เมื่อข้าราชการม้งไม่เป็นที่พึงพอใจของผู้บังคับบัญชา

ม้งเราจะนิยามตัวเองอย่างไรดี ชนกลุ่มน้อย ชาวเขา ชาวดอย คนชนเผ่า ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนลืมเรื่องนี้ไปก่อน เพราะการนิยาม หรือให้ความหมายในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มักจะถูกกระทำจากภายนอก ม้งเราก็เช่นเดียวกัน เหมือนกับพี่น้องชนเผ่าอีกหลายๆ ชนเผ่า คือเราถูกนิยามจากสังคมภายนอก ..เพราะถ้าเป็นคนชนเผ่าด้วยกันเอง อย่างเช่นม้งเรา เราก็แค่เรียกตัวเองว่า “ม้ง”

ที่จริงแล้วไม่สำคัญเลย กับคำว่า ชนกลุ่มน้อย ชาวเขา ชาวดอย สิ่งสำคัญคือ เมื่อเราอยู่ร่วมกันในสังคมแล้ว เราให้เกียร์ติซึ่งกันและกัน บนแนวคิดที่ว่า “คนทุกคนย่อมมีคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน” อย่างเพียงพอหรือไม่

หากคนในสังคมอยู่ร่วมกันด้วยการให้เกียร์ติซึ่งกันและกัน ไม่ดูหมิ่นดูแคลน หรือเหยียดหยามกัน ผู้คนในสังคมนั้นก็ย่อมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบ และมีความสุข สมดังที่ทุกผู้คนปรารถนา

hmong-kheknoi

“คุณค่าความเป็นคน” กลายเป็นวาทะกรรมอันสวยหรู ที่เมื่อใดก็ตามใครมีโอกาสก็มักจะรีบหยิบยกขึ้นมาใช้ เช่นเดียวกับคำว่า “แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก” แต่จะมีสักกี่คนที่หมายความตามนั้นจริงๆ ..หรือมีจิตสำนึกที่จะทำให้คำพูดเหล่านั้นกลายเป็นความจริง

เมื่อวันศุกร์ ที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หากใครเป็นคนในพื้นที่ตำบลเข็กน้อย ก็คงจะได้รับทราบข่าวกันไปบ้างแล้ว เกี่ยวกับกรณีที่ชาวบ้านตำบลเข็กน้อย ได้เดินทางไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียง 921 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านหนึ่ง ของหน่วยงานดังกล่าว ที่ได้พูดจาสบประมาทในเชิงเหยียดหยาม (เหยียดเชื้อชาติ) คนบนพื้นที่สูง ซึ่งนั่นหมายรวมถึงคนม้งในตำบลเข็กน้อยด้วย

ชาวม้งตำบลเข็กน้อยเดินทางไปครั้งนั้น ก็เพื่อที่จะทวงถามความจริง และให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแสดงความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง ซึ่งประโยคที่เจ้าหน้าที่ท่านนี้ได้พูดออกไป และสร้างความไม่พอใจให้กับชาวม้งตำบลเข็กน้อย คือ

“..เสียดายที่เกิดบนพื้นที่สูง แต่ตระกูลต่ำ..”

ซึ่งประโยคนี้ เป็นการพูดระหว่างที่ตำหนิเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชาคนนี้เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ..จากประโยคดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านนี้ มีเจตนาพูดสบประมาทในเชิงเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด (เท่าที่ทราบเรื่องที่ตำหนิเจ้าหน้าที่ม้งคนนี้ ก็เป็นแค่การเมืองในที่ทำงาน)

เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ชาวม้งตำบลเข็กน้อยนิ่งเฉยไม่ได้ จึงได้รวมตัวกันเดินทางมาเพื่อทวงถาม และให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านนั้นแสดงความรับผิดชอบ พร้อมกับมาให้กำลังใจเจ้าหน้าทีี่ม้งคนดังกล่าว เพราะเจ้าหน้าที่ม้งคนนี้คอยให้ความช่วยเหลือกับชาวม้งมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นนักจัดรายการวิทยุอีกด้วย ..งานมวลชนบนพื้นที่สูง ถ้าไม่ใช้คนบนพื้นที่สูงทำ แล้วจะใช้ให้ใครทำ (อย่างเข้าใจ)

ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ม้งคนดังกล่าว รวมถึงพี่น้องม้งที่ทำงานรับราชการทุกคน เพราะเราทราบดีว่าในระบบราชการไทย ชาวเขาอย่างเราต้องต่อสู้อย่างหนักเท่านั้น จึงจะได้พื้นที่สักตารางนิ้วเอาไว้ยืน !

กรณีนี้อาจเป็นวิกฤติของเจ้าหน้าที่ม้งคนหนึ่ง แต่มันจะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้กับคนม้งอีกจำนวนมาก รวมถึงพี่น้องชนเผ่าอื่นๆ ที่จะได้ตีแผ่เรื่องราวนี้ออกไป ให้ผู้คนได้รับรู้ ว่า “ความเท่าเทียมในสังคม” เป็นเพียงแค่ลมปาก