โอกาสทางการศึกษา

หลังจากได้เขียนเรื่อง “ระดับการศึกษาของคู่สามีภรรยา” ไปแล้ว ภาพวัยรุ่นม้งที่อาศัยศาลาข้างถนนเป็นบ้านหลังที่สองก็ผุดขึ้นมาในหัว ทำให้อยากเขียนเรื่องการศึกษาต่ออีกสักเรื่อง ก็ได้แต่หวังว่ากลุ่มวัยรุ่นม้งดังกล่าวจะมีโอกาสเข้ามาอ่านบ้าง

กลุ่มที่ออกจากโรงเรียนก่อนเวลาอันควรมีอยู่ด้วยกันหลากหลายกลุ่ม หลากหลายสาเหตุ บางคนออกเรียนด้วยเหตุผลที่น่าเห็นใจ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะออกเรียนด้วยเหตุที่ว่าเค้าไม่รักดีนั่นเอง

มีบางส่วนที่ออกเรียนด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะวัยเด็กมักไม่เข้าใจถึงคุณค่าของการเรียน ไม่รู้ว่าเรียนไปแล้วได้อะไร ดังนั้นเรื่องเรียนจึงต้องอาศัยพ่อแม่คอยสนับสนุนและปลูกฝังให้กับเด็กๆ

แต่ละเช้าที่ออกไปทำงาน ผมเห็นเด็กนักเรียนพม่าตัวเล็กๆ มายืนจับกลุ่มสองสามคนเพื่อรอรถไปโรงเรียน ทำให้ผมนึกย้อนมาที่สังคมม้งเรา ปัจจุบันโอกาสทางการศึกษาถูกส่งมอบถึงประตูหน้าบ้านแล้ว แต่ยังมีพวกเราจำนวนไม่น้อยที่ยังปฎิเสธมันอยู่

ย้อนกลับมาที่เด็กพม่า เด็กๆ เหล่านั้นเป็นลูกของแรงงานต่างด้าวที่มาอาศัยทำงานอยู่ใน อ.แม่สอด พวกเค้าเองก็คงไม่อาจคาดเดาอนาคตการศึกษาของลูกๆ ว่าในระดับที่สูงขึ้นไปพวกเค้าจะยังสามารถเรียนต่อในไทยได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยวันนี้พวกเค้าก็ได้ดิ้นรนเพื่อคว้าโอกาสที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ ของพวกเค้าแล้ว

แม้เด็กพม่าบางคนจะแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนที่เก่าซอมซ่อ แต่แววตาเด็กรวมถึงแม่ของเด็กๆ เหล่านั้น ดูกระตือรือร้นและมีความหวัง

มองกลับมาที่ม้งเรา ด้วยความเจริญและการแข่งขันที่สูงขึ้น พ่อแม่ที่เห็นความสำคัญของการศึกษา ก็จะทุ่มเทเพื่อการศึกษาของลูกๆ เพื่อเตรียมตัวให้เค้าสามารถแข่งขันกับคนอื่นๆ ในอนาคต

แต่สำหรับพ่อแม่ที่มองไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาแล้ว ก็มักจะให้ลูกเรียนตามมีตามเกิด และมักเอาความสะดวกของพ่อแม่เป็นที่ตั้ง นี่จึงเป็นที่มาของการส่งลูกไปเรียนตามโรงเรียนสงเคราะห์ (อ่านได้จากเรื่องนี้ “เด็กม้ง และความคาดหวังของพ่อแม่“)หรือส่งให้ไปเรียนไกลบ้าน เหตุผลเพียงเพื่อตัวเองจะได้มีเวลาทำไร่ทำสวน

คนที่คิดปิดโอกาสตัวเองก็เชิญปิดไปครับ แต่สำหรับใครที่คิดได้และอยากกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง ก็ขอเป็นกำลังใจให้ ช่องทางการศึกษาปัจุบันมีอยู่ด้วยกันหลากหลาย อย่าง กศน. มหาวิทยาลัยเปิด มหาวิทยาลัยเอกชน (กู้เรียนได้) นอกจากนั้นเรายังสามารถเลือกเรียนตามเวลาที่เราสะดวก อย่างเช่นเรียนภาคค่ำ หรือเสาร์อาทิตย์

หรือหากไม่อยากเรียนในระบบ ก็สามารถเรียนคอร์สสั้นๆ ที่เปิดสอนโดยทั่วไป เพื่อใช้ประกอบอาชีพ ซึ่งก็มีตั้งแต่คอร์สเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ ทำอาหาร เย็บปักถักร้อย ฯลฯ

สุดท้ายคือการศึกษาด้วยตัวเอง โดยการหาหนังสือมาอ่านเองที่บ้าน

แม้โอกาสทางการศึกษาจะมีอยู่โดยทั่วไป แต่ก็อยากให้พวกเราใส่ใจทำให้มันถูกต้องเสียตั้งแต่ตอนเริ่มต้น นั่นคือเมื่อยังเด็กหน้าที่ของเราคือเรียนก็จงเรียนไป เพราะไม่อย่างนั้นแล้วถ้าเราต้องมาเริ่มต้นเรียนอีกครั้งเมื่ออายุมากขึ้น ต้นทุนต่างๆ ก็อาจจะแพงขึ้น (เงิน และเวลา) ด้วย และนั่นก็จะยิ่งเพิ่มอุปสรรคเข้าไปอีก