ได้ข้อคิดจากผู้อ่านเช่น คุณ ม้ง และอาข่า (hmong and akha)เราก็เพิ่งเข้าใจคำว่าจะผิดผี….นั่นคือกุศโลบายของบรรพบุรุษที่ป้องกันลูกหลานไม่ให้เลยเถิดจนเกิดเรื่องไม่ดีงามตามมานั่นเอง….ขอนับถือท่านมาก ผู้เขียนเองก็ยังไม่รู้ในบางอย่าง ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

  6. คนหลงทาง

    อืม…มันก็น่าเศร้านะ
    แต่ผมว่าผู้หญิงคนนี้ทำไมต้องกับคนอื่นบ่อยจังเลย
    จากการท้องเเรกไม่มีพ่อ3ขวบแล้ว
    และท้อง2พ่อหนีไปอเมริกา
    ผมขอเสดงความคิดเห็นของผมนะ
    อาจไม่ถูกใจผู้แต่งแต่เป็นความคิดผม
    ผมว่าผู้หญิงคนนี้ใจง่ายและคงนิสัยแย่ด้วยแหละ
    ที่ต้องเที่ยวไปท้องกับคนนี้ทีคนโน้นที
    ผมว่าไอ้สงสารก็สงสารนะ
    แต่ผู้หญิงอย่างนี้ใครๆๆเขาก็แค่หลอกเอาร่างกาย
    แต่จิตใจทั้งผู้ชายขะยะมากมั้ง
    ดังนั้นผมคิดว่าที่น่าเศร้าก็ช่วยกันเศร้าไป
    ที่น่าตำหนิก็ตำหนิกันไป จะได้ไม่หลงประเด็น

  7. ม้งคนนึง

    น่าเศร้ามาก…น่าเห็นใจเธอผู้นั้น

    หลายๆครั้งที่เราได้รับรู้ข่าวและเรื่องราวในทำนองเดียวกันนั้น มันทำให้เรารู้สึกแย่ คนบางคนไม่มีความรับผิดชอบ นึกถึงแต่ความรู้สึก และความสุขส่วนตัว จนต้องทำร้ายให้ผู้อื่นเป็นทุกข์

    หากสังคมเรา มีความเห็นใจซึ่งกันและกัน มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป มันคงจะทำให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้น

    เสียใจด้วย จริงๆ…

  8. ม้งพิษณุโลก

    เป็นบทความที่ดีมาก มีสาระสำหรับสาวๆที่มีปัญหาเรื่องตั้งครรค์ สาวๆควรอ่านและสำนึกถึงพ่อแม่บ้างนะครับ

  9. เหงาไม่มีวันหยุด

    น่าสลดใจมาก
    ทำไมเรื่องเช่นนี้ต้องเกิดกับ
    ผู้หญิงม้งเราด้วย สงสารเด็กตอนที่มันร้องไห้
    ผู้ชายก็ควรจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้
    สังคมเราจะได้สงบสุข

    ขอบคุณ
    จาก เหงาไม่มีวันหยุด

  10. TusHluasSiabZoo

    Very sad story…

    Txhob muab txoj kev txaj muag thiab yus lub hwj chim coj los saib hlob ua rau yus tej me tub me nyuam tag sim neej yam ib ntsais muag uas yus twb tsis nco xav txog. Tu siab ua luaj li hmoob kab is kev cai yeej maj mam pauv tiam sis nej cov ntxhais hmoob yuav tsum tau ua siab kom tawv. Khuv sim nkawv ob txog sia heev vim lub ntiaj teb tshiab khi tseem muaj ntau yam uas nkawv tsis tau pom thiab tsis tau paub.

  11. EdiTor (Post author)

    หนุ่มๆ สาวๆ ได้รับบทเรียนมาแล้วมากมาย จึงหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่อง ที่จะมาเตือนสติหนุ่มๆ ถึงความรับผิดชอบที่พึงมี และเตือนสติสาวๆ ถึงภัยร้ายจากลมปากผู้ชาย

  12. ตำรวจ

    ผมเห็นด้วยกับคนหลงทาง เพพราะจากการอ่านมาทั้งหมด
    ผมเข้าใจว่า คนเขียนจงใจให้สงสารผู้หญิงคนนั้น
    หรือกำลังบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงไม่ดี
    ที่เที่ยวไปมีท้องกับคนโน้นดนนี้
    แน่ไอ้คนหลงทางนี่มันฉลาดจริงๆๆ
    มันอุตส่าห์รู้ทางคนเขียนแถมไม่ได้ชมไม่ได้สงสารผู้หญิงคนนั้น
    กลับติเตียน แม้มันฉลาดคิดจริงๆๆ ชอบๆๆๆครับ
    กับคนที่มีมุมมองต่างจากคนหนึ่ง
    แต่มีเหตุผลมารองรับ

  13. โดมดอย

    ขอโทษที…..ไม่เจตนาประนามผู้หญิงด้วยกัน….นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ เพราะเธอมีตัวตนจริง ข้อเท็จจริงคือ เธอเป็นเพียงเด็กเสริฟห้องอาหาร เมื่อพลาดไปแล้วครั้งแรก คนมองว่าเธอเลว…เธอถูกตราบาปจากคนใจชั่วที่มาหลอกเธอ เพราะครอบครัวเธอจน พ่อแม่ติดฝิ่น เธอต้องปากกีดตีนถีบ ครั้งสอง เธอคิดว่าเจอเทวดามาโปรด…แต่แค่ซาตานจ้ะ…คุณตำรวจ และคุณคนหลงทาง ทราบเจตนาคนเขียนใหม่…..ไม่ได้สาธยายให้เห็นเบื้องหลังมีสิทธิ์คิดได้ แต่ว่าห้ามประนามเธอเด็ดขาด….

  14. EdiTor (Post author)

    คุณ คนหลงทาง พูดมาถูกแล้วครับ เรื่องนี้เราสามารถวิจารณ์ได้ในหลายแง่ และก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้น หากเราสามารถแตกประเด็น เพื่อให้เห็นสิ่งที่เป็นปัญหาในเรื่องนี้ด้วย เพียงแต่ผู้แต่งอาจจะเขียนในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ประสบกับเรื่องนี้ จึงอาจเขียนเฉพาะในส่วนของความรู้สึกสงสาร และเห็นอกเห็นใจเท่านั้น

    คุณ ตำรวจ ผมไม่คิดว่าเป็นความจงใจของผู้เขียน ที่จะชี้ให้เกิดความสงสารต่อผู้หญิงที่อยู่ในเรื่อง หากแต่เป็นความรู้สึกของผู้เขียน ที่มีต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นอารมย์ของความเห็นอกเห็นใจกันปกติธรรมดา

  15. 1212

    สงสารมากสำหรับเด็กคนนี้

  16. เหนื่อยใจ

    ขำดีแท้…
    ก็ในเมื่อ พวกคุณบอกว่ามองได้หลายมุม ขอมองมุมฉันบ้างนะ
    พวกคุณบอกว่าน้องเขาเป็น ญ ใจง่าย งันพวกคุณเคยมองมุมของผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบพันธนั้นหรือป่าว ถ้าผู้ชายไม่มัจมากในกาม รู้จักพอ มีความรับผิดชอบ เรื่องเศร้าพวกนี้จะไม่เกิดเป็นอันขาด พวกคุณว่าไหม แต่ว่าจะว่าไป ก็ผู้ชายไม่มี มดลูกนี้ จะฟันใครแล้วทิ้งก็ได้ แต่จะว่าดูๆนะ น้องหมาเวลามีลูกมันยังรู้จักรักลูกของมันเองเลย มันน่าอายไหมค่ะ คุณหลงทาง?

  17. โดมดอย

    ก็อย่างที่ว่าอ่ะนะ….คนเราหน้ามืดตามัว…ลืมตัว พอรู้ตัวพลาดกับคนที่ไม่รัก มีปัญหามาแล้ว ชิ่งหนี ความรับผิด ไม่มีรับชอบอย่างเดียว ปัญหาสังคมเลยมีมากงัยยย

  18. เบอะแระ

    ไม่รู้ จะพูดอย่างงัยดี ก็เลยเอาเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนแล้วมาเล่าใหม่ หวังว่า ชาว Tojsiab คงจะไม่เบื่อ ไปเสียก่อน ที่ต้องมาเจอเรื่องเดิม ๆ ใน hmongsia อีก

    ค่าของหญิง

    Benz E Class ตากลม แค่ราคามือสอง สองล้านกว่าๆ มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ผ่อนทั้งชาติ ยังไม่รู้จะได้ขับสักคันหรือเปล่า ขับเข้ามาจอดสนิทที่หน้า โรงแรมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ มีชายกลางคนอายุประมาณ ต้นๆสี่สิบลงมาจากรถ เดินตรงดิ่งมาหา Reception แล้วถามว่า ค่าห้องชั่วคราวเท่าไหร่ Receptionist ตอบไปทันควันว่า ไม่มีราคาค่าห้อง Day use ครับ แต่ราคาต่ำสุดที่ให้ได้คือ หนึ่งพันบาท ลดให้หน่อยได้มั้ย พี่จะใช้แค่ สามชั่วโมงเท่านั้น Receptionist คิดไปสักพักแล้วตอบว่า ตกลงครับ ผมให้ได้ที่แปดร้อยครับ ถ้าตกลงตามนี้ งั้นช่วยลงทะเบียนใน Registration Card ให้ผมด้วยครับ ขอ ชื่อ ที่อยู่ แล้วก็ลายเซ็นต์ งามๆ เบิกเช็คได้ด้วยนะครับบบบ….. (พร้อมกับยิ้มงามๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความประทับใจให้ลูกค้า) นี่อาจเป็นขั้นตอนหนึ่งในการให้บริการ แก่ลูกค้าที่ต้องมาอาศัยโรงแรม ในการพักผ่อนหลับนอน อาจด้วยเหตุผลเรื่องการเดินทางหรือว่าอะไรก็ตาม แต่ต่อไปนี้ความรู้สึกของคุณอาจไม่เป็นธรรมดาแน่นอน :- ขอบคุณที่อุตสาห์อ่านมาถึงตรงนี้

    หลังจากนั้นไม่นานนัก ขณะที่ชายคนนั้นกำลังชำระค่าห้องอยู่นั้น เผอิญชำเลืองไปเห็นเด็กสาวคนหนึ่งอายุอานามคงไม่เกิน 20 ในเครื่องแบบนักศึกษา มีเสื้อนอกแฟชั่นใส่ทับอีกชั้นหนึ่งแต่แน่นอนว่าเป็นเครื่องแบบ ของนักศึกษาไม่สถาบันใดก็คงเป็นสถาบันหนึ่งในละแวกนี้แน่นอน รูปร่างเธอสูงเพรียว หน้าตา สะสวย ผิวพรรณดี เดินตามมาอย่างเขินอาย แอบมานั่งลงที่ ล๊อบบี้ พร้อมหยิบหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ฉบับวันที่ 2 กันยายน 2551 ขึ้นมาอ่าน (ปิดหน้าแก้เขิน ความจริงแล้วไม่ได้อ่านหรอก)…. เจือกรู้กะเค้าด้วยยยย….. ด้วยสัญชาตญาณของงานอาชีพสายนี้ ก็รู้ได้ทันที่ว่า …. ไม่ใช่การใช้ห้องพักเหมือนบุคคลเดินทางทั่วไปอีกแล้ว…

    หลังจาก เสร็จจากการ Check in ชายวัยสี่สิบต้นๆ โบกมือเรียกสาวนักศึกษาแล้วก็เดินขึ้น Liftไป …….อันแน่….กำลังคิดดิ ว่าผมจะเล่าอะไรต่อ แต่ไม่ละครับผมสบตาเพื่อนแล้วก็คุยกันด้วยความ คึกคะนองตามประสาวัยชะรุ่น (วัยรุ่น บวก ชรา) ว่า โฮ แจ่มจริงเฟ้ยยยย เพื่อน นี่เด็ก Joiner ที่เคยเห็นๆมา ชิดซ้ายไปเลยหว่า แค่เห็นก็ถึงจุดสุดยอดแล้ว Orgasms ก่อนไอ้หนุ่มใหญ่นั่นอีกในขณะที่ปากกำลังพูด แต่ใจนั้น ผมหวนคิดถึงใครคุณรู้มั้ย ผมนึกถึงสาวแก่แม่ม่าย สาวน้อย สาวใหญ่ และสาวม้งอย่างพวกคุณขึ้นมาทันที ผมไม่ได้คิดต่อว่าบนห้องมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ผมคิดว่า คู่นี้เค้ามาที่นี่ด้วยความรัก อย่างที่สาวม้งบางส่วนในเว็บบอร์ดนี้กำลังถามหาสิ่งเหล่านั้นอยู่ หรือผลประโยชน์ต่างตอบแทนกันแน่ ผมเริ่มประเมินคุณค่าของเด็กสาวหน้าตาสะสวยที่ผมเห็นมะกี้ และเริ่มสงสัยในความเป็นผู้หญิงขึ้นมาทันทีว่า หากทุกวันนี้เงินมีอำนาจเกินกว่าจิตสำนึกของความรักความถูกผิดแล้วละก้อ ต่อแต่นี้ไปจะหาความเชื่อใจในรักได้จากที่ไหนอีกละ ผมจะมั่นใจได้อย่างรัยว่า ผู้หญิงสักคน สาวรุ่นสักคน หรือสาวม้งอย่างพวกคุณจะยังคงเป็นหญิงสาวที่บริสุทธิ์พุกผ่องดังที่ชายคนหนึ่งหวังและรอคอย อยู่หรือไม่

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดผมก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่า เหตุที่เด็กสาวคนนี้ ยอมเอากายเข้าแลกนั้น มันคืออะไรกันแน่ อาจเป็นค่าเทอม ค่ามือถือรุ่นใหม่ หรือจะ เป็นกระเป๋า Louis Vuitton คลาสสิคสักใบ และหากวันหนึ่งเด็กสาวคนนี้ได้เป็นแม่ของใครสักคน คุณค่าของความเป็นแม่จะ เหลืออยู่สักเพียงใดเมื่อเทียบกับ มือถือใหม่สักเครื่อง ที่อดีตนั้นยอมเอาตัวเข้าไปแลกมันมา ผมคิดไปอย่างนี้ อาจเป็นเพราะโลกของผมหมุนช้ากว่าของเด็กสาวสมัยนี้หรือเปล่าไม่อาจทราบได้ เพราะผมก็ยังคิดว่านาฬีกาของผม ก็เป็นยี่ห้อเดียวกับของทุกๆคน เวลาก็เดินไปตามของทุกๆคน แต่ทำมัยโลกขอเด็กสาวสมัยนี้ถึงเดินไปเร็วนัก ผมจึงมองย้อนกลับมาหาหนุ่มสาวที่เป็นม้งอย่างเราๆว่า คนของเราเหล่านี้ กำลังเป็นอย่างนี้อยู่หรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้นจริง เราจะหาคุณค่าจากคนเหล่านี้ได้จากที่ไหน แล้วใครจะเป็นผู้หยุดวงจรแบบนี้ได้ ในขณะที่คุณค่าของเงินตรามีค่ามากกว่าคุณค่าทางด้านศิลธรรมจรรยาหรือว่าใครจะมีความคิดความเห็นอะไรต่างไปจากผมบ้าง

  19. โดมดอย

    คุณ..เบอะแระ…ที่คุณพูดมาก็มีส่วนนะ….เพราะวัตถุนิยมมันครอบงำคนคนนั้นอยู่ แต่ไม่ทั้งหมด เราพูดได้ และครั้งหนึ่ง มีชายแก่ อย่างที่คุณว่ามาชอบ แต่เสียใจ เรากินแกลบดีกว่ากินสเต็ก แล้วมาทุกข์ทีหลัง เพราะวันใดที่เราเจอคนที่เรารัก เราจะบอกเขาอย่างไร…เรากล้าพูดได้เพราะเราไม่นิยมจริง ๆ แต่มีนะ เพื่อน ๆ เราบางคน นอนกับใครก็ได้ ขอให้เขามีเงินให้…. เราเลยพูดไม่เต็มปาก ก็เหมือนที่ว่าชายชั่ว….พวกคุณก็ว่าไม่ทั้ง 100 นะ ก็เหมือนกันหญิงชั่วก็ไม่ทั้งหมด ดี ๆ มีเยอะ เวลา คือเครื่องพิสูจน์ อย่าใช้ความใคร่พิสูจน์ เชื่อว่า…หากเราดี ฟ้าต้องประธานคนดี ๆ มาให้เรา และผลักคนชั่วไปไกลตัวแน่นอน…

  20. สายลม

    จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ แต่ที่ทำลงไปเนี่ยเขาคงไม่คิดว่าผลที่ตามมาจะเลวร้ายมากถึงขนาดนี้มั๊ง แต่ถ้าผู้หญิงคนนี้มีการศึกษาเขาคงไม่ทำอย่างนี้หรอก ที่ทำคงไม่มีความคิดล่ะมั๊ง ถึงได้ทำไม่ปรึกษาใครเลย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *