เสือสมิง ที่ดอยผาแดง

มาอ่านเรื่องสั้นเรื่องแรกของ ?โดมดอย? ที่เคยเขียนส่งนิตยสารเขย่าขวัญฉบับหนึ่ง ชื่อ ?สยอง? ที่ได้รับการตีพิมพ์ ปีที่ 4 ฉบับที่ 39 ประจำเดือนกันยายน 2538 ราคา 15 บาท ขณะนี้นิตยสารฉบับนี้ปิดตัวลงแล้ว เพราะพิษเศรษฐกิจ ฟองสบู่แตกในปี 2540 เลยอดได้ค่าเขียนไปด้วย เพราะที่อื่นต้องเขียนเข้าท่าจริง ๆ จึงจะได้รับการตีพิมพ์ ก่อนการปิดตัว โดมดอยได้รับการตีพิมพ์ประมาณ 5 เรื่อง ค่าเรื่องแล้วแต่สั้นยาว เขานับบรรทัดตีค่าเรื่อง แต่ละเรื่องของโดมดอยมีเค้าโครงเรื่องมาจากเรื่องจริงบ้าง แต่งเติมสีสันเข้าไปผสม โดมดอยยังไม่เก่งขนาดเขียนแล้วเป็นที่ยอมรับแต่วันนี้คลายเครียดจากข่าวคราวร้าย ๆ มาอ่านเรื่องสั้นบ้าง ชอบไม่ชอบก็ลองอ่านดูค่ะ

อยผาแดง บรรดาพรานดอยทุดคนรู้จักกันดี เพราะเป็นป่าทึบที่ประกอบด้วยไม้เบญจพรรณนานาชนิด และเล่าต่อๆ กันมาว่ามีสัตว์ป่าชุกชุม แต่ผีดุ มีพรานที่ยอมรับว่าตนมีวิชาอาคมป้องกันผีป่า สมิงไพรเคยเข้าไปลองดีอยู่เนืองๆ แต่ยังไม่เคยเห็นใครรอดกลับมาสักคนเดียว จนปัจจุบัน พรานดอยทั้งหลายเลยไม่มีใครกล้าเข้าไปลองดีอีกจึงไม่รู้ว่ามีอะไรที่ดอยผาแดงบ้าง

แต่สำหรับผม ?ปอลี? พรานดอยผู้เจนจัดเรื่องป่า ผมผ่านป่าทุกป่ามาแล้วนับไม่ถ้วน ยกเว้นแต่ป่าดอยผาแดง จะเข้าทีไรถูกทักท้วงทุกที แต่ครั้งนี้เห็นทีเอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ อาชีพพรานป่าถ้าไม่ล่าสัตว์ เอาเนื้อ หนัง นอ เขา มาขายแลกข้าวกินแล้วจะทำอะไรกินล่ะครับ เมื่อผมและเพื่อนทั้งสามตัดสินใจว่าจะไปดอยผาแดงแน่แล้ว เราก็เตรียมกระสุนปืนลูกซอง ที่ผลิตเองเป็นพิเศษ เผื่อเจอช้างงาม หรืออาจเป็นกวางเขาอ่อน ตามตำรายาโป๊ว ที่กล่าวกันว่าต้องมีส่วนผสมเขากวางอ่อน ถ้าโชคดีจริงคงได้กำเงินหมื่นแน่ ใครจะไปรู้ เมื่อเตรียมข้าวของเครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้งเรียบร้อยแล้ว เราทั้งสามก็ออกเดินทางเมื่อตะวันบ่ายคล้อย เพื่อมุ่งหน้าสู่ดอยผาแดง โดยใช้เวลาเดินทาง กว่า 4 ชั่วโมงเศษ เมื่อเข้าเขตป่าดอยผาแดงเสียงสิงสาราสัตว์ร้องระงมก้องไพร พวกเราเร่งมือทำห้างเพื่อเป็นที่พักและส่องยิงสัตว์ไปในตัว โดยเฉพาะป่าใหญ่ไม่น่าไว้วางใจ

เมื่อผมกับพรานเฒ่า เล่าเส่ง ทำห้างพักเสร็จก็พอดีกับพรานหนุ่ม ท่อน้ง ทำอาหารเย็นเสร็จพอดี เราทั้งสามทานอาหารค่ำเสร็จก็ทุ่มเศษๆ เราดับไฟให้สนิท ขึ้นห้างและจัดเวรยาม 3 ผลัด ผมผลัดแรกไปสิ้นสุดตอน 4 ทุ่ม เหตุการณ์ปกติ แต่ไม่มีเสียงสัตว์ร้องแม้แต่ตัวเดียว แม้เสียงหรีด หริ่ง เรไรก็ไม่มี หรือที่ที่เราทำห้างอาจไม่ใกล้ที่หากินของสัตว์ก็ได้ พรุ่งนี้ยังมี ผมอยู่ยามจน 4 ทุ่มเศษ ผมจึงไปปลุกเฒ่าเล่าเส่งมาอยู่ยามต่อ แล้วผมก็นอนหลับอุตุ เพราะเดินทางไกล อ่อนเปลี้ยเพลียแรงเต็มทน มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อได้ยินเสียงไก่ป่าขันระงมไพร ผมรีบลืมตามองหาสมาชิกว่าอยู่ครบหรือไม่ แต่ไม่เห็นท่อเน้ง แล้วท่อเน้งหายไปไหน หรือว่าเขาอาจลงไปทำธุระส่วนตัวผมจึงไม่เอะใจอะไร ผมปลุกเฒ่าเล่าเส่งแล้วลงมาก่อไฟหุงหาอาหารเช้า จนอาหารเช้าเสร็จก็ไม่เห็นท่อเน้งกลับมา ผมใจไม่ดีจึงบอกเฒ่า เล่าเส่ง ว่าผมจะไปหาน้ำ เพราะได้ยินเสียงน้ำไหลดังอยู่ใกล้ ๆ ผมรีบเดินตามเสียงน้ำไหล พอห่างจากห้างประมาณ 500 เมตร ผมก็เห็นรอยลากเป็นทาง จึงตามรอยนั้นไปเรื่อย ๆ จนถึงโขดหินใกล้ลำธาร อะไรนั่น……เศษเสื้อผ้า เศษเลือดเนื้อเกลื่อนบริเวณ และที่ผมช็อคสุดขีดเพราะเป็นเศษเสื้อผ้าของท่อเน้ง ผมรีบหันหลังกลับทันที และทำตัวปกติ และบอกเฒ่าเล่าเส่งว่าน้ำไหลลอดถ้ำอยู่ลึกมากตักน้ำไม่ได้ เมื่อเล่าเส่งถามหาท่อเน้ง ผมรีบปฏิเสธ และว่าท่อเน้งอาจหนีกลับระหว่างที่เราทั้งสองหลับอยู่ ขอให้เราเปลี่ยนที่พักก่อน เพราะผมอยากพิสูจน์ว่ามันคืออะไรกันแน่แต่ไม่บอกเฒ่าเล่าเส่ง จากนั้นผมกับเฒ่าเล่าเส่งเดินสำรวจหาที่ที่เหมาะ ใกล้แหล่งน้ำ เล่าเส่งส่งเสียงเรียกท่อเน้งตลอดทาง แต่สำหรับผมไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อ เพราะเห็นแต่ภาพสยดสยองเมื่อเช้านี้มาหลอนอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเดินมาถึงที่ใกล้แหล่งน้ำแห่งหนึ่งดังที่เราคิดไว้ ผมกับเล่าเส่งตัดสินใจพักที่นี่ โดยช่วยกันทำห้างที่พัก เมื่อแล้วเสร็จเล่าเส่งยิงนกที่มาเล่นน้ำยามร้อนได้ 4-5 ตัว เพราะไม่มีสัตว์ใหญ่ให้ยิงแม้สักตัวเดียว แม้ว่าได้ยินเสียงสัตว์ร้องจริง แต่พอออกตามเสียงที่ร้องกลับไม่มีร่องรอย เป็นเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จวนจะค่ำ เลยนำนกมาแกงป่ากินกัน แล้วรีบปีนขึ้นห้างที่พัก เพื่อรอคอยเวลาอันระทึกใจว่าคืนนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ผมให้เล่าเส่งอยู่ยามตั้งแต่หัวค่ำ หากเล่าเส่งง่วง หรือมีเหตุการณ์ไม่ปกติให้รีบปลุกผมทันที ผมพยายามหลับเอาแรง แต่ไม่สามารถหลับลงได้ หลับตาครั้งใดก็เห็นภาพสยดสยองของท่อเน้งมาหลอนอยู่ตลอด พอดึกเข้า ผมก็เริ่มเคลิ้ม ๆ และหลับไปในที่สุด

ผมมาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ผมรีบคว้าไฟฉายส่องปราดไปตามเสียงร้อง แล้วผมก็เห็นไอ้ลายพาดกลอนตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา กำลังคาบเล่าเส่งกระโจนหายไปในความมืด ผมยิงลูกซองคู่ชีพตามไปหลายนัด แต่ไม่ได้ผล แล้วป่าทั้งป่าก็เงียบเชียบเช่นเคย ผมขลาดเกินกว่าที่จะตามไอ้ลายไป ผมระวังตัวตลอดเวลาจนกระทั่งเช้า และคิดว่าลักษณะเล่าเส่งคงไม่ต่างอะไรกับท่อเน้งแน่ เฮ้อ….เหลือผมคนเดียวแล้วนะ….ผมจะอยู่เพื่อพิสูจน์ หรือกลับดี

ความขลาดเข้าครอบงำจิตใจผมทันที โดยไม่ต้องตัดสินใจ ผมพยายามออกจากป่าดอยผาแดง ผมคิดว่าเดินมาไกลแล้ว แต่แท้จริงแล้วผมกลับย้อนมาที่เก่าที่ผมค้างกับเล่าเส่งเมื่อคืนนี้ ผมพยายามอยู่ 3 ครั้งก็ไม่สามารถออกจากป่าได้ ผมไม่สงสัยเลยที่เขาว่าป่าอาถรรพณ์ ป่าแห่งนี้คงไม่ต่างจากที่ผมคิดแน่ เอาวะ…..ตายเป็นตายผมพยายามข่มความกลัวไว้ แล้วพักผ่อนให้มาก เพื่อเตรียมสู้กับไอ้ลายคืนนี้ อย่างไรเสียมันคงไม่ปล่อยผมแน่ ผมนั่งรอเวลาจนค่ำ กระสุนอาคม มีดหมอ เท่าที่มีอยู่ติดตัวมาคิดว่าจะป้องกันตัวได้บ้าง ผมนำออกมาวางไว้ข้างตัว รอจนนาฬิกาบอกเวลา 5 ทุ่ม หูผมก็ผึ่ง เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินคล้ายกำลังมุ่งมาทางผมเสียด้วย ใกล้เข้าทุกขณะ ผมมองตามเสียงตาไม่กระพริบ ซึ่งในความมืดนั้นผมก็ยังมองเห็นแสงสว่างอยู่บ้างจากแสงเดือนที่ฉายลงมา ทันใดนั้น….รับรองว่าตาผมไม่ฝาดแน่ ผมเห็นหญิงสาวชาวป่านางหนึ่งนุ่งกระโปรงสั้นเหนือเข่า เสื้อผ่าอกไม่มีกระดุมติดสักเม็ด ปล่อยให้อกกระเพื่อมไปมาตามจังหวะย่างก้าวของเธอ ผมเธอยาวสยายท่าทางจะสวยเอาการทีเดียว หล่อนเดินมาหยุดตรงใต้ไม้ใหญ่ที่ผมทำห้างอยู่พอดี แล้วพูดกับผมอย่างอ่อนหวาน

?พี่ชาย…..พี่ชายจ๊ะ…..ฉันรู้นะว่าพี่ชายอยู่บนนั้นน่ะ ฉันเหงามาก ลงมาคุยกันข้างล่างได้ไหมจ๊ะ ฉันกับพ่อแม่มาทำไร่อยู่ริมชายป่า ฉันตามกลิ่นควันไฟที่พี่ชายก่อไฟมาน่ะจ้ะ ฉันไม่มีเพื่อนเลย ฉันเหงา ลงมาคุยกันข้างล่างดีกว่านะ ฉันไม่ทำอะไรพี่ชายหรอกจ้ะ?

ผมไม่ได้อ้าปากพูดโต้ตอบหล่อนเลยสักคำเดียว ผมกำลังตลึงว่าป่าลึกอย่างนี้ ยังจะมีคนมาอาศัยอยู่ได้อย่างไรกัน หล่อนต้องไม่ใช่คนแน่ ความคิดผมก็แว็บขึ้นมาถึงคำพูดของผู้เฒ่าผู้แก่ว่า ?เสือสมิง? มักจะแปลงมาเป็นคน หรือเป็นญาติพี่น้องที่เรารู้จัก ทำให้เราตายใจ แล้วมันก็ขย้ำเรา ผมจึงตอบหล่อนไปว่าให้มาพรุ่งนี้ก็แล้วกัน แต่หล่อนพยายามตื๊อผมให้ลงไปหาหล่อนให้ได้ ถ้าผมไม่ลงไปหาหล่อน หล่อนก็จะขึ้นมาหาผมเอง ผมจึงบอกว่าหากหล่อนขึ้นมาผมก็จะยิง หล่อนออดอ้อนว่าผมใจร้ายหากไม่สงสารผู้หญิงตาดำ ๆ ก็ตามใจ หากผมไม่ลงไปหาหล่อนจริง ๆ เป็นหน้าที่หล่อนเองที่ต้องปีนต้นไม้ขึ้นมาหาผมแทน

หล่อนเริ่มปีนขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว ผมแน่ใจว่าหล่อนไม่ใช่มนุษย์แน่แล้ว เพราะเกินวิสัยที่ผู้หญิงพึงกระทำได้ ผมตัดสินใจยิงหล่อนทันทีที่แสกหน้าด้วยกระสุนอาคมที่ผมมีอยู่แค่ 5 นัด ได้ผล…..หล่อนหล่นตุบลงข้างล่าง กระสุนนัดแรกแค่เฉียดชายกระโปรงของหล่อนเห็นเป็นรอยแหว่ง แต่แปลก ทำไมชายกระโปรงหล่อนมีเลือดไหลออกมาโชกพอมองเห็น เสียงร้องโหยหวนของหล่อนฟังดูคล้ายสัตว์ร้ายมากกว่าเสียงมนุษย์ธรรมดาอย่างเรา ๆ หล่อนต่อว่าผมว่าทำชายกระโปรงหล่อนขาด แล้วหล่อนก็เริ่มปีนขึ้นมาอีก ผมตัดสินใจยิงแสกหน้า 2 นัดติดกัน แต่ทำไมไม่ระคายผิวของหล่อนเลย เพียงแค่หน้าหงายเท่านั้นเอง หล่อนหัวเราะเยาะผมว่า ผมทำอะไรหล่อนไม่ได้ เพราะหล่อนมีของดีติดตัว ถ้าอยากรู้ให้ผมลงไปหา หล่อนจะให้ผมได้เห็นเป็นขวัญตา หากไม่ลงไปหล่อนไม่เกรงใจผมอีกต่อไป ผมปฏิเสธ
ทันใดนั้นร่างของหล่อนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนจากหญิงงามผมยาว เป็นไอ้ลายพาดกลอนตัวที่ผมเห็นเมื่อคืนนี้ แล้วกระโจนขึ้นมาเกือบถึงห้างที่ผมนั่งอยู่ การกระโจนแต่ละครั้งใกล้ห้างเข้ามาทุกที เหลือกระสุนอีก 2 นัด ผมตัดสินใจยิงกรอกปาก มันหล่อนตุ้บไปนั่งยอง ๆ แล้วคายกระสุนออกมา 2 นัดที่ผมยิงไป ผมหมดทางสู้เพราะกระสุนอาคมยังเอามันไม่อยู่ อย่างอื่นคงไม่ต้องพูดถึง เหลือเพียงมีดหมอที่สั้นเพียงคืบแล้วจะทำอะไรมันได้

ขณะนั้นผมสังเกตุเห็นที่หางไอ้ลายมีเลือดออกซิบ ๆ คงเป็นนัดแรกที่ยิงแล้วมันไม่ทันตั้งตัวแต่หลบได้ เลยเฉียดแต่ปลายหางขาดไปเท่านั้นเอง ไอ้ลายคำรามเสียงก้องป่า มีดหมอในมือพร้อมลูกซองที่บรรจุกระสุนธรรมดาเตรียมพร้อม อีกทั้งปืนสั้นลูกโม่ อัดกระสุนเต็ม ขึ้นไก เตรียมลั่น เมื่อมันกระโจนมาเกาะที่ขอบห้างได้ แม้ผมจะยิงเป็นชุดจนนับไม่ถ้วน แต่ไม่ระคายผิวมันเลย มันกระโจนใส่ผมทันที ห้างที่ทำไม่แข็งแรงนัก หักและพังโครมลงมาเบื้องล่าง ความรู้สึกผมยังดีอยู่ แต่เจ็บแปล็บที่ขาขวา ผมพยายามลนลานหนีสุดชีวิต แต่ไอ้ลายไม่ปล่อยโอกาสให้ผมได้ทำอย่างที่คิด มันกระโดดตะปบผมอย่างแรง แล้วกระชากผมมาใกล้ ๆ มันคว้าผมได้ก็เริ่มหยอกล้อผมเหมือนแมวหยอกหนู ผมพยายามหนี แต่ขาข้างที่เจ็บไม่เป็นใจ ผมถูกมันเหวี่ยงขึ้นลง ไปมา จนผมหมดแรง เหลือเพียงลมหายใจแผ่ว ๆ ที่พอรู้ว่าผมยังไม่ตาย เมื่อมันหยอกจนพอใจ ทันใดนั้นไอ้ลายก็อ้าปากอันกว้างใหญ่ ผมมองเห็นฟันอันแหลมคมเรียงสลอนอยู่เต็มปาก ผมรีบหลับตาลง ผมไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป ผมเจ็บแปล็บที่ศรีษะ เพราะมันขบลงมาอย่างแรง อ๊าก..ก..ก

ผมค่อย ๆ ลืมตามองไปรอบ ๆ ผมฝันไปหรือเปล่า ผมถามตัวเองว่าผมตายแล้วใช่ไหม แต่ตอบตัวเองไม่ได้ ผมเหลือบไปเห็นพระธุดงค์ รูปหนึ่งเดินตรงมาที่ผมนอนอยู่ ?โยม…..ฟื้นแล้วรึ? ท่านนำน้ำมาให้ผมดื่ม และเล่าให้ฟังว่า ท่านมาจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำผาแดงทุกปีเพื่อโปรดสัตว์ที่นี่ ท่านรู้ว่าผมยังไม่หมดบุญจึงมาโปรด ส่วนเจ้าลายเป็นเสือ เคยไปกัดกินคนมามาก วิญญาณผีที่กัดกินไปเข้าสิงจึงกลายเป็นเสือสมิงไปในที่สุด ยิ่งฆ่าคนมากเท่าไหร่ จะยิ่งคงกระพันมากเท่านั้น แต่ท่านได้แผ่เมตตา แผ่บุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ดวงวิญญาณเหล่านั้น เมื่อวิญญาณเหล่านั้นได้รับส่วนบุญกุศล ต่างก็ไปผุดไปเกิดในภพใหม่แล้ว ส่วนเสือก็สำนึกในบาป มันจะถือศีลอุทิศกุศลให้เหล่าผู้คนที่ถูกมันฆ่ากินด้วย

ผมเป็นชาวดอยไม่เคยรู้เรื่องบาป-บุญ-กุศล-ผลกรรม มาก่อน ผมตัดสินใจว่าหลังจากหายป่วยครั้งนี้ ผมจะกลับมาปรนนิบัติท่าน แต่ท่านบอกผมว่าจะออกพรรษาอีกในไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว ไม่ต้องมาปรนนิบัติท่านหรอก ขอให้ผมละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตผู้อื่น เพราะสัตว์เหล่านั้นย่อมรักชีวิตของมันเช่นกัน หากทำได้ก็เหมือนผมได้รักษาศีลและแทนคุณท่านแล้ว ทุกวันนี้ผมเลิกฆ่าสัตว์แล้วจริง ๆ ผมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณของเล่าเส่ง กับ ท่อเน้ง ไม่เคยขาด ผมเข็ดแล้วจริง ๆ .