แม่ทูนหัว เรื่องเล่าประทับใจ

แม่ทูนหัว โดย โดมดอย

อาชีพนักจัดรายการในชนบท นอกจากให้ความสำราญกับชาวบ้านแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษาปัญหาสารพัดให้ชาวบ้านด้วย อย่างเช่นเรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจสำหรับฉันไม่มีวันลืม กล่าวคือ มีสามีภรรยาม้งคู่หนึ่งมาปรึกษาฉันว่าเขาอยากมีลูก แต่เขาไม่สามารถมีบุตรได้ หากจะขอบุตรบุญธรรมมาเลี้ยง ต้องไปที่ไหน และทำอย่างไร ฉันจึงบอกว่าสามารถไปติดต่อที่ประชาสงเคราะห์จังหวัด (ในขณะนั้น) แต่มีขั้นตอนมากหน่อย ถ้าต้องการจริงๆ ให้ไปปรึกษาระหว่างสามีภรรยาให้มั่นใจก่อน ถ้าแน่ใจว่าต้องการมีบุตรบุญธรรมจริงให้มาหาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อฉันจะพาไปปรึกษากับประชาสงเคราะห์จังหวัด ซึ่งฉันพอรู้จักเป็นการส่วนตัว เพราะนอกจากจัดรายการแล้ว ฉันยังเป็นผู้สื่อข่าวด้วย เลยรู้จักคนเยอะหน่อย ตอนนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้อย่างปัจจุบันนี้ การสื่อสารต้องใช้ประกาศทางวิทยุเท่านั้น มีอะไรก็ต้องเดินทางมาปรึกษาด้วยตัวเอง

หลังจากทั้งสองกลับไป ฉันได้ต้อนรับสามีภรรยาม้งคู่ใหม่ มาพร้อมบุตรสาวอายุประมาณ 18 ปี และตั้งครรภ์ได้ ประมาณ 7 เดือนเศษ พ่อแม่คู่นี้ขอร้องให้ฉันหาที่อยู่ชั่วคราว ให้ลูกสาวอยู่เพื่อคลอดลูก และไม่ประสงค์จะรับบุตรไปเลี้ยง เพราะลูกสาวมีสติไม่สมประกอบ (ปัญญาอ่อน แต่ไม่มาก พอช่วยเหลือตัวเองได้) ส่วนพ่อแม่ติดยาเสพติดทั้งคู่ ลูกสาวถูกชายใจชั่วข่มขืนจนตั้งท้องแต่ไม่ยอมรับ

ความคิดฉันขณะนั้นคิดเพียงว่า ฉันหาลูกให้สามีภรรยาคู่นั้นได้แล้ว….ฉันหาลูกให้สามีภรรยาคู่นั้นได้แล้ว…. ฉันจะดีใจเป็นอย่างมากหากทั้งคู่ไม่รังเกียจแม่ของเด็กแล้วรับเลี้ยงเด็กคนนี้ ฉันได้แต่ภาวนาขอให้ความคิดของฉันเป็นจริง ฉันจึงตอบพ่อแม่ของเด็กสาวที่ตั้งท้องว่าขอเวลา 2-3 วัน แล้วฉันจะส่งข่าวไปบอก แต่ฉันให้ความหวังว่า ฉันยินดีช่วยและแน่ใจว่าต้องช่วยได้แน่แต่ขอเวลาก่อนจึงจะบอกว่าจะช่วยด้วยวิธีไหน….
พอวันใหม่มาเยือน ฉันรีบออกอากาศไปบอกสองสามีภรรยาที่อยากมีลูก ให้มาหาฉันใหม่ ฉันมีข่าวดีจะบอก พอสาย ๆ วันนั้นทั้งคู่ก็มาหาฉัน และทราบข่าวดีจากฉัน ทั้งคู่ดีใจมาก ฉันจึงบอกที่อยู่ให้ และแนะให้ไปคุยกับพ่อแม่ของเด็กสาว ฉันแนะนำว่า ให้รับเด็กสาวมาเลี้ยงดูจนคลอด ดูแลให้แม่แข็งแรงก่อน ส่งกลับบ้านของเขา และจัดการเรื่องเด็กให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

อีก 3 เดือนต่อมา สามีภรรยาคู่นั้นอุ้มเด็กหญิงหน้าตาน่ารักอ้วนจ้ำม่ำมาหา และขอบคุณฉันที่ประทานลูกให้ทั้งสอง ฉันยิ้มด้วยความสุข ขณะที่ความสุขยังอาบหน้าฉันอยู่นั้น ความเศร้าก็มาเยือนพร้อมกัน ซึ่งแม่บุญธรรมของน้อง สมมุติว่าชื่อน้อง “ป๊ะกู๊” เล่าว่าได้ตกลงรับแม่ของน้องป๊ะกู๊มาอยู่ด้วย และดูแลจนคลอด หลังคลอดได้ 7 วัน พ่อแม่ก็มารับลูกสาวกลับบ้านไป ขณะที่ลูกสาวของเขามีไข้ อ่อนเพลีย เพราะเสียเลือดมากระหว่างคลอด เมื่อพากลับมาถึงบ้าน แต่ห้ามเข้าบ้านเพราะผิดผี ที่ไม่มีสามีแต่มีลูก และคลอดลูก

ตามความเชื่อของชาวม้ง ต้องอยู่นอกบ้านเป็นเวลา 1 เดือน จึงจะเข้าบ้านพ่อแม่ได้ พ่อแม่ให้นอนพักในห้องน้ำที่เย็นฉ่ำ และหลังคามุงจากที่รั่วจนเห็นท้องฟ้า คืนนั้นฝนตกหนักทั้งคืน พ่อแม่มัวแต่เสพยาเสพติด จนไม่เหลียวแลลูกสาว ไม่หาอาหารให้กิน จนรุ่งเช้า และแล้วลูกสาวผู้อาภัพก็จากไปโดยขาดคนเหลียวแล……ฉันเศร้าใจเป็นที่สุด ถ้าวันนั้นฉันไม่ตัดสินใจยกน้องป๊ะกู๊ให้สามีภรรยาคู่นี้ แต่พาไปอยู่บ้านพักฉุกเฉิน แม่ของเด็กคงไม่ตาย ถึงแม้ว่าน้องป๊ะกู๊ คลอดแล้วถูกทิ้งอยู่กับสถานสงเคราะห์เด็ก และหากโชคดีมีผู้ใจบุญมาขอเป็นบุตรบุญธรรม และฉันไม่มีโอกาสรู้ว่า ใครที่เป็นพ่อแม่บุญธรรมของเด็กน้อยก็ตาม…….หรือว่าแม่ของเด็กทำบุญมาเท่านี้ หรือว่า….ฉันตัดสินใจถูกต้องแล้ว……

ตอนนี้น้อง “ป๊ะกู๊” น้องแก้มป่องอายุ 12 ปีแล้วค่ะ ส่วนฉันก็ได้รับการร้องขอให้เป็นแม่ทูนหัวของน้องแก้มป่องด้วย แต่ฉันก็เต็มใจเผื่อจะลบรอยแผลที่ฉันมีส่วนให้แม่ที่แท้จริงของน้องป๊ะกู๊ต้องตายนั้น ตื้นขึ้นมาได้บ้าง……..