เราจะห้ามเด็กต่ำกว่า 18 ออกจากบ้านมั๊ย

หลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล เตรียมนำกฎหมาย “ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีออกจากบ้านหลังสี่ทุ่ม” มาใช้ ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นสื่อใหญ่หรือสื่อเล็ก องค์กรเล็กหรือองค์กรใหญ่ ต่างพร้อมใจกันกระพือข่าวนี้ ซึ่งก็มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ด้วยเห็นว่ากฎหมายนี้น่าจะมีผลกระทบกับม้งเราอยู่ไม่น้อย จึงขอนำมาพูดกับเค้าบ้าง เผื่อแขกไปใครมาเค้าจะได้ทราบว่าคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ค่อยได้มีสิทธิ์ออกเสียงในเรื่องลักษณะนี้ พวกเค้ามีความคิดเห็นอย่างไร

จากที่ฟังๆ มาเสียงส่วนใหญ่ก็เอนไปในทางที่เห็นด้วย (ไม่ว่าความเห็นส่วนบุคคล หรือจากผลโพลล์) แล้วถามว่า EdiTor เห็นด้วยมั๊ย ก็เห็นด้วยนะ เพราะผมเองก็เชื่อว่าถ้าทำได้จริงจะสามารถลดปัญหาอาชญกรรมลงไปได้เยอะ (รวมถึงคนออกจากโรงเรียนก็จะน้อยลง) อีกทั้งเป็นการป้องกันเหล่าเด็กวัยรุ่นเองด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่าในขณะที่มีเด็กวัยรุ่นบางกลุ่มก่อเหตุในยามค่ำคืน ยังมีวัยรุ่นอีกเป็นจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อ ไล่ตั้งแต่ปล้นชิงทรัพย์ไปจนถึงฆ่าข่มขืน ..นี่ยังไม่รวมเรื่องมั่วสุมเสพยา ท้อง และแท้ง

แม้จะเห็นด้วยแค่ไหนก็ตาม ยังมีข้อกังขาอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย กฎหมายที่กำกวม (สไตล์กฎหมายบ้านเรา) รวมถึงบทลงโทษที่อาจจะเอื้อให้กับเจ้าหน้าที่เลวๆ บางคนเป็นช่องในการรีดไถหรือเปล่า ..แค่กลางวันก็รีดกันจนบานแล้ว ไหนยังจะต้องมาจ๊ะเอ๋กันในตอนกลางคืนอีก (พกแบ็งค์ย่อยไว้บ้างก็ดี)

ห้ามเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม โดยไม่มีเหตุอันควร

เหตุอันควร” ในที่นี้ไม่รู้ว่ามีอยู่ด้วยกันกี่เหตุ (ที่สมควรแก่การออกจากเคหะสถานในยามวิกาล) ออกไปกินบะหมี่หน้าปากซอยจะได้มั๊ย แล้วถ้าออกไปหาเอทีเอ็มโอนเงินให้แม่ล่ะ แล้วโอนเงินให้แม่กับโอนเงินให้เพื่อนมันต่างกันหรือเปล่า ..คุณหนูนั่งเบนซ์หลังสี่ทุ่ม กับคุณน้องนั่งมอไซค์ ใครจะมีโอกาสถูกจับมากกว่ากัน

กฎหมายจะบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อมีความชัดเจนในตัวกฎหมาย

ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องพิจรณาควบคู่กันไปด้วย (ก่อนที่เราจะกลายเป็นประเทศเผด็จการ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิทธิมนุษยชนในที่นี่จะต้องไม่หมายถึง การปล่อยให้เด็กวัยรุ่นออกไปก่อเหตุโดยไม่มีการห้ามปราม เพราะตัวอย่างที่เราเคยเห็นๆ กันมาตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ เรื่องที่เด็กแว๊นกับสก๊อยขี่มอเตอร์ไซค์เป็นแก๊งค์อยู่เต็มท้องถนน ก่อความรำคาญให้กับชาวบ้านที่อยู่สองข้างทาง รวมถึงกระทบสิทธิ์ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ..แม้เด็กวัยรุ่นเหล่านั้นจะมีสิทธิ์ขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านในยามวิกาล แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะมีสิทธิ์ไปก่อความรำคาญให้กับผู้อื่น

ผลกระทบที่จะเกิดกับม้งเรา (รวมถึงคนชนบทอื่นๆ) ในเรื่องนี้ น่าจะมีผลดีมากกว่าผลเสีย จากผลกระทบเรื่องยาเสพติดที่ผ่านมา ชุมชนม้งบางแห่งได้เคยประกาศใช้กฎลักษณะนี้มาแล้ว เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน

การสอบถามเรื่องนี้กับตัวเด็กและผู้ปกครองเราคงจะได้คำตอบที่ต่างกัน อย่างแถวบ้านผมเองถ้าถามคนที่เป็นพ่อแม่แล้ว คงไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเค้าจะปฏิเสธกับกฎหมายใหม่นี้ ทั้งนี้เป็นเพราะปัญหาบางประการที่พวกเค้าประสบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการมั่วสุมของเด็กๆ เป็นการปรามการจีบสาวในยามค่ำคืน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กๆ ออกจากโรงเรียน ..เหนืออื่นใด เด็กวัยรุ่นเป็นจำนวนมากไม่เชื่อฟังคำตักเตือนของผู้ปกครอง หากมีกฎหมายเข้ามาช่วยก็น่าจะเป็นผลดี

กฎหมาย “ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีออกจากบ้านหลังสี่ทุ่ม” ก็เหมือนกับไข่ เราคงต้องลองซื้อไข่เป็นกิโลดูก่อน ดีหรือไม่ดีเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน