เลือกตั้งขั้นต้นไพรมารี่ ผู้สมัครม้งสอบตก

การเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารี่ เพื่อศึกการแข่งขันเป็นตัวแทนผู้ลงสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส. ในสภา คองเกรสของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน ได้ปิดหีบลงในเวลา 20:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และผลคะแนนเสียงของผู้ลงสมัครแต่ละคน ได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ถึงขณะนี้พูดได้ว่า ผู้ลงสมัคร ส.ส. ม้งคนแรกสอบไม่ผ่านรอบแรกในครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ของเขตการเลือกตั้งที่ 21 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งไพรมารี่ อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฎว่าอันดับหนึ่งคือ นายเดวิด วาลาดอ ได้รับคะแนน 20,948 เสียง อันดับสองคือ นายจอห์น เฮอร์นานเดซ ได้รับคะแนน 8,332 เสียง อันดับสามคือ นายบล่อง ซ่ง ได้รับคะแนน 7,286 เสียง ส่งผลให้คู่แข่งขันสองท่านที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด คือนายเดวิด ตัวแทนพรรครีพับลิกัน และนายจอห์น ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะได้เข้ารอบสอง เพื่อไปชิงชัยตำแหน่ง ส.ส. และมีผลให้นายบล่อง ซ่ง ต้องตกรอบไป

ตลอดหลายเดือนก่อนการเลือกตั้งไพรมารี่ครั้งนี้ ผู้ลงสมัครต่างพยายามรณรงค์หาเสียงและระดมเงินทุน ซึ่งนายเดวิดสามารถหาเงินทุนมาได้มากถึง 651,730 เหรียญ นายบล่องหาทุนได้ 168,000 และนายจอห์นมีทุนแค่ 32,389 เหรียญ

สำหรับนายบล่อง ซ่ง ที่มีทีมงานหาเสียงที่แข็งแกร่ง และยังสามารถหาเงินทุนได้มากภายในเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมา ทำให้พรรคเดโมแครต ได้ยกนายบล่อง ซ่ง ให้อยู่ในรายชื่อสมาชิกพรรค ที่เรียกว่า Emerging Races Program ซึ่งถือว่าเป็นสมาชิกที่ได้ทำการแข่งขันอย่างสูสี เพราะทำการรณรงค์หาเสียงอย่างฉลาด และหาเงินทุนได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น

ขณะที่หลายสำนักข่าว ก่อนหน้านี้เคยทำนายล่วงหน้าว่า นายบล่องน่าจะมีโอกาสชนะไปแข็งกับนายเดวิด แต่เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์ เมื่อในเขตนี้มีคนส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายเม็กซิกันที่มีสิทธิ์ไปเลือกตั้งถึง 49% ช่วยให้พวกเขาเทคะแนนให้นายจอห์น คนที่เป็นเชื้อสายเม็กซิกันเหมือนกัน ชนะนายบล่องไปได้อย่างน่าเสียดาย

แต่ทว่าบทเรียนสองเรื่อง ที่อาจทำให้นายบล่องหมดสิทธิ์เข้ารอบสอง ที่ควรนำมาพิจารณาแก้ไข นั่นก็คือ การกรอกใบลงรับสมัครที่ช้า นายบล่องส่งใบลงสมัครในวันสุดท้าย ในเดือนมีนาคม ปี 2012 จึงอาจมีส่วนทำให้เขาไม่มีเวลามากพอในการรณรงค์หาเสียง ซึ่งถือได้ว่าเขาลงแข่งผิดเวลา เพราะดูจากคู่แข่งอย่างนายเดวิด ที่ได้เริ่มรณรงค์หาเสียงเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2011 ส่วนนายจอห์นเริ่มหาเสียงในเดือนมกราคม
ส่วนเรื่องที่สอง คงหนีไม่พ้นเรื่องการลงรับสมัครในเขตเลือกตั้ง ที่เขาไม่ใช่คนอยู่ในเขต นายบล่องนั้นถือว่าอยู่นอกเขต แต่กลับไปลงสมัครเลือกตั้งในเขตที่ 21 จึงเปิดช่องว่างให้คู่แข่ง โหมโจมตีว่าจะเป็นตัวแทนประชาชนเขตที่ 21 ได้อย่างไร มันจึงดูไม่เหมาะสม การที่นายบล่องอยู่นอกเขตการเลือกตั้งที่ 21 อาจถือได้ว่าเขาลงแข่งผิดที่

การแข่งขัน ผิดที่ ผิดเวลา ของนายบล่อง อาจมีผลต่อความพ่ายแพ้ของเขาในศึกการเลือกตั้งไพรมารี่ครั้งนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม นายบล่องจะต้องออกมาให้การสนับสนุน นายจอห์น เพื่อนสมาชิกพรรคอย่างแน่นอน เพื่อแข่งนั่งเก้าอี้ดนตรีกับนายเดวิด เพราะเก้าอี้ ส.ส. ของเขตมีตัวเดียว และต้องแย่งมาให้ได้ ที่สำคัญคือเก้าอี้ ส.ส. ทุกตัว มีความหมายต่อพรรค และการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีด้วย
อีกสนามเลือกตั้งไพรมารี่ระดับรัฐ ที่ทำให้คนม้งที่เป็นคอการเมืองต้องตกใจและหมดลุ้นในวันเดียวกัน คือการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐแคลิฟอร์เนีย ในเขตเลือกตั้งที่ 23 ที่มี นายวอง มัวนู๊ตั่ว (แซ่มัว) มีดีกรีเป็นทั้งทนายความ และอาจายร์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเฟรสโน ลงสมัครในนามพรรครีพับลิกัน แต่ก็พ่ายแพ้อย่างหมดรูป ด้วยคะแนน 3,261 เสียง ได้ลำดับที่สี่ จากทั้งหมดห้าคน ทิ้งห่างอันดับหนึ่งคือนายจิม แพตเตอร์สัน ที่ได้คะแนนไป 18,174 เสียง

ถึงอย่างไรก็ดี การเลือกตั้ง ส.ส. ในสหรัฐฯ จะมีขึ้นทุกๆ สองปี ต้องมาติดตามดูว่านายบล่อง ซ่ง หรือคนม้งอื่นๆ จะกลับมาลงสมัคร ส.ส. สหรัฐฯ ในปี 2014 อีกหรือไม่ เพราะนี่คือก้าวแรก และครั้งแรกที่มีคนม้งได้ก้าวเข้ามาเล่นการเมืองระดับประเทศ หากม้งเราได้รับเลือก ส.ส. สักคนหนึ่งเข้าสภาคองเครส คนที่สอง สาม สี่ ก็อาจจะตามมา แต่ตราบใดที่ยังไม่มีเลยสักคน ตราบนั้นสังคมม้งก็ยังไม่มีผู้แทนที่จะเป็นปากเสียงให้กับคนม้ง เหมือนเชื้อชาติอื่นๆ สังคมม้งเราต้องมีการส่งเสริมคนเก่งที่มีความรู้ความสามารถ มาเล่นการเมืองทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ เพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ที่จะมีต่อสังคมม้ง