Sponsor


โฆษณาตรงนี้


Your Ads Here


โฆษณาตรงนี้

โฆษณา โทร 086 0234 655

เธอตาย เพราะอายฉัน

อาชีพอย่างฉัน…..(ไม่บอกหรอกอาชีพน่ะ)…ทำให้ฉันมีโอกาสได้สัมผัสกับความเป็น ความตาย ความทุกข์ และ ความสุขของผู้คนมากมาย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ช็อคที่สุดสำหรับฉัน ทุกครั้งที่นึกถึง ฉันได้แต่
ภาวนาให้เขาทั้งคู่ไปสู่สุคติ……สาธุ….

เมื่อต้นปี 2539 มีหญิงสาวม้ง มาหาเพื่อนฉัน ซึ่งเป็นผู้ชาย แต่เขามาถามฉันถึงเพื่อนฉันคนนั้น สมมุติสาวม้งคนนี้ชื่อเมย์ ฉันให้เมย์รอ แล้วฉันไปตามเพื่อนมาพบเขา ฉันสังเกตว่าเมย์อวบอ้วนมากคล้ายคนกำลังตั้งครรภ์ แต่ไม่ได้ถาม เพื่อนฉันมา เขาคุยกับเมย์ตามลำพัง สักครู่ใหญ่ ๆ แล้วเมย์ ก็กลับ ต่อมาอีก 2 วัน เพื่อนเดินทางไปทางเหนือ และโทรมาบอกฉันว่าถ้าเมย์มาหา ก็ให้รอก่อนเพราะนัดกับเมย์ไว้ อีกประมาณ ชั่วโมงเศษ เพื่อนจะมาถึงที่นี่ แล้วเพื่อนจะมารับเมย์ไปด้วย ฉันสงสัยมาก ฉันถามเพื่อนว่าจะพาเมย์ไปไหน….ไปทำอะไรกัน….เพื่อนบอกว่าแล้วจะเล่าให้ฟังวันหลัง…แล้วฉันก็ลืมเรื่องนี้ไป

จนเวลาผ่านไป 5 วัน มีชาวบ้านมาประกาศข่าวคนตาย เป็นธรรมดาที่คนรับข่าวต้องถามรายละเอียดว่าใครตาย อยู่ที่ไหน เป็นอะไรตาย พ่อคนตายเล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่าลูกสาวอายุประมาณ 20 ปีเศษ หนีมาทำแท้ง และตาย โดยทางบ้านไม่มีใครทราบเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมาทางบ้านตามบัตรประจำตัวของคนตาย ทางบ้านจึงทราบและมารับศพ ขณะนี้ศพอยู่หลังรถปิคอัพ แล้วพ่อคนตายก็นำบัตรประชาชนคนตายมาให้ฉันดู ฉันตกใจจนหน้าซีด แทบเป็นลม ยอมรับว่าช็อคสุดขีดเพราะคนตายคือ เมย์นั่นเอง แต่ฉันพยายามทำหน้าตาให้เป็นปกติที่สุด หลังรับข่าว และชาวบ้านกลับไป ฉันรีบไปถามเพื่อนว่า “ผู้หญิงชื่อเมย์ที่มาหาเมื่อ 5 วันก่อน เขามาหาเพื่อให้พาไปทำแท้งใช่ไหม” เพื่อนถามว่าฉันรู้ได้อย่างไรว่าเมย์ไปทำแท้ง ฉันตอบว่า “เมย์ตายแล้ว !” เพื่อนก็ช็อคเช่นกัน และคืนนั้นฉันต้องไปงานศพสาวม้งชื่อเมย์คนนั้นกับเพื่อน เพื่อเพื่อนไปขออโหสิกรรมต่อศพนั่นเอง

วันรุ่งขึ้นฉันถูกเพื่อนบังคับให้ไปเป็นเพื่อนเพื่อไปที่ที่เขาพาเมย์มาทำแท้ง เมื่อฟังชาวบ้านข้างบ้านที่รับทำแท้งแล้วฉันนั่งร้องไห้อย่างไม่อายใคร เพาะความเวทนาและสุดจะทนต่อความเหี้ยมโหดของคนรับทำแท้ง ชาวบ้านบอกฉันว่า สาวม้งคนนี้เป็นใครไม่ทราบ มีคนนำมาฝากให้ช่วยทำแท้งให้ ขณะที่อายุครรภ์ 6 เดือนแล้ว ตอนแรกเขาไม่ทำให้แต่สาวม้งยืนยันที่จะทำให้ได้ คนทำแท้งจึงตัดสินใจทำให้ ตอนแรกบีบแล้วไม่ออก เมย์ปวดท้องมากดิ้นทุรนทุรายอยู่ 3 วัน เด็กจึงออกมาเป็นเด็กผู้ชาย มีร่างกายสมบูรณ์ และยังไม่ตาย….ดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่และส่งเสียงร้องแต่ตัวเล็กมาก คนทำแท้งเลยเขี่ยเด็กพร้อมรกใส่ถุงพลาสติกแล้วมัดปากถุง และแล้วเด็กก็อ้าปากค้าง สะอึกหลายครั้งและตาย….

ส่วนแม่เด็กเลือดไหลไม่หยุด คนทำแท้งจึงลากเธอไปในห้องน้ำ ต่อมาสักพักเธอช็อคหมดสติ คนทำแท้งจึงเหมารถพาเธอไปทิ้งที่โรงพยาบาลอำเภอแล้วโยนบัตรประชาชนเธอไว้ที่หน้าอกเธอ ขณะที่เธอนอนบนเปลโรงพยาบาลไม่ได้สติแต่อย่างใด แล้วพวกเขาต่างพากันหลบหนีไป เมื่อพยาบาลมาดู เธอเสียชีวิตนานแล้ว…… ฉันสงสารทั้งแม่และลูกเป็นอย่างมาก ถ้าวันนั้นเขาไม่อายฉันจนเกินไป เพราะฉันเป็นคนม้ง เธอกลัวว่าฉันรู้ กลัวฉันไปบอกม้งคนอื่น ๆ เธอจะอาย หากแต่มาปรึกษาฉันสักคำ แม่ลูกคู่นี้ คงได้อยู่บ้านพักฉุกเฉินสักแห่งหนึ่งของทางราชการที่ฉันติดต่อให้ แล้วความเศร้าเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น

ยิ่งฉันรู้ว่าเขาเคยท้องไม่มีพ่อมาแล้วครั้งหนึ่งเด็กหญิงผู้พี่อายุ 3 ขวบแล้ว ส่วนท้องนี้ เขาท้องกับม้งอเมริกาที่มาเที่ยวเมืองไทย หลังผู้ชายกลับไปแล้วเธอจึงรู้ว่าท้อง เธอไม่อยากให้พ่อแม่เธอต้องอายเป็นครั้งที่สอง เธอจึงตัดสินใจทำแท้ง แต่เธอคิดช้าไปหลายเดือน และปรึกษาคนผิด ฉันได้แต่ภาวนาชาติหน้ามีจริง ก็ขอให้เจ้าชายน้อย ๆ คนนั้นได้มีโอกาสลืมตามาดูโลก ที่เต็มไปด้วยความเลวร้ายของผู้คนและสิ่งแวดล้อม แต่ให้รู้อย่างว่าโลกนี้ยังมีฉันคนหนึ่งยังหวังดีต่อเขา แม้จะไม่มีโอกาสเห็นหน้าเขาเลยก็ตาม.

ม้งค้ายาบ้า ผูกคอตายในห้องขัง

ข่าวจากปก นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 9 มิ.ย. 52

ขอดัดแปลงเนื้อข่าว โดยสงวนชื่อจริงของบุคคลในข่าว : ม้งเอเชีย

รอง ผบช.ปส.รุดตรวจที่เกิดเหตุก่อนเผยทั้งคู่เพิ่งถูกสืบสวนภาค 7 จับได้พร้อมเพื่อนสาว 2 คน ยาบ้า อีก 2 หมื่นกว่าเม็ด เชื่อชนวนเหตุคิดสั้นมาจากเครียดจัด ขณะที่เมีย 1 ใน 2 ผู้ต้องขังไม่ติดใจ เพราะก่อนนี้สามีพูดเหมือนเป็นลาง ประกอบกับเพื่อนผู้ต้องหาหญิงที่ถูกขังอยู่ข้างห้องบอก ทั้งคู่ชวนผูกคอตายตั้งแต่เมื่อคืน 2 ผู้ต้องหาค้ายาบ้าชาวม้งผูกคอตายดับคู่คาห้องขัง บช.ปส. เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. พ.ต.ท.มานิต เกษมศิริ พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน. ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดผูกคอตาย ภายในห้องควบคุมผู้ต้องหา กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช และมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่ในห้องควบคุมผู้ต้องหาคดียา เสพติด พบศพนาย เซ้ง อายุ 37 ปี สภาพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีครีม ใช้เสื้อเชิ้ตผูกคอกับราวเหล็กห้องขัง ส่วนอีกรายคือ นายโจ อายุ 30 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืด สีขาว กางเกงขายาวสีกรมท่า ใช้เสื้อเชิ้ตผูกคอกับราวเหล็กของห้องขังเช่นเดียวกัน โดยทั้งคู่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง ถูก พ.ต.ท.เจษฎา ปิ่นชูทอง สว.กก.ปพ.ศสส.ภ.7 จับกุมได้เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมยาบ้า 22,000 เม็ด ก่อนส่งมาดำเนินคดีที่ บช.ปส.ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ขณะ ที่ พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. เปิดเผยหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า เมื่อเวลา 05.00 น. ได้รับรายงานเหตุจากสิบเวรประจำห้องควบคุมว่า นายเซ้ง กับนายโจ ผูกคอตายแล้ว สำหรับผู้ต้องหาทั้งคู่ถูกจับกุมได้พร้อมกับ น.ส.ฝน อายุ 22 ปี และ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 17 ปี โดย บช.ปส.รับตัวนายเซ้ง และโจ มาคุมขังไว้ด้วยกัน ส่วนผู้ต้องหาหญิงแยกขังไว้อีก ห้อง และในวันนี้มีกำหนดนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี แต่กลับใช้เสื้อเชิ้ตที่ญาตินำมาให้ใส่เดินทางไปศาลผูกคอกับลูกกรงห้องขัง หลังเกิดเหตุนำตัว น.ส.ฝน ไปสอบสวน พร้อมญาติพี่น้องผู้ตายทั้ง 2 คน ที่เดินทางมาเยี่ยม เบื้องต้นญาติไม่ติดใจ เพราะก่อนเสียชีวิตผู้ต้องหาทั้งคู่มีอาการเครียด ประกอบกับพูดสั่งเสียกับญาติไว้แล้ว

ด้านนางแดง (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ภรรยานายเซ้ง กล่าวว่า หลังสามีถูกจับ ได้เดินทางมาเยี่ยมเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. สังเกตเห็นสามีมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด พูดจาเหมือนเป็นลาง สั่งเสียให้ดูแลลูก และฝากดูแลพ่อแม่ด้วย ได้แต่พูดปลอบใจไม่ให้คิดมาก กระทั่งทราบเหตุร้าย ขณะเดินทางมาเยี่ยมสามีที่กำลังจะถูกส่งตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี และจากการสอบถาม น.ส.ฝน เพื่อนผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังอยู่ข้างห้องได้ความว่า เมื่อคืนนี้สามีตนกับนายโจ ได้พูดชักชวนให้ น.ส.ฝน ฆ่าตัวตายไปด้วยกัน โดยใช้เสื้อผูกกับลูกกรง แต่ น.ส.ฝน ไม่ทำตาม เพราะผูกไม่เป็น

อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุ มี ส.ต.ท.วรรณวุฒิ โทกสูงเนิน และ ส.ต.อ.เสวก พินิจลึก ทำหน้าที่สิบเวร และเสมียนเวรประจำห้องควบคุมผู้ต้องหาของ บช.ปส.เข้าเวรอยู่ โดยช่วงที่ผู้ต้องหาทั้งคู่ผูกคอตาย เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายอ้างว่าออกไปเข้าห้องน้ำ และแวะไปดูข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อกลับมาถึงพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนผูกคอตายไปแล้ว และเมื่อถามถึงกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งกล่าวว่ากล้องวงจรปิดขัดข้อง

ตำนานประวัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 6

เปิดตำนานประวัติศาสตร์ชนชาติม้งที่ซ่อนเร้นมากว่า 5,000 ปี (ตอน 6 )

Hmong Clothe Tradition

ผู้อ่านที่ติดตามอ่านเปิดตำนานประวัติศาสตร์ชนชาติม้งที่ซ่อนเร้นมากว่า 5,000 ปี มาถึงตอนนี้ก็ขอให้เข้าใจว่า โดมดอย ไม่ได้ไปมาเอง….แต่แปลมาจาก สารคคดีชุด “Keeb Kwm Hmoob” โดย Ywj Pheej Xyooj อ่านออกไหม… แปลเป็นไทยก็ “ประวัติศาสตร์ชนชาติม้ง” ผู้ค้นคว้าชื่อ ยื่อ เพ่ง โซ่ง ซึ่งเป็นคนม้งสัญชาติอเมริกัน…

ฉบับก่อนคุยกันถึง จีนได้สร้างกำแพงเมืองจีนมาป้องกันชาวม้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนในปี 1615 ฉบับนี้เดินท่องเที่ยวไปกับคณะว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก….กำแพงเมืองจีนทางตะวันตกเฉียงใต้ สร้างป้องกันชาวม้ง ด้านเหนือสร้างกำแพงป้องกันชาวโซ่งนู แต่ต่างกันตรงที่ ชาวโซ่งนูปัจจุบันไม่มีชื่อนี้ปรากฏในโลกนี้มาแล้วกว่า 2,000 ปี แต่ชาวม้งยังมีตัวตน และมีประชาชนเหลืออยู่ แต่ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะอยู่ไปถึงเมื่อไหร่ ?…

ตอนที่ม้งพ่ายแพ้แก่จีน ม้งส่วนใหญ่ได้อพยพไปอยู่ตามหุบเขา บนเขา ไม่ยอมกลายเป็นคนจีน ไร่นาที่เคยเป็นของชาวม้งทางตะวันออก ก็ถูกจีนยึดครองจนสิ้น ทำให้ชาวม้งไม่มีที่ทำกินลำบากยากแค้นแสนเข็นมากว่า 5,000 ปี แต่ไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ เพราะความเด็ดเดี่ยวของบรรพบุรุษม้งที่เป็นแบบอย่างให้ลูกหลานเข้มแข็งมาจนเท่าทุกวันนี้

สมัยราชวงศ์ชิง ประมาณ ปี 1644 -1911 ม้งได้สู้รบกับจีนหลายครั้ง ไม่นับการรบราเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งนับครั้งไม่ถ้วน แต่สงคราม 3 ครั้งที่ใหญ่ที่สุด คือ สงครามปี 1735 - 1738 , สงครามปี 1795 - 1806 และ สงครามปี 1854 - 1873

สงครามปี 1735 - 1738 เริ่มประทุขึ้นทางตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมืองกุ้ยเจ๊อ เพราะจีนมาแย่งชิงไร่นา และบังคับขู่เข็ญชาวม้ง มี 8 เมือง 1,224 หมู่บ้าน ได้ร่วมมือกันรบกับจีน เมื่อม้งพ่ายแพ้แก่จีนในปี 1738 มีผู้เสียชีวิตในสงครามที่เป็นชาวม้งมากถึง 17,670 ศพ ประชาชน 11,130 คน ถูกจับได้และถูกนำไปฆ่าทิ้ง เหลือ 13,600 คน ถูกบังคับให้ไปเป็นทาสของชาวจีน ครึ่งหนึ่งของประชากรชาวม้งสูญเสียเพราะศึกสงครามครั้งนี้

ต่อมาอีก 57 ปี คือปี 1795 - 1806 ปัญหาชาวม้งกับชาวจีนเริ่มขึ้นอีกครั้งใน 3 จังหวัด ทางตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมืองเสฉวน ทางด้านตะวันออกที่เมือง กุ้ยเจ๊อ และด้านตะวันตก ที่เมืองฮูหนาน ผู้นำม้งในศึกสงครามครั้งนี้คือ “เจ้าเมือง วื่อ ป้าเยีย” ( Fuab tais Vwj Paj Yias) “เจ้าเมือง สือ เหลียว ติ้ง” (Fuab tais Swv Lim Teej) “เจ้าเมือง สือ ซ้าง เป่า” (Fuab tais Tswv Xaab Pov) และ “เจ้าเมือง อู๋ เทียน ปั้น” (Fuab tais Vwj Theeb Paaj)

Tsaab Tswm Meej

การศึกสงครามทุกครั้งสาเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน คือ การรุกราน แย่งชิงดินแดน โดยรัฐบาลจีนเข้ามาแย่งชิงอย่างซึ่ง ๆ หน้า จนชาวม้งทนไม่ได้ ศึกสงครามครั้งนี้มีกลอนม้งได้จารึกไว้ว่า “แย่งชิงดินแดนของเราคืนมา ขับไล่จีนและแมนจูออกไปจากแผ่นดินของเรา” แต่สุดท้ายม้งก็พ่ายแพ้แก่จีน เจ้าเมือง วื่อ ป้าเยีย ถูกจับได้และถูกฆ่าตาย 48 ปีต่อมาหลังจากเจ้าเมือง วื่อ ป้าเยีย เสียชีวิตแล้ว ม้งและจีนก็ได้เปิดศึกรบราอีกครั้ง นับเป็นศึกครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยรบมาและใช้ระยะเวลาทำสงครามนานที่สุดถึง 19 ปี คือปี 1854-1873 โดยเริ่มที่เมืองกุ้ยเจ๊อ สาเหตุมาจากจีนแพ้สงครามแก่ชนชาติผิวขาว รัฐบาลจีนเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงแก่ชาวม้ง และบังคับชาวม้งไปเป็นทาส “จั๊งฉู้เหม่” (Tsaab Tswm Meej) จึงเป็นผู้นำ ได้นำกำลังม้งลุกขึ้นสู้กับจีนทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง กุ้ยเจ๊อ มีชาวม้งกว่า 1 ล้านคนที่ได้ร่วมมือลุกขึ้นมาร่วมสู้รบกับจีน จนสงครามได้ลามไปหลายเมือง

หลังสงครามครั้งนี้ยุติลง ปี 1873 เหลือเพียงร้อยละ 30 ของประชากรม้งเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ และยังคงอาศัยอยู่ในเมืองเดิมของพวกเขา ร้อยละ 70 ถูกฆ่าตายหมด บางส่วนก็อพยพไปอยู่ที่อื่น “จั๊งฉู้เหม่” ถูกจับได้และนำไปทรมานจนตายที่เมือง ชั่งชะ (Tshaaj Sab) จังหวัดฮูหนาน ขณะที่ทหารจีนจับ จั๊งฉู้เหม่ ได้ และพันธนาการแล้วบังคับให้เดินจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง พี่น้องชาวม้งถาม “จั๊งฉู้เหม่” ว่าเมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้แล้ว ชาวม้งจะทำอย่างไรต่อไป “จั๊งฉู้เหม่” ตอบพี่น้องม้งของเขาว่า “ม้งอย่ายอมแพ้ … แม้ตัวเขาจะตายไป เขาจะกลับมาเกิดเป็นม้ง และช่วยเหลือม้งอย่างนี้อีก…”

“จั๊งฉู้เหม่” เป็นยอดนักสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ทำไมถึงแพ้ คล้ายสมัยอยุธยาถูกพม่าเผาทำลาย เพราะคนชั่วแปรพักตร์เข้ากับศัตรูเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตนฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น …น่าเศร้าใจไม่ว่ายุคใด…ตอนหน้าค่อยมาว่าต่อนะ.

  Page 43 of 85« First...«4142434445»...Last »


+ 3D TV + Best LED TV + Samsung 55 LED TV + 46 LCD TV + 50 LCD TV + 52 LCD TV + Samsung LCD TV + LG TV + Sony TV + Sharp TV + 720p + 1080p + DLP TV + Samsung DLP TV + Mitsubishi 73
(more + )