เมื่อภัยแล้ง ไม่ใช่แค่เรื่องป่าหมด

ขอพูดต่อจากเรื่องที่่ EdiTor ได้เขียนเอาไว้ใน “ภัยแล้ง และแหล่งน้ำในชุมชน

ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อเราพูดถึงเรื่องน้ำแห้ง น้ำแล้ง เราก็มักจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องของป่าไม้ ว่าทรัพยากรณ์ป่าไม้เหลือมากน้อยแค่ไหน และตัวเลขของพื้นที่ป่า ก็จะกลายมาเป็นคำตอบสำคัญให้กับเหล่านักวิเคราะห์ และนักวิชาการ ที่จะนำมาอธิบายขยายความถึงที่มาที่ไปของวิกฤติการณ์ภัยแล้ง ในแต่ละห้วงเวลา ในแต่ละยุคสมัย

แต่ปัจจุบันได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก ที่เป็นที่มาของปัญหาภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำเพื่อการเกษตรในปริมาณที่มากเกินไป การสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำ หรือเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า รวมไปถึงปรากฏการณ์เอลนินโย่ (ปรากฏการณ์ไหลย้อนกลับของกระแสน้ำอุ่น บริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิก)

วันนี้จึงขอมาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ กับแนวความคิดความเชื่อบางอย่างที่กำลังจะถูกเปลี่ยนไป แม้วิกฤตการณ์ภัยแล้ง ยังคงมีเรื่องของป่าไม้เป็นปัญหายืนพื้น แต่ก็ได้เกิดปรากฎการณ์ใหม่ๆ ที่เราสามารถนำมาอธิบายเรื่องของปัญหาภัยแล้งได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึง นั่นก็คือ เศรษฐกิจดีทำให้เกิดภัยแล้ง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะได้เกิดขึ้นกับเมืองไทยแล้ว ถ้าใครได้ติดตามข่าวสารในช่วงนี้ก็จะทราบว่า เวลานี้รัฐได้พยายามเน้นย้ำ ให้ภาคการเกษตรใช้น้ำอย่างประหยัด และวางแผนทำการเกษตรให้ดี เพราะว่าน้ำอาจจะไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตร และอาจถึงขั้นทำให้ขาดแคลนน้ำอย่างหนักก็เป็นได้ (เหมือนๆ จะเป็นไปแล้ว) หากไม่ฟังคำเตือนจากหน่วยงานภาครัฐ

ที่พูดว่าเศรษฐกิจดีนั้น ไม่ได้หมายถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ (อันนี้คงทราบกันดี) หากแต่เป็นเรื่องของราคาข้าวดี และเมื่อพูดถึงราคาข้าว ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องไปพูดถึงเรื่องนโยบายที่ทางรัฐบาลออกมา

นโยบายประกันราคาข้าว ได้กระตุ้นให้ปีนี้ชาวนาหันมาทำนาปรังกันมากขึ้น (ปกติการทำนาปรัง จะทำปีละสามรอบ) คนที่ทำนาอยู่แล้วก็ขยายพื้นที่เพาะปลูก จนกระทั่งน้ำตามเขื่อนใหญ่ที่ได้สำรองน้ำไว้ ถึงวันนี้ปริมาณน้ำถูกใช้จนเกินขีดที่กำหนดไว้แล้ว นั่นหมายความว่า เรากำลังจะเข้าสู่วิกฤติน้ำแล้งของจริง เร็วๆ นี้

ที่พูดไปใช่ว่านโยบายรัฐบาลไม่ดีนะ (โปรดอ่านอีกครั้ง)

แต่ก็ใช่ว่าการทำนาจะเป็นสาเหตุหลัก ของวิกฤติการณ์ภัยแล้งในปีนี้ เพราะยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ถูกกล่าวถึง นั่นคือ เรื่องของปรากฏการณ์ เอลนินโย่ ซึ่งส่งผลให้สภาพแวดล้อมแปรปรวน อาจเกิดภัยแล้ง หรือฝนตกชุก แล้วแต่กรณี

ส่วนกรณีของการสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำ หรือเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ที่เห็นได้ชัดและกำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ก็คงจะหนีไม่พ้นกรณีของแม่น้ำโขงที่แห้งขอดในเวลานี้ โดยสันนิษฐานกันว่าสาเหตุมาจากการที่จีนสร้างเขื่อนหลายแห่ง ซึ่งบริเวณดังกล่าวก็คือต้นน้ำของ แม่น้ำโขง นั่นเอง

ความจริงที่ยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ นั่นก็คือ ป่าไม้ คือ ต้นกำเนิดของสายน้ำ และป่าไม้ช่วยรักษาสมดุลของโลกใบนี้เอาไว้

ก็หวังว่าพวกเราคนรุ่นใหม่ จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แก่ป่าไม้ และแหล่งน้ำ เพื่อสมดุลที่ดีของโลกใบนี้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *