เลือกตั้งขั้นต้นไพรมารี่ ผู้สมัครม้งสอบตก

การเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารี่ เพื่อศึกการแข่งขันเป็นตัวแทนผู้ลงสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส. ในสภา คองเกรสของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน ได้ปิดหีบลงในเวลา 20:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และผลคะแนนเสียงของผู้ลงสมัครแต่ละคน ได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ถึงขณะนี้พูดได้ว่า ผู้ลงสมัคร ส.ส. ม้งคนแรกสอบไม่ผ่านรอบแรกในครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ของเขตการเลือกตั้งที่ 21 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งไพรมารี่ อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฎว่าอันดับหนึ่งคือ นายเดวิด วาลาดอ ได้รับคะแนน 20,948 เสียง อันดับสองคือ นายจอห์น เฮอร์นานเดซ ได้รับคะแนน 8,332 เสียง อันดับสามคือ นายบล่อง ซ่ง ได้รับคะแนน 7,286 เสียง ส่งผลให้คู่แข่งขันสองท่านที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด คือนายเดวิด ตัวแทนพรรครีพับลิกัน และนายจอห์น ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะได้เข้ารอบสอง เพื่อไปชิงชัยตำแหน่ง ส.ส. และมีผลให้นายบล่อง ซ่ง ต้องตกรอบไป

ตลอดหลายเดือนก่อนการเลือกตั้งไพรมารี่ครั้งนี้ ผู้ลงสมัครต่างพยายามรณรงค์หาเสียงและระดมเงินทุน ซึ่งนายเดวิดสามารถหาเงินทุนมาได้มากถึง 651,730 เหรียญ นายบล่องหาทุนได้ 168,000 และนายจอห์นมีทุนแค่ 32,389 เหรียญ

สำหรับนายบล่อง ซ่ง ที่มีทีมงานหาเสียงที่แข็งแกร่ง และยังสามารถหาเงินทุนได้มากภายในเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมา ทำให้พรรคเดโมแครต ได้ยกนายบล่อง ซ่ง ให้อยู่ในรายชื่อสมาชิกพรรค ที่เรียกว่า Emerging Races Program ซึ่งถือว่าเป็นสมาชิกที่ได้ทำการแข่งขันอย่างสูสี เพราะทำการรณรงค์หาเสียงอย่างฉลาด และหาเงินทุนได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น

ขณะที่หลายสำนักข่าว ก่อนหน้านี้เคยทำนายล่วงหน้าว่า นายบล่องน่าจะมีโอกาสชนะไปแข็งกับนายเดวิด แต่เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์ เมื่อในเขตนี้มีคนส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายเม็กซิกันที่มีสิทธิ์ไปเลือกตั้งถึง 49% ช่วยให้พวกเขาเทคะแนนให้นายจอห์น คนที่เป็นเชื้อสายเม็กซิกันเหมือนกัน ชนะนายบล่องไปได้อย่างน่าเสียดาย

แต่ทว่าบทเรียนสองเรื่อง ที่อาจทำให้นายบล่องหมดสิทธิ์เข้ารอบสอง ที่ควรนำมาพิจารณาแก้ไข นั่นก็คือ การกรอกใบลงรับสมัครที่ช้า นายบล่องส่งใบลงสมัครในวันสุดท้าย ในเดือนมีนาคม ปี 2012 จึงอาจมีส่วนทำให้เขาไม่มีเวลามากพอในการรณรงค์หาเสียง ซึ่งถือได้ว่าเขาลงแข่งผิดเวลา เพราะดูจากคู่แข่งอย่างนายเดวิด ที่ได้เริ่มรณรงค์หาเสียงเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2011 ส่วนนายจอห์นเริ่มหาเสียงในเดือนมกราคม
ส่วนเรื่องที่สอง คงหนีไม่พ้นเรื่องการลงรับสมัครในเขตเลือกตั้ง ที่เขาไม่ใช่คนอยู่ในเขต นายบล่องนั้นถือว่าอยู่นอกเขต แต่กลับไปลงสมัครเลือกตั้งในเขตที่ 21 จึงเปิดช่องว่างให้คู่แข่ง โหมโจมตีว่าจะเป็นตัวแทนประชาชนเขตที่ 21 ได้อย่างไร มันจึงดูไม่เหมาะสม การที่นายบล่องอยู่นอกเขตการเลือกตั้งที่ 21 อาจถือได้ว่าเขาลงแข่งผิดที่

การแข่งขัน ผิดที่ ผิดเวลา ของนายบล่อง อาจมีผลต่อความพ่ายแพ้ของเขาในศึกการเลือกตั้งไพรมารี่ครั้งนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม นายบล่องจะต้องออกมาให้การสนับสนุน นายจอห์น เพื่อนสมาชิกพรรคอย่างแน่นอน เพื่อแข่งนั่งเก้าอี้ดนตรีกับนายเดวิด เพราะเก้าอี้ ส.ส. ของเขตมีตัวเดียว และต้องแย่งมาให้ได้ ที่สำคัญคือเก้าอี้ ส.ส. ทุกตัว มีความหมายต่อพรรค และการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีด้วย
อีกสนามเลือกตั้งไพรมารี่ระดับรัฐ ที่ทำให้คนม้งที่เป็นคอการเมืองต้องตกใจและหมดลุ้นในวันเดียวกัน คือการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐแคลิฟอร์เนีย ในเขตเลือกตั้งที่ 23 ที่มี นายวอง มัวนู๊ตั่ว (แซ่มัว) มีดีกรีเป็นทั้งทนายความ และอาจายร์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเฟรสโน ลงสมัครในนามพรรครีพับลิกัน แต่ก็พ่ายแพ้อย่างหมดรูป ด้วยคะแนน 3,261 เสียง ได้ลำดับที่สี่ จากทั้งหมดห้าคน ทิ้งห่างอันดับหนึ่งคือนายจิม แพตเตอร์สัน ที่ได้คะแนนไป 18,174 เสียง

ถึงอย่างไรก็ดี การเลือกตั้ง ส.ส. ในสหรัฐฯ จะมีขึ้นทุกๆ สองปี ต้องมาติดตามดูว่านายบล่อง ซ่ง หรือคนม้งอื่นๆ จะกลับมาลงสมัคร ส.ส. สหรัฐฯ ในปี 2014 อีกหรือไม่ เพราะนี่คือก้าวแรก และครั้งแรกที่มีคนม้งได้ก้าวเข้ามาเล่นการเมืองระดับประเทศ หากม้งเราได้รับเลือก ส.ส. สักคนหนึ่งเข้าสภาคองเครส คนที่สอง สาม สี่ ก็อาจจะตามมา แต่ตราบใดที่ยังไม่มีเลยสักคน ตราบนั้นสังคมม้งก็ยังไม่มีผู้แทนที่จะเป็นปากเสียงให้กับคนม้ง เหมือนเชื้อชาติอื่นๆ สังคมม้งเราต้องมีการส่งเสริมคนเก่งที่มีความรู้ความสามารถ มาเล่นการเมืองทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ เพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ที่จะมีต่อสังคมม้ง

20 Comments

  1. EdiTor

    ถึงจะแพ้การคัดเลือก แต่ก็สามารถพิสูจน์ได้ในสองเรื่อง คือ

    1 ประสิทธิภาพในตัวคุณบล่อง ซ่ง ที่สามารถระดมทุนได้จำนวนมาก จนได้รับการยอมรับจากพรรคให้อยู่ในรายชื่อ Emerging Races Program

    2 ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของคนม้งที่นั่น ซึ่งผมเชื่อว่าเงินบริจาคส่วนใหญ่มาจากคนม้งที่สนับสนับคุณบล่อง ซ่ง

    การเมืองระดับชาติ ม้งเราคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย ก็ขอเป็นกำลังใจสำหรับผู้สนใจเดินทางสายการเมือง อย่าได้ท้อถอยต่ออุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ให้เข้มแข็ง เด็ดเีดี่ยว ยืนหยัดในอุดมการณ์ เพื่อนำพาพี่น้องม้งเราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่อายใคร

  2. Lung

    มองการเมืองของม้ง เมกา แล้วอย่าลืมหันมามองการเมืองไทยด้วย…กำลังสนุกเชียวววช่วงนี้…แฮ่ๆๆ

  3. ม้งเมกา

    ครับคุณEditor

    ผมคิดว่านายบล่อง ซ่ง ทำได้ดีมากพอสมควร เพราะการที่พรรคเดโมแครต ได้ยอมรับความสามารถของเขาในครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยให้พรรคยอมรับการเป็นตัวแทนของพรรคในการลงแข่งครั้งหน้านะครับ และแน่นอนครับ เงินทุนที่เขาได้รับนั้น ส่วนใหญ่มาจากน้ำใจของพี่น้องม้งในสหรํฐฯ แต่ด้วยปัญหาเศรษฐกิจ ที่ทำให้คนม้งจำนวนไม่น้อยต้องตกงาน และรายได้ลดลง น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นายบล่องได้รับเงินบริจาค ที่ถือว่ายังไม่มากพอ เพราะคนม้งระดมคนละเล็กๆน้อยๆ แต่ก็เป็นที่น่าภูมิใจที่เห็นคนม้งเริ่มมีความสามัคคีร่วมมือร่วมใจมากขึ้นกว่าอดีตนะครับ

    ครับคุณLung
    ผมเป็นคนที่ไม่ชอบถกเถียงเรื่องการเมือง แต่ผมชอบติดตามเรื่องการเมือง และชอบอ่านข่าวที่เกี่ยวกับการเมืองด้วย ผมจะอ่านข่าวออนไลน์เกือบทุกวัน เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา และการอยากรู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเรานะครับ (สองสามปีที่ผ่านมา ผมไม่มีเวลาเดินทาง ไปท่องเที่ยวกับใครเขา เลยใช้วิธีนี้ ก็ช่วยได้มากครับ)
    ส่วนการเมืองในไทยนั้น ผมก็ติดตามอ่านมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มมีปัญหาแล้ว… (ก็ช่วยเรื่องภาษาไทยของผมได้มากพอสมควร)…..ส่วนเรื่องเกี่ยวกับม้งลงเล่นการเมืองที่เมกา ถ้ามีอีกในระดับรัฐและระดับชาติ ผมจะรายงานข่าวไปให้พวกเขาได้อ่านนะครับ

    ….สองสามที่ผ่านมาไม่ว่างเลย และเมื่อวานทำงานก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ก็มาเขียนข่าวนี้จนเกือบเที่ยงคืนเลย (พิมพ์ไทยช้าเหมือนเต๋าเดิน ฮิๆ)แต่เพราะผมอยากให้พวกเขาได้อ่านเรื่องที่ทันต่อเหตุการณ์เท่าที่จะทำได้ ก็พยายามแล้วน่ะ ข่าวช้าไปสองวันคงไม่ว่านะ….:-) อยู่บ้านช่วงเช้าวันนี้ครับ…

  4. ยุงตัวแรก

    หวัดดี คุณม้งเมกา และเหล่าสหายทั้งหลาย
    อืม ก็เป็นอันว่า การเลือกตั้งในรอบเเรกของ ส.ส. ม้งเป็นอันตกไป (คำว่า ไพรมารี่ ถ้าแปลเป็นไทย ก็ คือ การเลือกตั้งขั้นแรก รอบแรก ) แต่อย่างไรเสีย ก็ได้เสดงให่เห็นว่า คำกล่าวในบทความแรก ของคุณม้งเมกา ที่กล่าวว่า งานนี้ จะเป็นตัวชี้ว่าพี่น้องม้งทางอเมริกา รักกันจริง สมัคคีกันหรือเปล่า เป็นอันตกไป เพราะมีหลายคนในที่นี้เชื่อว่า เงินทอง ที่ ส.ส. ท่านนี้ หามาได้ ก็ล้วนแต่ได้รับการบริจาคเยี่ยวยาจากพี่น้องม้งเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรเสีย ก็นับว่าเป็นความโชคดีของคนม้งอยู่บ้าง ที่ยังเห็นพวกพ้องสำคัญอยู่ ผมอยากตั้งประเด็นไว้สักสองสามประเด็นว่า ดังต่อไปนี้ ให้พี่น้องม้งและรวมถึงคุณม้งเมการ่วมกันพิจารณา
    ประเด็นที่หนึ่ง การที่ ส.ส. ท่นนี้สอบตกในความเห็นของคุณม้งเมกา รู้สึกเสียดายหรือไม่ และคิดว่าในสมัยต่อไป ยังจะมี ส.ส. ม้งลงชิงยัง อีกหรือเปล่า หากว่า ม้งทางอเมริกาได้เป็น ส.ส. ขึ้นมาจริงๆ คุณม้งอเมกา คิดว่า พี่น้องม้งทางเมกา จะได้รับผลประโยชน์ หรือการช่วยเหลือจาก ส.ส.ม้งในที่นั้นอย่างไรบ้าง หวังว่าคงไม่ใช่ ตอบว่า อย่างน้อยม้งเราก็ได้เป็น ส.ส. กับเขาบ้าง เพราะตรงนี้ไม่ได้สำคัญ มากนัก ที่สำคัญ คือ อยากรู้เจตนา ความเห็นของคุณม้งเมกา คนในพื้นที่ว่า คนม้งจะได้รับประโยชน์ อย่างไรบ้าง ที่อุ่ตส่าห์ ลงแรงลงขัน อุ้มชู ส.ส. ม้งในที่นั้น ในการเลือกตั้ง
    ประเด็นที่สอง จากการที่ทางเมืองไทย สมัยนี้ก็เริ่มมีคนม้งเป็น อบต. แต่ว่า คำว่า อบต.นี้ สำหรับในหลายๆหมู่บ้านที่คนม้งเป็น อบต. ก็ต้องเรียกได้ว่า อมทุกบาททุกสตางค์กันจริงๆ อันกันชนิดที่ว่า เหรียญ 25สตางค์ ตกก็ยังเก็บ ดังนั้น ผมอยากฝากถามไปถึงคน ม้งเมกาว่า หาก ส.ส. ทางนั้นได้เป็น ส.ส.ม้ง จริงๆ เป็นไปได้ไหม ที่จะเอารัดเอาเปรียบที่น้องม้ง ที่อุตส่าห์พากเพียร ลงคะแนนให้ตนเอง อันนี้เพียงแค่ ขอร่วมเสวนาแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกัน ระหว่างฟากโน้น กับฟากนี้
    ประเด็นสุดท้าย อยากถามว่า พี่น้องม้งทุกคน อยากให้ นักการเมืองม้ง ในอุดมการณืเป็นเช่นไร ไม่ว่า จะเป็น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ตลอดไปจนถึง ส.ส. ส.ว. ว่าหากท่าน เป็นพี่น้องม้ง แล้วเกิดมีคนม้งสักคนหลงไปได้เป็น ส.ส. ท่านอยากให้ คนผู้นั้น ทำอะไรให้กับสังคมม้งบ้าง ในฐานะเป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชน และหากท่านใด ที่อยู่ต่างหมู่บ้าน ต่างจังหวัด ต่างประเทศ มีประสบการณ์ การไม่ซื่อสัตย์ ของนักการเมืองม้ง ในพื้นที่ ก็เอามาเล่าสู่กันฟัง แรกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วยก็ได้นะครับ
    ด้วยจิตคารวะ

  5. EdiTor

    คุณยุงตัวแรก สำหรับประเด็นที่หนึ่งและสอง การที่คนม้งจะได้รับผลประโยชน์อย่างไร หรือถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไรนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ใครก็สามารถตอบได้ จนกว่าเราจะมีนักการเมืองดังกล่าวแล้วจริงๆ จึงจะสามารถบอกได้ว่านักการเมืองคนดังกล่าวสามารถทำประโยชน์แก่คนม้งได้แค่ไหน หรือทำตัวน่าผิดหวังสำหรับคนม้งแค่ไหน

    แต่ถ้าเราจะค้นหาคำตอบโดยปราศจากการมีอยู่ของนักการเมืองท่านนั้น

    ประเด็นที่หนึ่ง เรื่องผลประโยชน์ การที่กลุ่มเลือกใครสักคนเป็นตัวแทน ก็ด้วยมุ่งหวังที่จะให้เค้าคนนั้นเป็นปากเป็นเสียงให้กับทางกลุ่ม เช่นการเสนอปัญหาของกลุ่มเข้าสู่การพิจรณา การคัดค้านในเรื่องที่จะทำให้กลุ่มเสียประโยชน์ และสนับสนุนในเรื่องที่จะทำให้กลุ่มได้ประโยชน์

    ประเด็นที่สอง เรื่องการถูกเอารัดเอาเปรียบ มันก็เป็นไปได้ที่จะได้นักการเมืองแย่ๆ เข้ามา ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงสมัยหน้าก็อย่าไปเลือกนักการเมืองท่านนั้นอีก

    สิ่งที่ผมสนใจมากกว่าสองประเด็นข้างต้นคือ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถผลักดันให้นักการเมืองคนดังกล่าวชนะการเลือกตั้ง (ถ้าคิดว่าเค้าเหมาะสม) ..ชนะแล้วค่อยว่ากันครับ

    อีกท่านที่น่าติดตาม FOUNG for State Senate https://www.facebook.com/FoungSenate67

  6. pai

    ถือว่าเป็นเก้าแรกของม้งของให้อดทนและสุ้ต่อไป

  7. ยุงตัวแรก

    หวัดดีคุณ อิดิเตอร์
    ประเด็นที่สอง ที่ผมยิงประเด็นเข้าไปนั้น ความจริงแล้ว ผมคิดว่าทุกคนก็ควรตอบได้ในทัศนคติของตนเอง ไม่จำเป็นว่า ต้องมี ส.ส. หรือนักการเมืองเป็นแบบนั้นเสียก่อน จึงค่อยวิจารณาเจียรนัยได้ แต่ผมตั้งประเด็นไว้ ให้พี่น้องม้งทุกคนที่สนใจการเมือง ได้คิดเป็นการบ้านว่า การจะเลือกใครเป็นผู้แทนนั้น มิใช่เพียงแค่เห็นว่า เป็นพวกพ้อง เป็นกระดุกม้งด้วยกัน จึงเลือก แต่ควรพิจารณา ว่า การที่เราเลือกคนผู้นั้นไปแล้ว แม้เขาเป็นม้งก็ตาม มิใช่ม้งก็ได้ ขอเพียงแค่คนผู้นั้น ชื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง วื่อใจต่อพี่น้องประชาชน เอาประโยชน์พี่น้องมาก่อน เอาประโยชน์ไปไว้ที่หลัง ถ้าผมจำไม่ผิด คุณ อิดิเตอร์ก็เคยกล่าวในตำนองนี้เหมือนกัน เพราะว่า ผู้ปกครองที่เป็นคนม้ง ไม่ว่า จะเป็น อบต. หรืออะไรก็แล้วแต่ ถามพี่น้องม้งเถิดว่า ท่านเหล่านั้น บริหารงานเป็นเช่นใด เอาประโยชน์ หรือเอาประโยชน์ส่วนตัว ตอนไปหาเสียง ก็ได้แต่กล่าว ว่า เราเป็นตัวแทนพี่น้องม้ง พี่น้องม้งควรเลือกม้งด้วยกันเอง แต่พอได้เป็น ก็เหมือน กบ ขอนกกระยางมาเป็นหัวหน้า ในนิยายที่เราท่านทั้งหลายเคยอ่าน อันนี้ผมไม่ได้เสดงว่า พี่น้องม้งบริหารงานไม่ดี คนดีก็มีมาก คนไม่ดีก็มีอยู่ทุกที่ แต่ผมเพียงแค่เสดงให้เห็นว่า ประเด็นที่สอง ทุกคนสามารถตอบได้ ตามเจตนารมณ์ของตน ทุกความเห็นไม่ผิด ทุกความคิดมีความหมาย ต่อสังคมม้ง
    ด้วยจิตคารวะ

  8. Change

    เป็นการเริ่มต้นที่ดี สำหรับเรื่องของการเมือง

    ในแต่ละที่ที่อยู่นั้น การเมืองแตกต่างกันออกไป… ตามที่ ตามความเชื่อ ความเห็น

    ที่เห็น ๆมาในเมืองไทยก็มีประมาณว่า ถ้าเป็นม้ง—> ตระกูลไหนเยอะก็ได้ไป
    ถ้าเป็นคนไทย —> ใครมีเงินเยอะก็ได้ไป

    เรื่องของผลงาน หรือปากเสียง เป็นอีกเรื่อง ส่วนใหญ่แล้วในเมืองไทยเป็นเรื่องของการตอบแทนบุญคุณกันเสียมากกว่า

    การเมืองของอเมริกา … ผมเชื่อว่าเป็นการเมืองที่ค่อนข้างใสกว่าการเมืองในเมืองไทยมาก การได้เป็น สส.ของที่นั่นน่าจะเป็นปากเสียงให้กับคนในพื้นที่ได้ดี ส่วนการเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. หรือ สส. รวม ๆ กันแล้วก็ อบต. ??? ในความหมายของคุณยุงตัวแรกครับ… แทบไม่เคยเห็นคนที่จะเป็นปากเสียงจริง ๆ เสียที เสนออะไรไป ถ้าหน่วยเหนือบอกว่าไม่ ผู้แทนไม่เคยต่อสู้ให้

  9. วิจารณ์

    ยุงตัวแรก-“ประเด็นที่สอง จากการที่ทางเมืองไทย สมัยนี้ก็เริ่มมีคนม้งเป็น อบต. แต่ว่า คำว่า อบต.นี้ สำหรับในหลายๆหมู่บ้านที่คนม้งเป็น อบต. ก็ต้องเรียกได้ว่า อมทุกบาททุกสตางค์กันจริงๆ อันกันชนิดที่ว่า เหรียญ 25สตางค์ ตกก็ยังเก็บฯ” ผมใคร่ทราบว่าเจตนาของคุณ หมายความว่าอย่างไร แต่ถ้าความเข้าใจโดยทั่วไป ก็คือ การกล่าวหาว่านักการเมืองที่เป็นคนม้ง ว่า อมทุกบาททุกสตางค์ ถ้าเป็นเช่นที่คุณว่าจริงคุณก็ฟ้องร้องได้เลย การเมืองจะได้สะอาดขึ้นตามเจตนารมณ์ของคุณ

  10. EdiTor

    คุณยุงตัวแรก คงต้องรบกวนคุณก็อปข้อความที่คุณอ้างอิงด้วยครับ ผมจะได้รู้ว่าผมเคยพูดไว้อย่างไร และสัมพันธ์กับประเด็นที่สองของคุณอย่างไร

    นักการเมืองท้องถิ่นไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่เราเลือกกันเองในท้องถิ่น เป็นคนที่เรารู้จักมักคุ้น แล้วทำไมเราจึงไม่พยายามเลือกคนที่ดีเข้ามาทำงานให้ชุมชนของเรา ?

    อำนาจเงิน และทิฐิระหว่างกลุ่มแซ่ อาจเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นของม้งเรา แต่ผมเชื่อว่าวันหนึ่งเมื่อเราได้รับบทเรียนที่มากพอ เราจะสามารถเลือกได้ดีขึ้น ..

  11. ยุงตัวแรก

    หวัดครับ คุณวิจารณ์ และพี่น้องพ้องเพื่อน
    ผมขอตอบ เพื่อนร่วมอุดมการณ์สหายวิจารณื ว่า เจตนาของผมนั้น ผมเพียงแค่อยากชี้ให้หลายท่าน ได้มองในอีกมุมหนึ่ง ว่า นักการเมืองม้ง ของเรา ที่ได้มีโอกาส ได้มาบริหารบ้านเมืองในสมัยนี้ เป็นเช่นไร ก็มีดีบ้าง แย่บ้างตามแต่ละบุคคล ผมเองก็อยากให้พี่น้องม้ง ได้รับประโยชน์สุงสุดจากการเลือกตั้ง จึงได้ตั้งประเด็นไปเช่นนั้น มิได้มีเจตนา จะไปว่ากล่าว ว่า คนนี้ มือสะอาดคนนั้น มือสกปรก แต่อย่างไรเสีย พี่น้องม้ง ในพื้นที่ ก็คงจะรู้ดี และสัมพัสได้ถึงความสะอาด และความสะอาดน้อย ของนักการเมืองหละครับ
    ยกตัวอย่างเช่น ที่บ้าน คุณอิดิเตอร์ ที่ป่ากลาง แต่ก่อนปีใหม่ ก็มีการจัดงานสนุกสนาน มีชกมวย ลำวง หนังกางแปลง และอีกมากมาย แต่ก่อนปีใหม่ม้งที่ พี่น้องม้ง จากพะเยา ก็มา พี่น้องม้งทางแพร่ก็ร่วมสนุกด้วย ตลอดจนเชียงใหม่เชียงราย ก็ยังแวะมา ไม่ต้องกล่าวถึง พี่น้องม้ง แถว ทุ้งช้าง สองเคว ก็มาร่วมสนุก คนเมืองก็มา คนเย้า คนถิ่นก็มา ทำให้เศรฐกิจในปีใหม่ม้ง สนุกสนาม แต่เนื่องจากว่า มีการชกต่อยตีกัน ทุกครั้งในงานปีใหม่ ภายหลัง ผู้หลักผู้ใหญ่ ที่บ้านคนอิติเตอร์ บอกว่า ตีกันดีนัก ก็งดซักเลย ดังนั้น หลายปีมานี้ ป่ากลาง จึงเป็นเหมือนปีใหม่ ตามประเพณี ไม่สนุกเหมือนแต่ก่อน แต่ถามว่าตีกัน ยังมีไหม ก็ยังเหมือนเดิม แถมอาจหนักกว่าเก่าด้วย อันนี้ผมต้องขอโทษพี่น้องชาวป่ากลางนะครับ ที่ชกตัวอย่างมาเอ่ยอ้าง ก็มีคำถามว่า ทำไมแค่เด็กตีกัน ทำไมไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหละ ก็เรียกให้ตำรวจมาเลย ใครตีกันก็จับเข้าคุก ฟ้องร้องกันไป แต่ก็อย่างว่า บางที่คนที่ตีกัน ก็อาจเป็นลูกหลาน ของผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่ จะให้ตำรวจเอาไปเข้าคุกก็อาจใจร้ายไปหน่อย และอีกอย่าง ม้งก็มักมีศาลเตี้ยของม้งอยู่อยู่แล้ว ไม่นิยมไปว่าความตามศาล ตามโรงพัก ดังนั้น ประเด็นที่ว่า หากนักการเมืองม้ง ใจไม่ซื่อมือไม่สะอาด ให้ฟ้องร้องเลยได้ไหม อันนี้ผมก็ว่าน่าคิดนะครับ ผมว่าแล้วม้งคนไหนจะกล้าเป็นคนแรกที่พ้องนักการเมือง ผมเคยเห็น ที่คนไทย พี่ป่ากลางพ้อง พนักงานหญิง ที่ทำงานในสหรณ์ ก็ติดคุกติดตารางกันไป ดังนั้นผมว่า ก็เป้นการดีนะครับ อย่างน้อย เวปแห่งนี้ ก็ทำให้คนม้ง กล้าเสดงความคิดเห็นมากขึ้น แม้จะไม่ถึงกับฟ้องร้องซึ่งกันและกัน แต่อย่างต้องก็ได้แชร์ ประสบการณ์ ให้พี่น้องม้งอีกหลายต่อหลายคนได้ เสวนา ได้พูด ได้เสดงความคิดเห็น ในสิ่ง ที่ตนเองอยากจะพูดอยากจะชี้แจง
    ด้วยจิตคารวะ

  12. ม้งเมกา

    คุณEditor
    ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยแจ้งข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ว.รัฐมินนิโซตา กฎหมายการเลือกตั้งของรัฐนี้ก็แปลกๆ คือ ส.ว. จะดำรงตำแหน่ง 4ปี ถ้าปีนั้นลงท้ายด้วย 2และ 6 แต่ถ้าปีไหนลงท้ายด้วย 0 ส.ว. จะอยู่ในวาระสองปี ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ (เพราะปี 2010 คือลงท้ายด้วย 0 ส.ว. เลยอยู่ในวาระแค่สองปี และก็มาเลือกตั้งใหม่ในปีนี้ 2012 ซึ่งเป็นปีที่ลงท้ายด้วยเลข 2 ถ้าใครได้เป็น ส.ว. ก็จะอยู่ในวาระถึงสี่ปี….) และในปี 2010 เคยมีม้งสี่คนลงแข่งในเขตที่67 ?เขตที่อดีต ส.ว. รัฐ อย่างนางหมี่ ม้ว เคยชนะมาสองครั้ง? แต่คนม้งทั้งสี่คนนั้นก็แพ้หมด และนายฝ่ง เฮ่อ ก็เป็นหนึ่งในสี่ท่านที่ว่าเคยแพ้ในสนามนี้มาแล้ว ตอนแรกผมคิดว่า ส.ว. ของรัฐนี้น่าจะอยู่ในวาระ 4ปี ผมเลยไม่ได้สนใจ….

    แต่ถึงอย่างไร ผมจะแจ้งข่าวไปให้นะครับ พวกเราหลายๆคน ถ้าสนใจการเมืองการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รู้จัก นายฝ่ง เฮ่อ และนโยบายหาเสียงของเขาด้วย แต่คงเป็นหลังการเลือกตั้งขั้นต้นไพรมารี่ คือวันที่ 14 เดือนสิงหาคม (จริงๆแล้วผมอยากรอดูว่าเขาจะผ่านรอบแรกหรือไม่ ถ้าได้เป็นตัวแทนจะเขียนเป็นข่าว แต่ถ้าไม่ได้ ก็คงต้องขอผ่านนะครับ หวังว่าทุกท่านคงไม่ว่ากัน)

    คุณยุงตัวแรก
    ขอบคุณที่ได้เรียนถึงผม ให้ได้เข้าร่วมถกเถียงการเมืองด้วย และจะตอบกระทู้ของคุณตามความคิดเห็นส่วนตัว

    ประเด็นแรก การแข่งขันกีฬา ย่อมมีฝ่ายชนะและแพ้ ดังนั้นเราควรมีน้ำใจนักกีฬา การเมืองก็เหมือนกัน และการสอบตกของนายบล้อง ซ่ง ไม่ถือว่าน่าเสียดาย แต่ถือว่าเป็นการเปิดเส้นทางการเมืองระดับชาติให้คนม้ง และสมัยหน้าหรือต่อๆไป เชื่อว่าม้งคนอื่นๆต้องมาไต่เขาการเมืองลูกนี้ และเชื่อว่า สักวันม้งเราจะสามารถปักธงบนยอดเขา พิชิตชัยชนะได้ เพียงแต่อาจใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ส่วนเรื่องผลประโยชน์ที่คนม้งจะได้รับ ขอยกตัวอย่างสี่ห้าเรื่อง สมมุติว่าม้งได้ ส.ส. สหรัฐฯในแคลิฟอร์เนีย ในเขตที่พวกเราได้ทราบจากข่าวที่ผ่านมาแล้วนะครับ คนม้งในพื้นที่ หลายคนเป็นเกษตรกร จะได้รับประโยชน์จากนโยบายเรื่องน้ำประปา การสร้างระบบน้ำชลประทานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการเกษตร ผลผลิตก็จะดีขึ้น รายได้ก็น่าจะสูงขึ้นด้วย …

    คนม้งในพื้นที่หลายๆครัวเรือนยังมีรายได้น้อย และเรื่องประกันสุขภาพจึงสำคัญมาก เพราะค่ารักษาต่างๆแพงมาก ส.ส. ม้งน่าจะเข้าใจดีถึงเรื่องพวกนี้ เพราะคนม้งหลายๆครอบครัว โดยเฉพาะคนแก่ต้องการประกันสุขภาพ ส.ส. ม้ง น่าจะส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลกลางในเรื่องการให้บริการประกันสุขภาพฟรีแด่ครอบครัว คนชรา ที่มีรายได้น้อย…เรื่องการจ้างงานและส่งเสริมการทำธุรกิจขนาดเล็ก ม้งเรามีธุรกิจประเภทนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งคนม้งต้องการความช่วยเหลือเรื่องพวกนี้อย่างมาก ผลประโยชน์ที่ม้งน่าจะได้รับคือ การยืมเงินรัฐเพื่อการลงทุนที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าเอกชนหรือไม่มีดอกเบี้ยเลย หรือเรื่องเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลฟรีเพื่อเปิดธุรกิจใหม่ เรื่องกฎหมาย ระเบียบที่จะอำนวยต่อการค้า จะช่วยเปิดโอกาสให้ม้งเรามีธุรกิจมากขึ้นและทำการแข่งขันกับคนอื่นๆได้ดีในระดับหนึ่งด้วย เรื่องจ้างงานก็จะมีมากขึ้นตามมา…

    อีกเรื่องที่ผมเชื่อว่า ส.ส. ม้ง จะพยายามผลัดดันให้คนม้ง เพราะคนม้งทั้วสหรัฐฯอยากให้เกิดขึ้น คือเรื่องการบรรจุเนื้อหาประวัติศาสตร์ของชาติม้ง เข้าไว้ในวิชาประวัติศาสตร์ ให้มีการเรียนการสอนทั้งระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อให้ทุกเชื้อชาติได้ศึกษาที่มาที่ไปของม้งเรา พวกเขาจะได้เรียนรู้ว่าม้งเราคือใคร มาจากไหน ทำไหมถึงอพยพมาสหรัฐ เรื่องนี้นับได้ว่าสำคัญกับม้งมาก เพื่อชื่อเสียงและความมีหน้ามีตาของชาติม้งในระดับชาติและนานาชาติด้วย….ซึ่งผมคิดว่าเรื่องพวกนี้น่าจะเป็นผลประโยชน์ที่ม้งจะได้รับ แต่การจะทำได้จริงหรือไม่ กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ?อนึ่ง เว็บม้งเอเชียแห่งนี้ ก็มีการเขียน การแปลเรื่องประวัติศาสตร์ม้งหลายบทความ ท่านๆทั้งหลายควรอ่านศึกษาไว้นะครับ มีเวลาว่างผมเองจะมาอ่านทีหลัง?

    ประเด็นที่สอง ครับขอพูดตรงๆว่า การเมืองในไทยนั้นยังมีเรื่องการซื้อเสียงอยู่ การหาเสียงที่สัญญาว่าถ้าได้ตำแหน่ง จะให้สิ่งนี้สิ่งนั้น คือการซื้อเสียงอย่างหนึ่ง และเชื่อว่าท่านๆรู้ดีพอสมควร ส.ส. และพรรคในไทย ใช้เงินมากในการหาเสียง จึงมีเรื่องที่ว่า พรรคไหนจ่ายมากก็ได้มาก ใครให้พรรคมากก็มีอนาคตที่ดี อะไรอย่างนั้นน่ะ และยังมีเรื่องของการกินงบประมาณนโยบายรัฐบาลเป็นท่อนๆ จากชั้นบนลงมาล่าง กว่างบประมาณจะมาถึงมือประชาชนจริงๆ เหลือไม่เท่าไรเอง…แต่ในสหรัฐ ถ้าผู้ลงแข่งฉลาดพอ พวกเขาไม่เคยใช้เงินของตัวเองแม้แต่เหรียญเดียว ประชาชนเขาบริจาคเงินเพื่อการหาเสียงแล้ว และถ้าข้าราชการระดับท้องถิ่นไม่โปร่งใส ทำงานไม่เข้าท่า ในหลายรัฐก็มีกฎหมายให้พลเมืองมีสิทธิ์ล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนจากตำแหน่ง เช่น ผู้ว่ารัฐ ส.ส. รัฐ ส.ว. รัฐ นายกเทศมนตรี ฯลฯ แต่ยังไม่มีกฎหมายให้พลเมืองถอดถอน ประธานาธิบดี ส.ว. ส .ส. รัฐบาลกลางน่ะ

    และที่ถามว่า เป็นไปได้ไหม ที่จะมาเอารัดเอาเปรียบพี่น้องม้ง ต้องตอบว่ายาก ส่วนพี่น้องม้งในแถบเอเชียก็คงเอาเปรียบไม่ได้ เพราะสังคมม้งมีการศึกษามากขึ้น รู้ทันเรื่องโกงกินพวกนี้แล้ว เรื่องนี้ผมคิดว่าไม่น่าเป็นหว่งน่ะ แต่ทุกวันนี้ที่น่าห่วงคือเรื่องการบั่นทอนซึ่งกันและกันของม้งกันเอง การทำร้าย ใส่ร้ายป้ายสีให้ผู้นำ หรือนักการเมืองม้งที่ดีต้องเสียหาย ยังมีอยู่ในสังคมม้งทุกที

    ประเด็นที่สาม ผมยังไม่เคยได้ยินเลยว่านักการเมืองม้งในสหรัฐโกง ไม่ซื่อสัตย์อะไรอย่างนั้น เลยไม่มีข้อมูลมาเล่าให้ฟังกัน แต่ถ้าเรื่องการโกงกินของเหล่าผู้นำชุมชนม้ง หรือผู้บริหารองค์กรเพื่อสังคมม้งในสหรัฐฯ มีเยอะ แต่ข้อมูล ความจริงยังไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ตอนนี้อยู่ในชั้นศาล และการสอบของเอฟบีไอ คงต้องรอไปก่อน ถ้าผลการตัดสินของศาลออกมา ผมจะเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง แต่ที่แน่ๆ คือชุมชนม้งเป็นโจทย์ฟ้อง คณะผู้บริหารองค์กรม้งเป็นจำเลย ส่วนเรื่องอุดมการณ์ที่อยากเห็นนักการเมืองคงเก็บไว้ก่อนน่ะครับ

  13. kwm

    พื้นที่ทางการเมืองของม้งในสังคม ยังต้องมีการประชาส้มพันธ์อีกมากกว่านี้ และสิ่งที่จำเป็นต่อการแข่งข้น ก็คือทำอย่างไรให้เป็นที่รู้จักของพื้นที่นั้นๆให้ได้ และรองมาคือเงิน เพื่อสนับสนุนการหาเสียงในเขตพื้นที่ ที่ต้องใช้เป็นจำนวนมากต่อการหาเสียง ฉะนั้น จึงขอเป็นกำลังใจให้คนม้ง ลงเลือกตั้งครั้งต่อๆไป สักวันหนึ่งก็คงเห็นคนม้งเป็น ส.ส. ของประเทศนั้นๆ

  14. ม้งน้อยในแดน "ธรรม"

    จะเล่นการเมืองนั้น ต้องมีหลายๆๆสิ่งอยู่ในตัว ความดี มีคุณธรรม ไม่เห็นแก่ตัว ไม่มองมนุษย์ด้วยกันทางฐานะ แต่จะมีใครสักกี่คนที่มีสิงเหล่านี้อยู่

    ทุกๆชีวิตของมนุษย์อยู่ได้ด้วยลมหายใจของตนเอง แต่จะมีสักกี่ลมหายใจที่จะทำสิ่งใดก็แล้วแต่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง

    คงหาได้ยากแล้ว

  15. kwm

    ขอแสดงความคิดเห็น ถึงนักการเมืองปัจจุบัน การที่ความต้องการ หรืออยากเป็น ส.ส. มีหลายประเด็ก

    1. หวังผลประโยชน์มหาศาลของการเป็น สส.ที่จะสามารถทำธุรกิจ/สร้างรายได้ /ขยายกิจการด้านการค้า การลงทุน ในเขตพื้นที่ได้ ทั้งทางตรง ทางอ้อน ได้อย่างง่าย เป็นที่เกรงกลัวของคนในพื้นที่ บ้าง (เพราะคนที่สามารถเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่ได้ จะต้องมีเงิน และมีอิทธิพล)

    2. สามารถที่เสนอข้อมูล เนื้อหา ในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องประเทศ ในสภา อัน เป็นสภา บริหารประเทศ (ข้อนี้ ถ้าคนม้ง เข้าถึง ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากที่สุด และสามารถเสนอแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับม้งหรือชาติพันธุ์ต่อสังคมได้ และเป็นที่รับรู้ของประเทศเป็นอย่างดี)

    3. เป็นเกียรติของวงศ์ตระกูล และเป็นที่เครารพนับถือของคนในเขตพื้นที่ และสังคม ถ้าสามารถทำงานได้อย่างทุนแท เป็นปากเป็นเสียงของประชาชน โดยปราศจากความอยุติธรรม

    4. มีอีกแยอะ .. แต่ขอจบเพียงแค่นี้ เพื่อให้คนเสริม

  16. ป.เข็กน้อย

    สวัสดีครับ พี่น้องม้งทุกท่าน
    ผมเห็นด้วยกับ ท่านยุงตัวแรก ทุกประการ เพราะตั้งแต่จำความได้ก็เห็นกำนันเป็นม้งแล้ว จนบางครั้ง แอบปลื้มใจอยู่ลึกๆ ว่า เราก็มีม้งเป็นกำนันด้วย ครั้นพอเวลาล่วงผ่านพ้นไปหลายๆ ปี หรือราวๆ 30 กว่าปี ยังปรากฏว่าเป็นกำนันคนเดิมอยู่นั่นเอง
    ลองสำรวจตรวจสอบดูว่า ม้งเราได้รับประโยชน์อะไรไปบ้าง ก็เห็นถนนหนทางดีขึ้นกว่าเดิม และ กลุ่มที่ได้รับประโยชน์กินดีอยู่ดี ก็เป็นกลุ่มพี่น้องใกล้ชิดของกำนันเท่านั้น คุณภาพชีวิตของกลุ่มอื่น ก็ยังปากกัด ตีนถีบอยู่เช่นเดิม
    อย่างไรก็ตาม เมื่อ 3 ปี ผ่านมา ฟ้าที่นั่นเปลี่ยนกำนันใหม่ จะคอยดูต่อไปว่า คุณภาพชีวิตของที่นั่นจะดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ?
    นี่เป็นเพียงประสบการณ์ที่ผมเห็นมา ทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

    ด้วยมิตรภาพ

  17. ยุงตัวแรก

    http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=1181&action=search&ctype=3&pname=47&stype=2&ap=false
    อันนี้ เป็นคล้ายสารคดี ในประวัติศาสตร์ของม้ง แต่ผมก็เชื่อมั่นในสิ่งหนึ่งว่า ที่ผวกเราสุขสบาย ได้มีโอกาสการเรียนหนังสือ ได้มีโอกาส ได้ให้สัญชาติไทย ก็คงหนีไปไม่พ้น ยกความดีความชอบ ให้พี่น้องม้งที่เข้าร่วมสงครามคอมมิวนิสต์ แม้เค้าเหล่านั้นจะถูกตราหน้าว่าคนคอมมิวนิสต์ แต่สำหรับผม ผมคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มา เหล่าแต่เป็นการเสียสละเลือดเนื้อของผู้กล้าเหล่านั้น หากไม่มีเหล่าเหล่านั้น ไม่รู้ว่าปัจจุบัน พวกเราท่านทั้งหลาย ยังจะมีโอกาสได้ใช้สัญชาติไทย ได้มีความเสรีในการดำรงชีวิตอยู่หรือเปล่า ก็ไปเห็นมาก็เลยอยากเอามาแชร์นะครับ แวะไปตามลิ่งค์นี้ แล้วก็ติชมเสนอความคิดเห็นได้นะครับ

  18. ม้งไทยแลนด์

    ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม นายบล่อง ซ่ง ด้วยที่มีความสามารถในการเข้าไปสู่การเมืองระดับชาติ ใน USA ได้ เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นความหวังของพี่น้องม้งทั่วไโลก ได้แค่นี้ก็ถือว่าเป็นก้าวแรก ยังมีอีกหลายๆอย่างที่อยากให้ม้งได้เข้าไปมีส่วนร่วม เช่นการเมืองและ กีฬาระดับชาติ (อยากเห็นนักฟุตบอลม้งคนหนึ่ง วิ่งในโอเทรคฟอร์ด)นักการเืมืองท้องถิ่น(นายก อบต.) เป็นต้น
    แต่น่าเสียใจเป็นอย่ามาก …เพราะผมได้มีโอกาสคลุกคลีกับการเมืองท้องถิ่น ของไทย ในสนามเลือกตั้งบางแห่ง ม้งมีโอกาสชนะการเลือกตั้งแต่กลับแพ้ไปซะงั้น นั้นแสดงว่า ม้งในประเทศไทยไม่มีความเป็นชาตินิยม หรือไม่มีความร่วมมือ เห็นผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก ใช้ความบาดหมางเป็นตัวทำลายความสามัคคี จนทำให้ชนเผ่าอื่นไม่ได้มีความเกรงกลัวเลย ทั้งที่กฏหมายให้อำนาจให้ปกครองตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งเดี่ยวที่ม้งจะได้ปกครองตัวเอง ส่งเสริมวัฒธรรมตัวเอง แต่กลับให้ชนเผ่าอื่นมาปกครองตน แล้วม้งจะเป็นอย่างไร ในอนาคต
    ม้งลาว มีนักการเมืองระดับประเทศ มีนักกีฬาระดับชาติ
    ม้งสหัฐ มีนักการเมืองระดับประเทศ มีนักวิชาการ มีด๊อกเตอร์หลายคน
    แต่ม้งไทย มีแค่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต.บางที่ หาได้มีนักการเมืองระดับ จังหวัด ประเทศ เลย ด๊อกเตอร์นับคนได้ แต่นั้นก็ไม่ได้ถือว่าม้งไทยจะด้อยกว่าแต่เป็นเพราะรูปแบบการปกครอง ประเทศไทยเสรีจริงแต่ในทางความเป็นจริงแล้ว มีอะไรซ่อนอยู่มาก ดังนั้น เป็นสิ่งที่ม้งไทยจะต้องพิสูจน์ให้สังคมไทยเห็นว่าเรามีความสามารถพอ

    แล้ว เจอกันใหม่…..

  19. EdiTor

    คุณม้งไทยแลนด์ ที่ม้งไทย ลาว อเมริกา แตกต่างกัน ผมพอจะเห็นที่มาที่ไปอยู่บ้างว่าทำไมม้งไทยถึงแตกต่างจากม้งลาว และอเมริกา นั่นคือม้งลาวอาจจะมากด้วยจำนวน ส่วนม้งอเมริกานั้นอาจจะมากด้วยการศึกษา รวมถึงระบบต่างๆ (การเมือง การศึกษา ฯลฯ) ของประเทศนี้ เปิดกว้างและส่งเสริมคนของเค้า

    แต่อีกจุดที่น่าสังเกตุก็คือ ม้งทั้งสองประเทศนี้มีพื้นเพเดียวกันนั่นคือ ประเทศลาว (ต้องยอมรับว่าม้งลาวหัวไวกว่าม้งไทย)

    สำหรับม้งในไทยนั้นผมว่าเราขาดความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง ผมเห็นม้งจบปริญญาจำนวนมากที่ไม่เคยใช้ใบปริญญาของตนเองให้เป็นประโยชน์เลย พอเรียนจบปุ๊บก็มุ่งหาชีวิตสันโดษ ชีวิตพอเพียง (กลับบ้านทำไร่ ทำสวน) โดยไม่ได้คำนึงว่าตนและครอบครัวลำบากมาทั้งชีวิต ..ม้งไทยจำเป็นต้องจริงจังกับชีวิตมากกว่านี้

    ผมมักจะแอบขำอยู่ข้างในเวลาได้ยินคนพูดว่า ม้งเราเก่งไม่แพ้ใคร เรียนเก่ง ทำงานเก่ง ..แต่ปัญหารุงรัง ปัญหาครอบครัว ยาเสพติด ความยากจน ฯลฯ

    เรายังเก่งไม่เสร็จ

  20. วิจารณ์

    ประชากรม้งไทยมีมากพอสมควร แต่หาเจ๋งๆ ที่จะเป็นผู้นำได้ หายาก ดังนั้นการเป็นเป็นผู้แทน/ผู้นำควรมีองค์ประกอบขั้นพื้นฐาน คือ
    1.มีความคิดก้าวหน้า ฉลาดทันคน ทันเกม ทันโลก
    2.มีหลักการ ใจถึง พึ่งได้
    3.ซื่อสัตย์ เป็นธรรม
    4.มีความกระตือรือร้น
    5.มีฐานะพอสมควร ครอบครัวสนับสนุน
    6……(เพิ่มเอาเอง)

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *