ความเหลื่อมล้ำในสังคมม้ง
การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เพื่อนๆ เคยเอะใจกันบ้างหรือไม่ว่า สังคมม้งเรากำลังเดินไปสู่จุดที่จะทำให้เกิดความแตกต่าง ต่างๆ นาๆ ในสังคมม้งของเรา คนทีอาศัยอยู่ในที่ทุรกันดาร การดำรงชีวิตก็ยังคงเป็นไปเฉกเช่นที่เคยเป็นในอดีต ที่เช้ามา ก็ต้องเตรียมตัวออกไปทำไร่ สำหรับคนที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเมือง มีจำนวนไม่น้อยที่ได้สร้างหลักปักฐานกันอยู่ที่นี่แล้ว มีบ้าน มีรถ มีอาชีพการงานที่ดี .. แม้จะพูดปาวๆ ว่าอยากอยู่บ้านนอกก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงคือ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพราะมีหลายครั้งที่ผมเห็นพี่น้องม้งเราโต้แย้งกัน ไม่ว่าทางกระทู้ในเว็บไซต์ หรือในชีวิตจริง จะเห็นได้ว่าแต่ละคนจะอิงเรื่องราวตามสภาพท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่
เช่นว่า คนหนึ่งบอกว่าทำไมม้งเรายังมีการฉุดผู้หญิงไปเป็นภรรยาอยู่อีก (เพราะแถวบ้านยังมีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้น) แต่อีกคนอาจบอกว่าสมัยนี้ไม่มีเรื่องแบบนี้แล้ว (เพราะแถวบ้านไม่มีเรื่องแบบนี้ให้เห็นนานแล้ว) ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากความแตกต่างของสภาพสังคมของทั้งสองคน
ความเหลื่อมล้ำเกิดจากการที่ พวกเราไม่สามารถพัฒนา หรือเดินไปข้างหน้าได้พร้อมๆ กัน คนที่พร้อมกว่า ก็อาจจะก้าวไปข้างหน้าได้ไวกว่า แต่สำหรับคนที่ไม่พร้อม ก็อาจต้องใช้เวลามากกว่าในการที่จะก้าวไปในทางเดียวกัน
ฉะนั้นเพื่อนๆ พี่ๆ ที่พอมีอะไรในชีวิตบ้างแล้ว ก็ควรที่จะย้อนมองพี่น้องม้งที่ยังอยู่ข้างหลัง ว่าพอจะช่วยให้พวกเค้าก้าวผ่านชีวิตเดิมๆ ของพวกเค้าได้มั๊ย สำหรับพี่น้องม้งที่ยังอยู่ข้างหลัง ก็คงต้องได้คิดให้มากหน่อยว่า คนที่เค้าก้าวไปใกลแล้ว เค้าทำอย่างไร และเราต้องทำอย่างไรให้มีชีวิตดีขึ้น .. สิ่งสำคัญสำหรับเรื่องนี้คือ การศึกษา และการมีความคิดที่เปิดกว้าง

Sep 26th, 2008 at 3:55 pm
เพราะสังคมม้งยังไม่มีคำว่า แบ่งปัน สามัคคี หรือ คนที่มีแล้ว ช่วยคนที่ยังไม่มี โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆครับ นี่คือ ความคิดส่วนตัว
ด้วยปรารถนาดี
Sep 26th, 2008 at 9:01 pm
แทบทุกสังคมก็มักจะเป็นอย่างนี้ครับ เพียงแต่ว่าหากสังคมไหนมีคนแบบนี้น้อยกว่า สังคมนั้นก็จะน่าอยู่กว่าครับ
Sep 29th, 2008 at 12:30 pm
ผมอยากทราบว่า คุณใช้มาตรฐานไหนมาตัดสินว่า ชีวิตม้งบ้านนอก หรือม้งในกรุง อันไหนดีกว่ากัน อันไหนพัฒนากว่ากัน สิ่งที่คุณกำลังเขียนคือ ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของม้งนะ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา(ซึ่งอาจจะนานมากๆ )ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ยุค สมัย ผมภูมิใจที่อยู่บ้านนอก ตื้นเช้าไปไร่ สวน ชีวิตแบบนี้ผมก็เห็นว่าดี และก้ได้นำวิทยาการสมัยใหม่หลายอย่างไปพัฒนาไร่สวน นี้ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งของการเกษตรสมัยใหม่สำหรับม้ง อะไรคือการพัฒนาในความคิดของคุณหละ หรือม้งทุกคนต้องทิ้งไร่สวน และลงมาเป็นลูกจ้างในเมืองเสียให้หมด นี้หรือ การพัฒนาในความคิดของคุณ แน่นอนการเรียนการศึกษาสามารถพัฒนาม้งได้ แต่ต้องพัฒนาสิ่งที่คุณเป็นให้ดียิ่งขึ้น และวัฒนธรรมของคุณต้องไม่สูญไปกับการพัฒนานั้น ๆ
Sep 29th, 2008 at 3:13 pm
ตอบคุณ ม้งในเมือง ครับ ผมไม่ทราบว่ามีประโยคไหนที่ทำให้ คุณ ม้งในเมือง เข้าใจผิดหรือเปล่า แต่ผมอยากอธิบายตามนี้ว่า สิ่งที่ผมพูดไปนั้น แค่พยายามชี้ให้เห็นว่าสังคมม้งเรามีความเหลื่อมล้ำสูงขึ้นทุกวัน ไม่ได้มีเจตนาเปรียบเทียบความแตกต่างของชีวิตม้งในเมือง กับม้งในชนบทแต่อย่างใด ถ้าได้ชื่อว่าม้งแล้วนั้น ล้วนเป็นคนชนบทครับ
หากมีประโยคไหน หรือบทความใดที่เพื่อนๆ พี่ๆ เห็นว่าไม่สมควร สามารถแจ้งได้นะครับ กระผมจะรีบทำการแก้ไขทันที ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นที่ดีๆ ครับ
Oct 1st, 2008 at 8:49 am
ผมขอแสดงความคิดเห็นหน่อยครับ กับสภาพความเป็นจริงของพี่น้องม้ง ผมเข้าใจว่าประเพณีต่าง ๆที่เรามีนั้นบางอย่างก็ดีและบางอย่างก็ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย เช่น การฉุดผู้หญิงนั้นผมมีความเห็นว่าควรที่จะเลิกได้แล้ว ผมเห็นบางที่เมื่อเวลามีเหตุการณ์ดังกล่าวพ่อแม่หรือญาติพี่น้องก็มักบอกว่าเป็นประเพณีแต่ว่าถ้าตามกฏหมายแล้วนั่นคือการ ข่มขีน กักขังหน่วงเหนื่ยว เลยนะครับ และโทษก็ไม่ใช่เบา ๆด้วย ถ้าหากเรา(ที่เป็นผู้ชาย)รักหรือชอบเขาทำมายไม่ใช้ความสามารถในการทำให้ได้เขามาด้วยความเต็มใจล่ะ ผมเห็นผู้ที่ทำแบบนี้หลายคู่แล้วส่วนใหญ่มักจะไปไม่รอดและก็สร้างปัญหาให้กับสังคมด้วยเช่นการทิ้งลูกที่เกิดมาไม่รู้เรื่องด้วยแต่กลับเป็นเหยื่อของสังคม แล้วส่วนใหญ่ผู้ที่เสียก็มักจะเป็นฝ่ายหญิงมากกว่า เพราะหากคนใดที่ถูกฉุดแล้ว สังคมก็มักจะตีตราว่าคนนี้ไม่บริสุทธิ์ และหาคู่ยากมาก(เมื่อเลิกกับคนที่ฉุด) ผมจึงอยากบอกผู้ชายทุกคนว่าอย่าให้ความเห็นแก่ตัวนี้มาเป็นข้ออ้างและอย่าเอาประเพณีมาทำอีกเลย และเพราะประเพณีนี้เองทำให้คนไทยหรือคนเผ่าอื่นเขาดูถูกเรามาก ผมเคยได้ยินพวกเขาคุยกันว่าหากอยากได้หญิงม้งก็ไม่ยาก “ฉุดเลย หากไม่อยากได้แล้วก็ทิ้ง” ผมรู้สึกว่าทำไมเขาดูถูกพวกเราขนาดนี้
ประเพณีบางอย่างของเราที่ดี ๆ ผมก็อยากให้อนุรักษ์แต่บางอย่างที่มีผลทำให้พวกเราเสื่อมเสียก็อยากให้เลิกซะถึงแม้จะต้องใช้เวลามากเท่าไรก็ตาม