EdiTor กลับบ้านนอก เพื่อพักยาว

คิดถึงมือข้างซ้าย

ฝนเริ่มลงเม็ดถี่ขึ้น หญ้าริมทางก็พลอยเขียวชะอุ่มไปด้วย ก็ได้แต่หวังว่าพืชผลที่ทางบ้านหว่านเพาะไว้ จะอุดมสมบูรณ์ไม่ต่างกับหญ้าริมทาง ..และแน่นอนว่า ยามนี้เหล่าวัชพืชก็งอกงามเช่นเดียวกัน

เมื่อสุขภาพเริ่มแย่ ก็พลอยมีเวลาให้นั่งคิดอะไรไปเพลินๆ ทบทวนความหลัง นั่งคิดถึงอนาคต พร้อมๆ กับปลงตกเรื่องชีวิตในเมือง ถึงเวลาหนึ่ง จะด้วยอายุหรือหน้าที่การงานก็ตาม (หรือแม้แต่ความรัก..แง๊ววว) เราจะเริ่มคิดถึงถิ่นที่เราจากมา พ่อ แม่ และญาติพี่น้อง

แต่สำหรับผมแล้ว ผมยังมีความทะเยอทะยานที่จะอยู่ในเมือง แม้อายุจะเริ่มมาก แม้หน้าที่การงานจะอำนวย แต่ด้วยเหตุผลที่ผมรักในความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ผมจึงยังอยากอยู่ในเมืองต่อไป ..แต่บัดนี้ (นานๆ ใช้คำนี้ที) สุขภาพร่างกายเริ่มแย่ สุขภาพใจก็เสียไปไม่ใช่น้อย จึงอยากจะหาที่สำหรับฟื้นฟูสภาพร่างกาย และคิดว่าไม่มีที่ไหนเหมาะสมเท่ากับบ้านเกิดอีกแล้ว ..คงอีกไม่นาน

ที่น่ารำคาญใจยิ่งกว่าก็คือ ตอนนี้แขนข้างซ้ายใช้การไม่ค่อยได้ สืบเนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอได้ทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อไข้เลือดออก โดยเจาะบริเวณข้อพับแขนซ้าย จึงส่งผลให้สามสี่วันมานี้ ไม่สามารถใช้แขนซ้ายได้ดั่งใจ คือ ถ้าขยับผิดจังหวะมันจะรู้สึก แปล๊บ เหมือนถูกไฟฟ้าช็อต

เมื่อขาดแขนซ้ายไป จึงเกิดอาการคิดถึงแขนซ้ายขึ้นมา แม้จะเป็นคนถนัดขวา แต่เมื่อขาดแขนซ้ายแล้วจึงค่อยเข้าใจว่า บางอย่างแขนซ้ายทำได้ดีกว่าแขนขวา หรืออย่างน้อยต้องทำควบคู่ไปกับแขนขวา

โดยเฉพาะเวลาอาบน้ำ สระผมลำบาก ถูหลังก็ไม่ได้ ..

วิถีการอยู่ การกิน และสภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดสุขภาพของเรา ดังนั้นผมจึงคิดว่าจะไปพักฟื้นที่ต่างจังหวัดสักพัก อาจจะสอง หรือสามสัปดาห์ ระหว่างนี้คงจะมีเวลามานั่งทบทวนอย่างจริงจังว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องหาที่ลงหลักปักฐาน และที่นั่นควรเป็นที่ไหน

เอาเป็นว่าเมื่อถึงบ้านแล้ว ผมจะหาเรื่องแถวบ้านมาเล่าให้ฟังนะครับ ฝากชาวม้งเอเชีย ดูแล รักษาสุขภาพด้วย ..เพราะตลาดเปลี่ยนแกงบ่อย

ด้วยรัก จากใจ EdiTor

32 Comments

  1. Ong

    ฉันมักจะคิดอยู่เสมอว่า อาชีพรับจ้างเป็นอาชีพล่อแหลม ไม่ว่าคุณจะได้รับตำแหน่งดีๆในองค์กร มันไม่เป็นหลักประกันเลยว่าเขาจะจ้างคุณไปตลอดชีวิต ดังนั้น เมืองใหญ่จึงควรเปนแค่ทางผ่านแห่งประสบการณ์ชีวิตเท่านั้น มันคงไม่สามารถตั้งหลักปักฐานได้ ยกเว้นคุณจะมีธุรกิจส่วนตัวที่มั่นคงแล้วไม่ว่ากัน
    การที่คุณเรียนจบสุงๆเคยทำงานตำแหน่งใหญ่ๆแล้วคุณกล้าตัดสินใจกลับไปเปนชาวม้งธรรมดาเปนชาวสวนชาวนา จึงเปนเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก มันไม่ได้ลดคุณค่าของคุณเลยเพราะคุณได้เรียนรู้สัจจะธรรมแล้วว่าการตื่นแต่เช้าไปทำงานให้คนอื่นแล้วกลับถึงห้องแคบๆตอนมืดๆเปนเวลาหลายปีเขาให้ค่าจ้างคุณแคให้คุณมีแรงทำงานให้เขาในวันรุ่งขึ้นเท่านั้น บางครั้งคุณอาจหลงว่าคุณได้ค่าจ้างสุงสุดในองค์กร มีอำนาจมากมาย แต่จนแล้วจนรอด ชีวิตคุณก็ไม่มีอะไรเลยเมื่อเวลาผ่านไปสุขภาพของคุณเริ่มแย่เพราะงานที่มากมาย และไม่เคยแม้จะดูแลตัวเอง เมื่ออยู่ก็เพื่อหากินไปวันๆ กลับบ้านม้งไปคุณก็ทำมาหากินเหมือนเกา แต่คุณมีกำไรเพิ่มขึ้นตรงความสุข กับครอบครัว พ่อแม่ และสภาพแลดล้อม อาหารที่สะอาดไม่ใช่ซื้อกินข้างถนน อากาศที่สดชื่น ไม่ใช่สูดควันพิษใส่ร่างกายทุกวัน
    ถูกผิด คิดกันเอาเอง แก่ๆกันแล้ว

  2. xavnco

    พูดได้ดีจัง คุณ ong…

  3. EdiTor (Post author)

    ตอนนี้อยู่ ป่ากลาง แล้วนะครับ นั่งรถโดยสารถึงตอนตีห้า อากาศเย็นสบาย ฝนตกพรำๆ มื้อเช้าที่บ้านมีไก่ดำของแม่ หน่อไม้ และปลาทอด ..งั่ม งั่ม แผล่บ แผล่บ ..

  4. ฟ้าใส

    อืมเห็นด้วยนะกับการแสดงความคิดเห็นขอคุณ ong
    เราโชคดีหน่อยตรงที่เรียนจบแล้วได้กลับมาทำงานในหมู่บ้านจร้า
    รู้สึกเป็นกำไรชีวิตนะ ทั้งที่เงินเดือน 7000 พันเอง
    แต่บ้านไม่ต้องเช่าข้าวไม่ต้องซื้ออากาศไม่ต้องไปแย่งใครเค้าด้วย เย็นๆๆกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตามีเรื่องเล่าสนุกสนามในยามกินข้าว เป็นความสุขที่หาที่ไหนไม่ได้แล้ว ในหมู่มีบ้านมีงานอารรัยเราก็มีโอกาศไปเป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย ใครทีมีโอกาศกลับไปทำงานให้กับบ้านเกิดก็จงรีบๆๆไปนะ

    แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ที่บ้านเรา

  5. ลุงเบอะ

    สิ้นปีก็จะไปอยู่บ้านเหมือนกัน….ไม่ใช่ถอดใจกับเมืองหลวงหรอกนะ ก็ยังหลงไหลในความศิวิไลของมันอยู่…แต่เมื่อมาคิดดูแล้วบ้านเราให้สิ่งที่เราปราถนาได้มากกว่า…ความสุขของครอบครัว…ที่ไขว่คว้าอย่างงัย ก็หาไม่ได้จากเมืองหลวงแห่งนี้…ไปชาร์ตแบ๊ตให้กับชีวิต สักสามเดือนแล้วค่อยกลับมาใหม่…เฮ๊ยยยย…คิดแล้วมีความสุขอยากให้ ถึงสิ้นปีเร็วๆจัง

    แต่ตอนนี้ ก็ขอให้ อิดิท เรา หายเร็วๆ ละกัน กลับไป เติมพลัง แล้วนำอะไรใหม่ๆมาให้เราได้อ่านกัน

  6. ช.ช้าง พรางตัว

    เห็นด้วยกับคุณ Ong ทุกอย่าง

    อยู่กรุงเทพฯ 10 ปีเต็มๆ เมื่อแม่ล้มป่วยจึงตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาดูแลแม่ จนกระทั่งแม่จากไป จากที่ตัดสินใจวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ไม่คิดจะกลับไปกรุงเทพฯ อีก แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสต้องเดินไปราชการที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง นั่นนับเป็นครั้งแรกในรอบปี เห็นผู้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ละคนทำไมเหมือนไม่มีความสุขเอาซะเลย ชีวิตมีแต่เรื่องเร่งรีบ วุ่นวาย วันๆ ต้องแข่งกับเวลา แข่งกับมลพิษ แข่งกับปัญหาจราจร อยู่ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เหมือนอย่างที่คุณ Ong ว่า ชีวิตจะหาความสุขจากไหนได้ อาจจะหาได้จากห้างสรรพสินค้า โรงหนัง ความเจริญ สังคมหน้ากาก เทรนด์แฟชั่น สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายก่ายกอง แต่เหมือนชีวิตไม่มีเป้าหมาย หวนกลับมานึกถึงตัวเองสมัยอยู่กรุงเทพฯ ชีวิตเป็นอย่างที่คุณ Ong ว่าเป๊ะๆ อาจมีอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนก็คือ ตำแหน่งดีๆ กับค่าจ้างดีๆ ในองค์กรดีๆ เพราะของเรานั้นตำแหน่งก็ไม่ดี (ดักดานทนทำอยู่ได้เป็นสิบปี) ค่าจ้างเหรอ…เบิกล่วงหน้าทุกเดือน ชักหน้าไม่ถึงตลอด สิบปีก่อนเป็นยังไง สิบปีหลังก็ยังเป็นอย่างนั้น(งานด้านนี้น่าจะได้เงินดี แต่องค์กรนี้ไม่) กับองค์กรดีๆ (องค์กรนี้เหมือนจะดี แต่ก็ไม่อีกเช่นกัน) ไม่มีอะไรซักอย่างกลับบ้าน อาจจะมีก็คงจะมี 2 สิ่ง คือ หนี้สินที่ล้นพ้นตัว ไม่มีแม้แต่เงินเก็บซักก้อนหนึ่งที่จะพอช่วยเหลือหรือแบ่งเบาพวกพี่ๆ ในการพาแม่ไปรักษาหลายต่อหลายแห่ง กับอีกสิ่งหนึ่งซึ่งภูมิใจในตัวเองมาก คือ การตัดสินใจครั้งสำคัญและเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในชีวิตกับการที่ได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณท่านในวาระสุดท้าย ได้อยู่ดูแลท่านเกือบปีก่อนที่ท่านจะจากไป (ย่อหน้านี้พักยกไป 3 รอบ เพราะไปเช็ดน้ำตามา 3 รอบ มันปวดร้าวเหลือเกิน)

    เคยถามเพื่อนสนิทคนหนึ่งว่าเขาคิดจะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดหรือไม่ เขาตอบทันทีว่า “ไม่” ถามว่าทำไม เขาบอกว่า “เพราะถึงกลับไป เดี๋ยวพอลูกโตขึ้น ลูกก็ต้องดิ้นรนขวนขวายเข้ากรุงเทพฯ อยู่ดี” มันก็จริง แต่คุณต้องไม่ลืมว่าคุณคือม้ง ถึงคุณจะบอกว่าเดี๋ยวคุณก็สอนให้ลูกคุณพูดม้งได้เหมือนกัน แต่มันไม่เหมือนกันหรอกนะ และเชื่อได้เลยว่าลูกคุณไม่ยอมพูดม้งหรอก อาจจะใครพูดก็คงฟังรู้เรื่อง แต่ให้สื่อสารเป็นม้งออกมา เชื่อได้เลยว่าเขาทำไม่ได้ เขาจะบอกว่า “ฟังรู้เรื่องนะ แต่หนูพูดไม่เป็น…บลา บลา..” เพราะเจอมากับตัว หลายครั้ง หลายคนแล้ว ลูกคุณจะไม่รู้เลยว่าวัฒนธรรมของม้งหน้าตาเป็นยังไง สังคมม้งหน้าเป็นยังไง คุณอาจจะพาเขากลับบ้านในช่วงเทศกาลปีละครั้ง แต่มันไม่เหมือนกัน

    คุณรู้ไหมว่ามันไม่เหมือนกัน จะให้อธิบายยังไงดี คืออธิบายไม่เป็นน่ะ แต่ว่าเข้าใจใช่ไหมว่ามันไม่เหมือนกัน

  7. ม้งคนหนึ่ง

    นับว่าเราโชคดีกว่าเพื่อนม้งอีกหลายๆ คน เพราะเราเรียนจบระดับปริญญาตรีก็ได้สอบบรรจุรับราชการตามจังหวัดรอบนอก(ชนบท)แม้จะไม่ใช่จังหวัดบ้านเกิดก็ตาม….แต่ก็โชคดีทำงานผ่านไป 4 ปี ก็มีโอกาสย้ายกลับบ้านเกิด ” น่าน” และแต่งงานกับผู้ชายม้งรับราชการด้วยกัน…ชีวิตก็สุขดีตามประสาข้าราชการ….มีลูก 2 คน แต่ก็มีปัญหาอื่นๆ บ้างเล็กน้อย…จากญาติพี่น้องของสามี…เขาอาจคาดหวังเราทั้งสองคนสูงเกิน….เราก็คนธรรมดา เดินดิน ….ไม่เข้าใจ ทำไมคนม้งเวลาจีบกันเป็นเรื่องของเราสองคน แต่ถ้าแต่งงานแล้วเป็นเรื่องของเครือญาติ ต่างก็จะเอาไว้เชิง ไม่ยอมเสียเชิง ศักดิ์ศรี…..กลุ่มใจจัง

  8. โดมดอย

    ขอให้EdiTor หายไว ๆ นะ ครั้งหนึ่งเคยไปบริจาคเลือด แต่ก่อนทุก3 เดือนไปที แต่หลังจากกาชาดจังหวัดเจาะเลือด คาดว่าทะลุหรือป่าว พอกลับบ้านข้อพับเขียวเป็นวงกว้างหลายวัน เจ็บมาก พอหายช้ำ ก็เสียวแปล็บ ๆ เวลายกแขน แต่นี่ขวาอ่ะนะ ก็ลำบากอยู่เกือบปี หลัง ๆ เลยไม่ไปบริจาค นี่ก็เป็นปีละ บางคนประมาท ในการเจาะแขนคนอื่น ต้องเจอกับเขาบ้างอ่ะนะ ขอแลสุขภาพด้วย ลองประคบด้วยสมุนไพรม้งดู บอกแม่ว่าให้เอา qhavdlaab qhavdlaaj nrev กับขิง บุบห่อรวมกันแล้วนึ่งในหวดนึ่งพอร้อน ๆ ค่อย ๆ มาประคบดู ทำให้ทั่ว ๆ ทั้งแขน เส้นจะคลายลงนะ ก็เห็นด้วยกับ Ong แต่คนมักนึกถึงตอนเจ็บป่วยมากกว่ายามสุข สบาย ว่าบ้าน…รออยู่ เพราะในบ้านมีหลาย ๆ คนที่รักเรา และเรารักอย่างไร้เงื่อนไข ใครที่ลืม ๆ คนที่อยู่ในบ้าน ก็แวะไปนะ หยุดหลายวัน ไม่ต้องหาอะไรไป เอาตัวและหัวใจไปก็ ok.แระ…..

  9. EdiTor (Post author)

    ลุงเบอะ ก็ขอให้แผนการเป็นจริงในเร็ววันนะครับ เอาใจช่วย

    ช.ช้าง พรางตัว เสียใจด้วยนะสำหรับเรื่องแม่ ขาดการติดต่อกันนาน ก็ไม่คิดว่าเกิดเรื่องมากมายแบบนี้ ก็หวังว่าชีวิตตอนนี้จะสุขสบายดีนะ ติดต่อกันบ้างก็ได้นะ จะได้พูดคุยกัน

    พี่โดมดอย ขอบคุณที่แนะนำยานะครับ นี่ก็สัปดาห์ที่สองแล้ว อาการแปล๊บที่แขนและหลังมือยังไม่หายเลย ดีใจที่พี่บอกว่าเคยเป็น และหายแล้ว ..ก็จะรอวันที่หายบ้าง เพราะรำคาญกับอาการนี้มาก วันก่อนกลับไปที่โรงพยาบาล ไปถามว่าอาการแบบนี้ใช่ผิดปกติหรือเปล่า มันเลยถามว่าจะจ่ายเงินสด หรือใช้สิทธิ์อะไร (จะคิดอีกละ) ผมเหลืออดจึงตวาดมันไปว่า

    “ผมยังต้องจ่ายอะไรอีกครับ ในเมื่อผมมาใช้บริการที่นี่ และเกิดอาการผิดปกติขึ้น ผมแค่อยากกลับมาถามให้หายสงสัยแค่นั้นเองครับ หรือถ้าผิดปกติจะได้แก้ไขได้ทันครับ เพราะคุณคนที่เจาะเลือดผมนั้นเป็นใบ้ ผมถามเค้าก็ไม่ตอบครับ” ..ประโยคในเครื่องหมายคำพูดให้ตัดคำว่า ครับ ออกให้หมด

    สุดท้ายได้พบแพทย์ แพทย์บอกไม่น่าจะเกี่ยวกับที่เจาะเลือด ผมจึงถามแพทย์ว่าแล้วถ้างั้นน่าจะเกี่ยวกับอะไร และแพทย์ช่วยอธิบายให้ฟังด้วย ..แพทย์ก็งึนๆ งันๆ เหมือนมันเป็นสูตรให้ท่องว่า ไม่เกี่ยวกับหมอ ไม่เกี่ยวกับโรงพยาบาล (กรูไม่รับผิดชอบน่ะแหละ)

    โชคดีตอนเดินกลับ มีพยาบาลเดินมาส่ง พยาบาลบอกว่าอาจเป็นเพราะตอนเจาะเลือด คนเจาะรัดสายแน่นเกินไป และตอนเจาะเสร็จเค้าก็คลายสายรัดเร็วเกินไป ให้เอาน้ำอุ่นประคบสลับกับน้ำเย็น สักพักน่าจะหาย ..เออแฮะพยาบาลรู้เรื่องกว่าไอ้หมอแก่ซะอีก

    หมอคือผู้รักษาชีวิต และอาจเป็นฆาตรกรในเวลาเดียวกัน ..ห่างๆ โรค ห่างๆ หมอ ดีที่สุดครับ

  10. ฟาง

    ขอให้หายเร็วๆนะ
    เราไม่เคยบริจาคเลือดไม่รู้ว่าความรู้สึกเป็นยังงัย
    แต่ยังงัยคุณก็ได้ทำดีแล้ว

  11. สายลม

    ถ้าถามว่าอยากอยู่ตัวเมือง หรือ อยู่บ้านนอก สายลมก็จะตอบว่าอยากอยู่บ้านนอก ซึ่งถามเป็นคำถามที่สมัยเรียนหนังสือมีการโต้วาที แบบตลก ขำขำ แต่จริงจัง ซึ่งข้อดี ข้อเสีย มันแตกต่างกัน
    ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกใช้ชีวิตแบบใหน ตัวสายลมเองทุกวันนี้ทำงานอยู่บ้านเกิดตัวเอง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย สังคมม้งๆๆ สังคมคนเมืองกรุงจึงไม่คิดที่จะถามหา “จะหาก็แต่คู่ชีวิต” อิๆๆๆๆ หายากจริงๆๆอ่ะ เพราะหนุ่มๆไปหลงกรุงกันหมดเลยยย
    มีญาติพี่น้องหลายคนที่ออกไปทำงานเมืองกรุง ต่างจังหวัด ถึงแต่พวกเขาเหล่านั้นจะไม่อยากไป แต่เพื่อความอยู่รอด แต่ญาติๆๆพี่น้อง ก็รู้ว่าบั้นปลายชีวิตจะลงเอยที่ใหน แต่ละคนก็หาเงินหาทองเพื่อหาที่จับจองเพื่อจะกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดตัวเองตอนแก่

  12. คนแก่สมุยครับ

    ว้า…มาอ่านแล้วทำให้คิดถึงบ้านอย่างแรง..อยากบอกว่าใครเล่าไม่อยากอยู่ใกล้บ้านเกิดเมืองนอนพ่อแม่พี่น้อง..แต่เพราะ ทุกคนมีภาระหน้าที่และความฝันต่างหาก..บางคนอาจไม่มีทางเลือกมากมายนักถ้าเลือกได้ก็ขออยู่ใกล้แม่ใกล้ครอบครัวเหมือนกัน..แต่เหมือนความฝันยังลางเลือนอยู่เลย..และบางทีก็งงว่าตัวเองฝันอะไรมากมายนักหนา..ชีวิตก็แค่นี้เองอายุมากขึ้นทุกวันน้อ..คงหาคู่ยากซะแล้ว..ที่ไหนเล่าจะสุขเท่าบ้านเรา..วันหนึ่งเราจะกลับไปอยู่บ้านเราเหมือนกันดีใจกับทุกคนนะครับที่ได้อยู่ใกล้บ้าน…อิจฉาครับ

  13. สีฟ้า

    เห็นด้วยกับทุกคนเลยค่ะ
    แหม๋อิจฉาคุณ Editor น้อที่ได้กลับบ้านละ
    ได้กินอะไรที่เราคนที่อยู่เมืองหลวงหากินไม่ได้
    พูดแล้วอยากกลับบ้านขึ้นมาทันทีเลย
    ฝากไปเยี่ยมบ้านด้วยได้ป่าว… อิอิ

  14. MR.D

    ผมว่าชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้แม้กระทั่งเมื่อเกิดมาแล้วยังต้องครุ่นคิดเลยว่าจะเลือกทางเดินแบบใหนให้กับอนาคตของตัวเองสำหรับผมแล้วผมคิดว่าทุกคนคงไม่มีใครอยากจากบ้านถิ่นกำเนิดมาทำงานเป็นลูกจ้างหรอกครับเพียงแต่บางครั้งก็ต้องจำใจจากบ้านมาหางานทำด้วยความหวังว่าสักวัน……..เพราะว่าบางครอบครัวมีที่ทำกินสิบกว่าไร่มีลูกสามสี่คนแล้วอนาคตจะเป็นอย่างใรถ้าเรายังทำไร่ทำนาอยู่ผมว่าคนที่มีโอกาสเรียนก็เรียนให้จบแล้วก็หางานทำให้เป็นหลักเป็นแหล่งส่วนคนที่ไม่ได้เรียนก็ช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนาไปเมื่อภัยภาพหน้ามีอะใรก็ให้ช่วยเหลือกันไปตามสัจธรรม ส่วนคนที่เรียนจบแล้วมีหน้าที่การงานที่บ้านทำก็ถือว่าคุณเป็นคนที่โชคดีมากๆแล้วครับ(ผมคิดว่าคงมีคนไม่น้อยที่จากบ้านมาพร้อมกับนำตาบนรถทัวร์และผมก็คนนึงครับฮิๆๆ) จะถึงวันแม่แล้วอยากลืมแสดงความรักต่อท่านนะครับ

  15. ทหารยศพันโท

    ไม่ได้กลับบ้านมานานมากแล้ว ตั้งแต่แม่เสียชีวิต ยังไงก็ยังคิดถึงบรรยากาศท่ีบ้านอยู่ มันมาไกลเกินจะกลับแล้ว แต่คงได้กลับสักวันหรอก

  16. สาวม้งไกลบ้าน

    เห็นด้วยกับ คุณ Ong มากมาย แต่มันทำไม่ได้ เพราะติดที่ต้อง ทำมาหากินเลี้่ยงครอบครัว อยากกลับบ้านใจจะขาด แต่ถ้ากลับไปแล้ว จะทำมาหากินอะไรล่ะ คิดไม่ออกเลย

  17. EdiTor (Post author)

    คุณสีฟ้า ฝากเยี่ยมได้ครับ ว่าแต่บ้านอยู่แถวไหน ..แล้วจะบอกว่าสีฟ้าฝากมาเยี่ยม

    การจะกลับอยู่บ้านถาวรไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ยิ่งถ้าใครมีครอบครัว (แพ็กเก็จ พ่อ แม่ ลูก) คงต้องคิดให้หนัก เพราะมีด้วยกันหลายปากที่ต้องกิน

    วางแผน อดทน อดออม วันหนึ่งอยากอยู่ที่ไหนย่อมจะอยู่ได้ครับ ผมเองสักสองสามสัปดาห์ ก็ต้องกลับไปที่เดิมก่อนครับ ..ว่าแล้ว วันแม่อย่าพลาดไปพบปะเพื่อนฝูงบ้างนะครับ

  18. HERO

    EdiTor อยู่บ้านเดียวกับผมเลยหรอเนีย สำเนียงบทความหลายฉบับเหมือนเพื่อนผมที่เรียนมาด้วยกัน แต่คิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะอายุน้อยกว่าผมสี่ปี แถม ผมและเพื่อนก็เป็นจบวิศวกรรมด้วย แหมพูดถึงบ้านก็คิดถึงจนหมดคำว่าคิดถึงไปแล้วล่ะ ขนาดเพื่อนหญิงที่เคยรักเราสมัยเรียนมาด้วยกัน เขามีผัวมีลูกแล้วยังมาแอบถามพี่สาวเราเลยว่า “เขาไปอยู่ที่ไหนในเมืองไทย” แหมรู้อย่างนี้น่าจะบอกรักเขาแต่แรกก็คงจะไม่ได้อยู่ไกลขนาดนี้ คิดว่าสวรรค์ลิขิต

  19. somone

    อยู่ในเมืองมาก็หลายปีแล้ว
    เหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็ต้องทนอยู่ต่อไป
    เพราะภาระหน้าที่
    มาอยู่ตั้งแต่เงินเดือนเก้าพัน (เงินไม่พอใช้)
    จนตอนนี้เงินเดือนสี่หมื่น (ก็ยังไม่พอใช้อยู่ดี)
    ตั้งใจว่าอีกไม่เกินสิบปีจะกลับบ้าน
    ไปทำสวนดอก ผัก อยู่อย่างพอเพียงแถวบ้าน

  20. EdiTor (Post author)

    คุณ HERO เพื่อนรุ่นผมไม่มี วิวะ ครับ (แอบดีใจอายุน้อยกว่าสี่ปี) พูดถึงถิ่นที่จากมา หลายคนอาจหวนคิดถึงความหลัง ..ใครจะไปรู้ครับหากตอนเด็กพูดคำว่ารักพร่ำเพรื่อ วันนี้อาจไม่ได้เป็น วิศวกร กับเค้าก็ได้ ..ส่วนผม หากวันนั้นรู้ว่า “เธอรักฉัน ..(และฉันก็จะรักเธอพลัน)” วันนี้อาจไม่มี EdiTor เพราะต้องจับจอบอันเบ้อเร่ออยู่ดอยไหนก็ไม่รู้

    คุณ somone อย่างที่ปู่ผมเคยบอกไว้ “อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” รายได้ยิ่งมาก เราก็ยิ่งต้องรับผิดชอบมากขึ้นนั่นเอง

  21. สีฟ้า

    555555555555555
    เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยคุณ editor
    ขอบคุณหลาย คุณ editor แต่ทอไปบอก
    รักแม่เรียบร้อยละ เร็วๆๆ นี้คงได้กลับบ้านอะ

  22. EdiTor (Post author)

    คุณ สีฟ้า ยินดีด้วย คุณทำได้ ..มีเวลาก็กลับบ้านบ้างก็ดีครับ ยิ่งสาวๆ ห่างบ้านแล้วก็ยากที่จะหวนคืน จากไปเรียน เรียนแล้วทำงาน ทำงานแล้วแต่งงาน ..นับวันยิ่งไกลบ้าน

  23. เด็กป่ากลาง...^-^

    อิจฉา พี่ EdiTor จาง..ที่ได้กลับบ้านเกิด ตั้งหลายวันแหน่ะ
    ว้า ช่วงนี้ มีแต่คนกลับบ้าน แล้วเรามัวทำรัยอยู่เหนี้ยะ…
    สอบบบบบบ …!ช่วงวันหยุดของหลายๆๆ คน เหนี้ยะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ อย่างเหลือหลาย..

    ฮ้า!…เป็นคนป่ากลางหรอค่ะ…(บ้านเดียวกันเลย)
    ปล. งั้นฝากพี่ EdiTor เซย์ ฮาลโหล…ถึงคุณพ่อกะ คุณ แม่หนู ด้วยนะค่ะ
    ขอบพระคุณล่วงหน้า ก่อนหล่ะกัน นะค่ะ…

    อย่าทานข้าวเยอะนะค่ะ …เดี๋ยวกลับมา กทม. ไม่ถูกหล่ะยุ่งเลย…อิอิอิ

  24. EdiTor (Post author)

    เด็กป่ากลาง…^-^ แค่บอกบ้านมา เดี๋ยวจะไปเซย์ ฮาลโหล แด๊ด แอนด์ มัม ให้

    ข้าวทานได้ไม่เยอะหรอกครับ ..ไม่ค่อย ฉะบาย

  25. เด็กป่ากลาง...^-^

    อิอิอิ…อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามกะ อ่างนิวซีแลนด์อ่ะค่ะ ฝั่ง …อบต.
    อยู่ไม่ไกลจากบ้านของพี่ EdiTor หรอกค่ะ เราอาจเป็นคนรู้จักกันก็ได้น้า 555

    เอ๋…แต่ไม่รู้ว่า พี่ Editor จารู้จักพ่อกะแม่หนูหรือเปล่าน้า…?

    ปล. อย่าลืมเซย์ฮาลโหล..แด๊ด แอนด์ มัม ของหนู นะค่ะ…

  26. EdiTor (Post author)

    เด็กป่ากลาง…^-^ ฝั่งนั้นมีคนอยู่ประมาณ สามล้าน หลังคาเรือน ..คงไปไม่ถูกครับ

  27. เด็กป่ากลาง...^-^

    555+
    ไม่ขนาดนั้นซักหน่อย…

    พี่EdiTorเหนี้ยะ ก็ช่างพูดออกมาได้น้อ…
    งั้นรบกวน พี่ EdiTor เซย์ฮาลโหล คุงครูประหยัด ท่านแทนหล่ะกันนะค่ะ…อิอิอิ
    ช่วงนี้ท่านไม่ค่อยสบายอ่ะค่ะ…

    ปล.(ลูกสาวท่านฝากเยี่ยม)อิอิอิ….

  28. EdiTor (Post author)

    เด็กป่ากลาง…^-^ ลูกสาว จื๋อกื้อเหยี่ย กับย่างม๊าง เองหรอกเหรอเนี่ย น้องสาวเช็งสินะ ทำอะไรอยู่ไหนเนี่ย สบายดีนะ?

  29. สายลม

    เว๊ปนี้มีแต่คนป่ากลางเยอะ อุ่นใจดีจ๊ะ

  30. เด็กป่ากลาง...^-^

    555+
    ค่ะ…สบายดี แอนด์ มั้กๆๆ…
    เรียน..ค่ะ
    อิอิอิ…..

  31. yooj yim

    ว้าา..ดู.ดู
    แล้วพี่แต่ล่ะคนน่ะ
    น่าอิจฉาจัง
    เรียนจบมีงานทำกันแล้ว
    ส่วนเเค้าดิ เนี่ยยังเรียนอยู่เลยอ่ะ
    แบบว่า เรียนอยู่นั่นแหละ
    นานแล้วเนี่ยม่ายรู้จะจบกันกับเขาเมื่อรัยก้อม่ายรู้
    เริ่มจะเบื่อ..เบื่อแล้วล่ะ
    ยังม่ายรู้ว่าเรียนจบแล้วจะทำงานอะรัยเลยเหมือนกันน่ะ
    กรุ้มใจจังเรย เรา
    ทำงัยดีน้อ

  32. Enter

    โห คนป่ากลาง
    ทั้งนั้นเลย
    I too

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *