A People?s History of the Hmong หนังสือม้งมาใหม่

หนังสือม้งออกใหม่เล่มนี้มีชื่อว่า “A People?s History of the Hmong” หรือหากจะแปลเป็นไทยก็น่าจะได้ว่า “ประวัติศาสตร์ชนชาติม้ง” หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ศาสตราจารย์ Paul Hillmer

a-people-history-of-the-hmong
A People?s History of the Hmong
บนโต๊ะ EdiTor

A People?s History of the Hmong” เป็นบันทึกเรื่องราว และเหตุการณ์ของชาวม้ง ระหว่างทศวรรษที่ 1940 ถึงทศวรรษที่ 2000

หนังสือเล่มนี้ถูกแบ่งออกเป็น 6 ส่วน โดยส่วนที่ 1 เป็นการกล่าวถึงประวัติศาสตร์ด้านประเพณี และวัฒนธรรม รวมถึงความเชื่อของชาวม้ง ก่อนที่ชาวม้งในลาวจะเข้าร่วมกับฝรั่งเศส ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

ส่วนที่ 2 และ 3 จะเป็นการกล่าวถึงความขัดแย้ง และความแตกแยกครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ไม่เฉพาะแค่ในรัฐบาลลาว หรือราชวงศ์ในลาว แม้แต่ชาวม้งเองก็มีการแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเช่นกัน

ส่วนที่ 4 เมื่อนายพล ว่าง เปา ต้องลี้ภัยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ชาวม้งนับหมื่นต้องหลั่งไหลออกนอกประเทศ

ส่วนที่ 5 ความกลัว และความสับสน กับชีวิตการเป็นผู้อพยพลี้ภัยในประเทศไทย ความหวัง และการรอคอยที่จะได้ไปตั้งรกรากในประเทศที่สาม

ส่วนที่ 6 ความท้าทาย และการได้มาซึ่งสัญชาติของตนในประเทศที่สาม รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศที่สาม

ศาสตราจารย์ Paul Hillmer ได้สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องมากกว่า 220 คน รวมถึงนายพล ว่าง เปา ด็อกเตอร์ Gary Yia Lee ด็อกเตอร์ Yang Dao รวมไปถึงอดีตเจ้าหน้าที่ CIA หลายคน คุณจึงมั่นใจได้ว่าในหนังสือจะเต็มไปด้วยเรื่องราว และเหตุการณ์จริง ที่จะสามารถนำคุณย้อนยุค กลับไปอยู่ในเหตุการณ์เดียวกันกับพวกเค้า แต่เชื่อเถอะ สิ่งที่คุณสัมผัสได้จากการอ่าน จะไม่สามารถเทียบได้กับสิ่งที่พวกเค้าพบเจอในอดีตที่ผ่านมา

ในหนังสือเล่มนี้ ท่านจะได้เห็นจุดเปลี่ยนของชาวม้งตั้งแต่ทศวรรษที่ 1940 (ตามหนังสือมีการท้าวความไปจนถึงช่วงทศวรรษ 1920) ถึงทศวรรษนี้ (2000) เริ่มจากการที่ชาวม้งร่วมต่อสู้กับทหารฝรั่งเศส จากนั้นก็ร่วมต่อสู้กับสหรัฐอเมริกา (CIA) แต่เมื่อสหรัฐถอนกำลังออกไป ชาวม้งจำนวนมากต้องลี้ภัยมายังประเทศไทย และกำเนิดเป็นศูนย์อพยพขนาดใหญ่ตามมา ตั้งแต่ศูนย์อพยพบ้านวินัย มาจนถึงวัดถ้ำกระบอก และล่าสุดคือ บ้านห้วยน้ำขาว

ด้วยความทุ่มเท และทำงานอย่างหนักของ ศาสตราจารย์ Paul Hillmer จึงอาจกล่าวได้ว่านี่เป็นหนังสืออ้างอิงทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง ที่ม้งเราเคยมีมา หนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของชาวม้งระหว่างทศวรรษที่ 1940 ถึงทศวรรษที่ 2000 ได้ถูกบันทึกไว้แล้ว

?A deeply important book. Instead of skimming the glossy highlights of America?s involvement with the Hmong people during the ?Secret War? in Laos, Professor Hillmer has given us a stark and vivid picture of the Hmong in the war?s tragic aftermath and ultimately a testament to the strength of these remarkable people.?
Vint Lawrence, former CIA agent stationed in Laos

?Paul Hillmer provides fresh and insightful details about military involvement in Laos by the Hmong and their flight to America, suggesting new lines of inquiry for future scholarship.?
Franklin Ng, professor and coordinator of Asian American Studies program, California State University, Fresno

?[Hillmer] has cast a wide net to bring in many views, resulting in important and penetrating narratives and a lengthy bibliography of unique sources. His efforts will raise the level of knowledge and scholarship on the U.S.?Hmong experience.?
Timothy N. Castle, author of At War in the Shadow of Vietnam: U.S. Military Aid to the Royal Lao Government, 1955?1975

?A fresh approach. Not simply another academic retelling of this tragic episode of Hmong history, these firsthand accounts from ordinary people make readers feel as if they were witnessing and taking part directly in the events themselves.?
Gary Yia Lee

?In a world that still knows too little of the forces that wreak havoc on humanity, this book probes the possibilities of history, providing at once both a clearer and a more complicated understanding of a people in the making.?
Kao Kalia Yang, author of The Latehomecomer: A Hmong Family Memoir

?Paul Hillmer gives voice to many different people with varied experiences contributing to a broader understanding of the complexity of Hmong entanglement in past and present global politics.?
Chia Youyee Vang, author of Hmong in Minnesota

“With dedication and hard work of Professor Paul Hillmer, I could say that this is one of the best books of Hmong historical reference we have ever seen. A history of the Hmong people during the year 1940 to 2000 has already been recorded!.”
Hmongasia.com

หนังสือเล่มนี้ แม้จะเป็นแค่ประวัติศาสตร์ช่วงสั้นๆ แต่ก็อัดแน่นด้วยข้อมูลจากผู้ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ที่เคยผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมา และถือเป็นเรื่องที่โชคดี ที่ศาสตราจารย์ Paul Hillmer ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ได้ทัน ก่อนที่บุคคลเหล่านี้จะเหลือไว้เป็นแค่เรื่องเล่าให้กับคนม้งรุ่นหลัง

จากชีวิตดั้งเดิมตามป่าเขาที่ไม่ต้องเสียภาษี ใช้ชีวิตอิสระ ขายวัวตัวหนึ่งก็สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ทั้งปี ชีวิตไม่ต้องขึ้นกับใคร ไม่้ต้องมีกฏหมายเข้ามาบังคับใช้ แต่แล้วจู่ๆ ยุคสมัยก็นำพาให้ชีวิตคนม้งเปลี่ยนไป และในเรื่องนี้เราคงโทษสงครามไม่ได้ เพราะยุคนั้นถือเป็นยุคแห่งการทำสงคราม และเหนืออื่นใด คุณต้องเลือกพันธมิตรของคุณ เพื่อความอยู่รอดของตัวคุณ และญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงของคุณ

22 Comments

  1. เด็กเสเพล

    อยาด้ายมาอ่านจัง เล่นกี่บาท

  2. โป๊ยเซียน

    อื่มร์….ถ้าเปงภาคภาษาอังกฤษละก็ ผมขอบายคับ คงไม่มันส์ สำหรับผม ?

    รอให้ท่านภารโรงแปลเปงไทยๆ ก่อนค่อยมะอ่านคับ อิๆๆ (หางานให้ทำ)

    ขอบคุณ๐

  3. EdiTor (Post author)

    คุณ เด็กเสเพล ราคาให้ลองคลิกไปดูตามลิ้งนะครับ เผื่อมีการเปลี่ยนแปลง

    คุณ โป๊ยเซียน เกรงว่าจะแปลไม่ได้ครับ เพราะเดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย

  4. ไร้อาณาจักร

    อายลูกหลานอดสูเศร้า ไร้ผืนปฐพีรองชีวิตนี้ สุขนักหากมีฝุ่นครั้งอดีตให้ดม ก่อสร้างเป็นร่าง ต้องฟ้าลิขิตให้บันดล เป็นธาตุ 4ให้จับต้อง รองสังขารชีวิตม้งสุขประเสริฐ

  5. dasvib

    ถ้าเป็นภาษาม้ง ผมก็อยากได้นะครับ?

  6. EdiTor (Post author)

    น่าเสียดายครับ เราคงไม่ีมีโอกาสได้อ่านภาคภาษาไทย เพราะกลุ่มผู้อ่านค่อนข้างแคบ คงไม่มีเจ้าไหนเค้ากล้าแปล

  7. เด็กม้งคนหนึ่งเหมือนกันนะ

    น่าเสียดายจังค่ะ เพราะดิฉันก็เป็นคนคนหนึ่งที่อ่านภาษาม้ง ไม่ออก แต่ถ้า รูปเล่มเป็นฉบับภาษา

    อังฤกษก็ไม่แน่ ขอบคุณนะค่ะ สำหรับการแนะนำหนังสือ แล้วจะหามาอ่านนะค่ะ

  8. ม้งขอรับ

    ผมอ่านมานไม่ออก ทั้งม้ง ทั้งอังกฤษ ใครอ่านจบแล้วช่วยๆแปลคร่าวๆได้ป่าวอยากรู้แต่คงไม่มีโอกาส

  9. พิสภฐ

    น่าสนใจมากเลย อยากให้พี่ๆที่เกี่ยวข้องเเละที่นำเสนอช่วยกรุณาเเปลภาคภาษาไทยด้วยนะ เพราะวันนี้มีพี่น้องม้ง อีกมากที่ยังอ่านม้งและอังกฤษไม่ได้ ถ้ามี่ภาคภาษาไทยน่ามี่ความรู้ให้กับลูกหลาน หรือม้งๆที่สนใจในอดีตม้งที่ผ่านมาให้เก็บไว้ในความทรงจำได้ ยังไงก็ขอฝากพี่ทีมงานที่เกี่ยวข้องด้วย ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากอ่านมากเเต่อ่านม้งไม่ออกครับ อังกฤษก็เเปลไม่ได้

  10. EdiTor (Post author)

    เรื่องค่าลิขสิทธิ์การแปลนั้นคงไม่ใช่น้อยๆ ครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมจะลองติดต่อกับทางสำนักพิมพ์ดู เผื่อเค้ามีไอเดียแปลไทย หรือทำตลาดในไทย แล้วจะเอาผลมาแจ้งให้ทราบนะครับ

    อยากให้พวกเรามีหนังสือเกี่ยวกับม้งไว้อ่านเหมือนกัน เพราะเราไม่ค่อยมีหนังสือเกี่ยวกับม้งที่เป็นภาษาไทยกันเลย

  11. Amrich

    ผมอ่านมานไม่ออก ทั้งม้ง ทั้งอังกฤษ ใครอ่านจบแล้วช่วยๆแปลคร่าวๆได้ป่าวอยากรู้แต่คงไม่มีโอกาส;

  12. กณิกา

    น่าสนใจมาก นี่คือประวัติศาสตร์ที่เราอาจไม่ได้เขียนเอง แต่มันก็เป็นข้อมูลความรู้แก่คนรุ่นเราและคนรุ่นต่อไป.

  13. กณิกา

    อยากได้หนังสือค่ะ สั่งซื้อได้จากใหนคะ.

  14. EdiTor (Post author)

    คุณ กณิกา ผมได้สร้างลิ้งค์ไว้เรียบร้อยนะครับ แต่เป็นเว็บนอก การสั่งซื้ออาจต้องสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ ลิ้งค์ http://shop.mnhs.org/moreinfo.cfm?Product_ID=2235

  15. ลูกหลานหน่วยรบพิเศษ

    ในประเทศไม่มีขายหรอคับ
    ถ้ามีที่ไหนบ้างคับ
    จุฬาหรือธรรมศาสตร์
    เดียวผมจะนำมาแปลเอง

  16. k

    ดีคะ
    ดิฉันอยากได้หนังสือเล่มนี้
    จะหาชื่อได้ที่ใหนคะ
    ตอบด้วยคะ

  17. EdiTor (Post author)

    ใครที่สนใจสั่งซื้อ ให้ลองติดต่อไปยังร้านหนังสือ AsiaBooks นะครับ เห็นในเว็บไซต์เค้ามีรายการนี้ แต่ไม่มีในสต๊อก

    ชื่อหนังสือ A People s History of the Hmong
    ราคา US$28.81 หรือประมาณ 936.00 บาท
    ISBN : 9780873517263
    เว็บไซต์ http://www.asiabooks.com
    ติดต่อ Tel: 02-715-9000 ext. 8103, 8102

    หรือจะติดต่อโดยตรงกับทางร้านก็ได้ครับ (ตามห้างใหญ่ๆ จะมีร้านนี้อยู่) ซึ่งน่าจะได้หนังสือภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม ให้ลองโทรสอบถามรายละเอียดดูก่อนนะครับ

    ปล. สุดท้ายหากไม่ได้จริงๆ ผมจะรับดำเนินการให้ครับ โดยสั่งซื้อตรงจากเมืองนอก

  18. ming_LoVeLy

    หนังสือน่าสนใจจังเลยค่ะ

  19. I want to know

    อยากถามว่าที่สยามพารากอน,สยามดิสฯ,สยามเซนเตอร์มีขายหรือเปล่าคะ?คือว่าหนูสนใจมากค่ะอยากได้มาอ่าน… ไม่มีฉบับแปลไทยหรือคะ?งั้นฉบับแปลอังกฤษก็ได้ค่ะ…หนูเห็นว่าแม้กลู่มผู้อ่านฉบับภาษาไทยจะแคบแต่ก็สำคัญไม่ใช่หรือคะ?ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจมีผู้สนใจอ่านมากขึ้นก็เป็นได้เพราะปัจจุบันเด็กวัยรุ่นม้งได้รับการศึกษากันมากขึ้นเรื่อยๆเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อยากอ่าน..อยากรุ้จัก แต่อาจเป็นเพราะยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเว็บนี้และหนังสือม้งของม้งยังมีน้อยหรือแทบจะไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ…คำถามสุดท้ายขอถามว่ามีอีเมล์ติดต่อกับอาจารย์ที่เขียน A People’s History Of The Hmong บ้างไหมคะ?(ขอบคุณค่ะ)

  20. EdiTor (Post author)

    I want to know ..เรื่องการแปลหนังสือ ปัญหาอยู่ที่ค่าลิขสิทธิ์น่ะครับ หากแปลน้อยก็ไม่ได้ทุนคืน หากแปลมากก็อาจจะขายไม่หมด อีกอย่างเล่มนี้ถ้าแปลเสร็จ ตีพิมพ์มาราคาคงหลายตังค์ ผมเองก็อยากให้พวกเรามีหนังสือคุณภาพไว้อ่าน รวมถึงได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของม้งเราเอง แต่ก็จำกัดเรื่องเงินทุนจริงๆ ครับ

    ที่ สยามดิสฯ มีร้านหนังสือ Asiabook นะครับ น่าจะอยู่ชั้นสาม โซนทางเข้าจากสยามเซ็นเตอร์ ร้าน Asiabook น่าจะให้สั่งจองได้ครับ

    สำหรับอีเมล์ของศาสตราจารย์ Paul Hillmer นั้นผมไม่มีครับ ผู้ติดต่อผมคือผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักพิมพ์แห่งนี้ครับ ..ลองค้นใน Google ดูนะครับ

  21. Lee series (Yias Lis)

    เช่นกันล่ะครับ
    อยากอ่านเหมือนกัน อยากรู้

    ผมมีคำพูดหนึ่งฝากให้พี่น้องม้งทุกคนครับ (บอกต่อด้วยนะ)

    ไม่มาก แต่ยั่งยืน ช้าช้า แต่มั่นคง

    อยากเห็นม้งเป็นสังคมที่รักกัน อยากเห็นเราเป็นคนมีอำนาจ และอีกมากมาย
    ผมเชื่อเหลือเกินว่า หลายๆคน หรืออาจทุกคน (ม้ง) คงอยากให้เขาเรียกเรา
    ว่า ชาวม้ง / ชาวไทยเชื้อสายม้ง ไม่ใช่ชาวเขาเผ่าม้ง หรือ เผ่าม้ง หรืออื่นๆ
    หากเราสามารถบัญญัติคำนี้ออกมาได้ สังคมม้งก้อไม่กลัวใครแล้วล่ะครับ
    แล้วจะทำยังไง นั่นคือสิ่งที่เราต้องมาคิด

  22. คิดนอกกรอบ

    คำถามที่อยากจะถามก็คือ ในอดีตม้งอยู่ในประเทศลาวมากมาย แล้วทำไมม้งบางส่วนจึงอยู่ในประเทศลาวไม่ได้ในเวลาต่อมา คำตอบ เพราะม้งเราแตกความสามัคคีกัน เท่าที่ฟังจากประวัติในลาว นายพลวางเปา น่าจะเป็นม้งคนหนึ่งที่มียศตำแหน่งสูงที่สุดในรัฐบาลลาว แต่คงมีม้งอีกไม่น้อยที่อิจฉาริษยานายพลวางเปา ทำให้ความลับรั่วไหล เกิดการแตกแยก ในสมัยนั้นม้งในลาวคงมีไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมไม่สามัคคีหรือทำไมสามัคคีกันไม่ได้ล่ะ เป็นเพราะนิสัยคนม้งเราน่ะ ไม่อยากเห็นใครได้ดีกว่าตนเองเป็นที่สุด(ผมก็ม้งนะ ถือว่าว่าตัวเองล่ะกัน) ประเภทที่ว่ามึงได้ดีขึ้นสูง กูก็จะสอยให้มึงร่วงลงมา แล้วผลก็คือ พี่น้องม้งอีกจำนวนมากมายต้องระเห็จเร่ร่อนไปทั่วโลก พลัดลูกพลัดเมีย มาสู่ในปัจจุบันไม่ต้องมองไกลหรอก มองไปที่หมู่บ้านของคุณเท่านั้นพอ มีสักคนที่เขามีตำแหน่งหน้าที่การงานในทางราชการหรือเปล่าล่ะ จะมีคนส่วนหนึ่งที่อิจฉาริษยาอยู่ หรือไม่ก็แค่ผู้ใหญ่บ้าน ก็มีคนคอยจะสอยลงมาให้ได้ทุกวี่วัน (อาจแย้งว่าระบอบตรวจสอบ) ดังนั้น เมื่อนำ จำนวนที่ม้งเรามีน้อยคนนัก บวกกับ การที่คนม้งเราไม่มีความรักความสามัคคี บวกกับ ความอิจฉาริษยา จึงให้ค่าเท่ากับ เราไม่มีประเทศอยู่เป็นของเราเอง อาจมีความคิดแย้งว่าก้อคนเราน้อยเราจะไปสู้คนอื่นได้อย่างไร มีคนเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ม้งในจีน เป็นประวัติศาสตร์ที่ดีครับ แต่เราลองไปดูของจีนด้วยในบางช่วงเวลา กลุ่มคนที่ปกครองจีน เป็นชนกลุ่มน้อยนะ ไม่ใช่คนพื้นเมืองส่วนใหญ่ ดังนั้นหากท่านใดที่มีเรื่องที่พอจะเป็นอุทาหรณ์ให้เราเป็นเครื่องเตือนใจได้ก็ให้นำมาเสนอ เราเสนออีกด้านหนึ่งเพื่อพัฒนาให้สังคมม้งดียิ่งๆขึ้นไปครับ ขอบคุณครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *