กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
ผมได้เขียนบทความหมายๆบทแล้ว ไม่รู้เป็นไงบ้าง อยากให้พี่น้องม้งทุกคนช่วยวิจารณ์ให้หน่อย เพราะการตำหนิจุดอ่อนนั้นจึงจะเป็นจุดแข็งในอนาคต แต่ผมก็ยังยืนยันในที่นี้ว่า สิ่งที่ผมเขียนเป็นเพียงความปรารถนาอยากให้ความบันเทิงใจ แก่พี่น้องม้งเท่านั้น ไม่มีความปรารถนาเป็นอื่นหรือมักใหญ่ใฝ่สูงแต่ประการใด
ทำไมเกิดเป็นคนแล้ว ต้องมีการดื่ม การกิน อะไรต่างๆ นานาด้วย? หลายท่านอาจเคยตั้งคำถามในใจให้กับตนเอง แต่ยังไม่กล้าที่จะไปถามใครอื่น เดี่ยวเขาจะหาว่าเป็นคนเสียสติ กล่าวได้เช่นนั้นจริง เพราะว่ามนุษย์หรือที่เรียกว่าคน พอออกจากครรภ์มารดาก็ต้องดื่มกินแต่นั้นเป็นต้นมา จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนแต่ยอมรับว่าเป็นความจริง และเห็นมาตั้งแต่จำความได้
ผมเคยถามตัวเองเล่นๆว่า หากมนุษย์ไม่มีการกิน มนุษย์ก็คงไม่มีใครยากจนใช่หรือเปล่า? เนื่องจากบางช่วงของชีวิตในสมัยที่เป็นเด็กๆ ยากจนถึงกับแทบไม่มีจะกิน จึงมีคำถามเหล่านี้ประดังขึ้นมาในห้วงลึกของหัวใจตลอดมา
ผมจำได้ว่าเด็กม้งส่วนใหญ่ในสมัย 30 กว่าปีก่อนโน้น พอเริ่มที่จะเดินได้เล่นได้ อายุ4-5 ขวบ [...]
เรียนไม่จบ ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะจบสิ้น
บทความโดย คนบ้านเลขที่96
ผมไม่ใช่นักเขียนที่เขาเรียกว่าเป็นมืออาชีพ แต่การเขียนของผมเริ่มจากการเขียนบันทึกประจำวันในแต่ละวัน จนในที่สุดผมจึงเริ่มมาลองเปลี่ยนเป็นเขียนบทความส่งให้พี่ม้งเอเชียเพราะอยากมีส่วนร่วม ที่ช่วยการสร้างสรรค์ให้ความบันเทิงใจให้กับพี่น้องม้ง ดังนั้นมุมองของผมอาจแคบ ด้อยประสบการณ์และไร้สาระนิดๆ แต่ผมเขียนด้วยหัวใจที่นิดๆ แต่ไม่น้อยนะ ฮ่าๆๆ
ผมเจอข้อความที่ post ข้อความหนึ่งว่า ไม่อยากให้มีการตำหนิคนเรียนไม่จบ ผมก็เลยอยากเขียนให้กำลังใจกับพี่น้องม้งเหล่านั้น ที่เรียนหนังสือไม่จบ แต่ไม่ได้ยุให้เลิกเรียนหรือหนีเรียนแต่ประการใด เพียงแค่อยากให้กำลังใจกับคนที่เป็นอดีตนักเรียนนักศึกษาที่เรียนไม่จบ และออกจากวงการศึกษาไปแล้ว เพราะหลายสาเหตุ หลายเหตุผล ให้เขาเหล่านั้นมีความอาจหาญภูมิใจในการศึกษาของตัวเองแม้จะเรียนไม่จบ……
ในหลายๆ ครั้งที่ผมได้รู้จักกับนักเรียนนักศึกษาชาวม้ง ทุกคนเป็นคนเก่งแน่นอน สมองดี เรียนเก่งไม่แพ้คนในพื้นราบ บางแห่งบางโรงเรียนบางมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาม้งเป็นประธานรุ่น เป็นหัวหน้าชมรม [...]
วันเวลา และสายน้ำ กับเยาวชนม้ง
ปัญหาเศรษฐกิจ และ สังคมในชุมชนม้งเราไม่ต่างกับไทยพื้นราบสักเท่าไหร่เลย เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากเมื่อเห็นเด็กสาววัยน้อยยังไม่ทันได้ถ่ายบัตรประชาชน แต่ต้องออกหาเงินเพื่อสนองความต้องการของตนแล้ว ยอมหนีเรียน ยอมหนีพ่อแม่เข้าเมืองใหญ่ และสำคัญมากคือยอมขายของสงวนที่แม่ให้มาเพื่อแลกกับเงิน เพื่อนำมาซื้อโทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้าสวย ๆ และจิปาถะ ที่เจ้าหล่อนอยากได้
เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วในสังคมม้งเรา โดยเฉพาะหมู่บ้านชุมชนม้งใหญ่ ๆ เด็กสาวเหล่านี้คิดหรือเปล่าว่าวัยเพียง 14 , 15 ปีของเขาเปรียบเสมือนดอกไม้แรกแย้ม ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเบ่งบาน ผลิดอก และออกผล จนถึงเวลาร่วงหล่นโรยรา ทำไมดอกไม้แรกแย้มจะต้องโรยราก่อนเวลาอันควรเพราะไม่เห็นคุณค่าแห่งตนเอง ยอมให้คนอื่นเด็ดดอมเพียงชั่วครู่แล้วโยนทิ้ง…..น่าเสียดาย
เห็นน้อง ๆ คนที่พ่อแม่พอมีอันจะกิน พยายามเก็บเงินส่งให้ลูกเรียน แต่ลูกไม่ได้เรียนดังที่พ่อแม่หวัง ซ้ำนำเรื่องอัปยศอดสูกลับมาประจานหน้าพ่อแม่ ดูแล้วช่างต่างกันลิบลับกับสมัยของฉัน แม้พ่อฉันเสียตั้งแต่ฉันเรียน ป.3 พอจบ ป.4 จากโรงเรียน ที่มีครูคนเดียวสอน ป.1 – ป.4 และ ป.1 มองเห็นทุกชั้นจนถึง ป.4 ก็ตาม [...]

