Sponsor


โฆษณาตรงนี้


Your Ads Here


โฆษณาตรงนี้

โฆษณา โทร 086 0234 655

30 ยังแจ๋ว หนุ่มม้ง สาวม้ง

ต้องขออภัยที่ห่างหายไปบ้างนะครับ ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ตัวผมเองก็ไม่ค่อยได้เข้ามา ม้งเอเชีย สักเท่าไหร่ หลายคนคงอยากรู้ว่า ทำไมจู่ๆ ภารโรงถึงไม่มาทำงาน ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีใบลา ก็อยากจะบอกว่า ช่วงนี้ยุ่งๆ อีกแล้ว เนื่องจากพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก หลังวันที่ 10 ทุกอย่างคงจะคลี่คลาย จะสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ (แม้ชีวิตจะไม่ค่อยปกติเหมือนคนอื่นเค้า)

อีกเหตุผลหนึ่งคือ ตัวผมเองไม่ค่อยสบาย ไอแค็กๆ มาเป็นเดือน หมดยาไปสองชุด ฉีดยาไปสองเข็ม ตอนแรกว่าแค่ไอเดี๋ยวก็คงหาย เลยไม่สนใจไปหาหมอ แต่เอาเข้าจริง ไอมาราธอนครับ เป็นอยู่เกือบสองเดือนค่อยได้สติ จึงตัดสินใจไปหาหมอ หมอบอกสายไปแล้ว ..เอ้ยไม่ใช่ หมอบอกทำไมถึงมาช้า ตอนนี้หวัดลงหลอดลมแล้ว!

สรุปคือต้องฉีดยาสองรอบ รอบละเข็ม กินยาสองสัปดาห์ หมดเงินไปเกือบสองพันบาท ตอนนี้อาการทรงตัว คือไอเท่าเดิม ..นี่แหละ เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย เดี๋ยวคงจะได้เสียอีก

หลังจากเรียกร้องความเห็นใจกันไปแล้ว เราก็มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ทำไมผมถึงตั้งหัวข้อนี้ว่า 30 ยังแจ๋ว ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากบทความเรื่อง “สาวม้งเอย ยามเมื่อเจ้าแต่งงานเจ้าปรึกษาใคร” ก็ด้วยเกรงว่าหลายคนที่อ่านไปแล้ว อาจมีอาการเศร้าสร้อยเซื่องซึม ด้วยความท้อแท้อะไรบางอย่างในแบบม้งๆ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นที่มาของหัวเรื่องที่จะเขียนในครั้งนี้ ตัวผมเองตอนนี้อายุ 30 กับอีก 5 เดือน เรียกได้ว่าอยู่ในวัยกำลังขบเผาะ สถานะยังโสด (โปรดอย่าซื้อ ..นี่ไม่ใช่โฆษณา)

ไม่ได้มาอวดตัวเลขกันนะครับ แค่อยากจะบอกว่าแม้ม้งเราจะยังมีน้องๆ ที่แต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อย แต่กรณีเหล่านั้นเริ่มมีให้เห็นน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาของพัฒนาการทางสังคม คือเมื่อเวลาผ่านไป เรื่องที่ผู้คนเห็นว่าเริ่มไม่สอดคล้องกับยุคสมัย คนในสังคมก็จะค่อยๆ ลดละเลิกไปเอง

เช่นเดียวกัน เรื่องการแต่งงานของม้งเรา ที่ครั้งหนึ่งเรามักจะแต่งกันตั้งแต่อายุยังน้อย อย่างเช่นรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าของเรา ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าวิถีชีวิตในยุคนั้นยังเอื้ออยู่นั่นเอง กล่าวคือยุคนั้นพวกท่านส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ วิถีการดำรงชีวิตก็เป็นในแบบเดิมๆ สิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตมีเพียงแค่เรื่องปัจจัยสี่เท่านั้น คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ฉะนั้นการแต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อยจึงไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย หรือเสียโอกาสอะไร ..ดีเสียอีก จะได้มีคนมาช่วยทำงาน สร้างครอบครัวกันตั้งแต่อายุยังน้อย

แล้วรุ่นผมล่ะ ใช่ครับรุ่นผมหรือรุ่นที่อายุไล่เลี่ยกับผม คือพัฒนาการต่อๆ มาของสังคมม้ง เพื่อนๆ ผมหลายคนก็แต่งงานตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น แต่ส่วนใหญ่ก็เรียนกันจนจบ ป.ตรี และปัจจุบันยังมีอยู่หลายคนทีเดียว ที่ยังครองชีวิตโสดอยู่ ..ผมก็ด้วย

ปัจจุบัน ด้วยหน้าที่การงาน และความใฝ่ฝัน ในยุคที่เต็มไปด้วยความฝันของคนหนุ่มคนสาว ทำให้หนุ่มสาวส่วนหนึ่งสนใจที่จะทำความใฝ่ฝันของตนเองให้เป็นจริงเสียก่อน บางคนรักไม่ยุ่งมุ่งเรียนให้สูงๆ เข้าไว้ คนที่เรียนจบก็มุ่งมั่นทำงานสร้างตัว หนุ่มสาวม้งเองก็เช่นเดียวกัน

เพื่อนม้งสมัยเรียนชั้นมัธยม ตอนนี้มีอยู่หลายคนที่ยังไม่แต่งงาน บางคนทำงานบริษัทเอกชน บางคนเป็นนางพยาบาล บางคนเป็นครู ปีที่แล้วเพื่อนม้งรุ่นเดียวกับผมแต่งงานไปสี่คน ซึ่งก็ถือว่าแต่งในช่วงที่อายุน่าจะเหมาะสมแล้ว ..มีเพื่อน (สาวสวย) ม้งดอยปุย สองคน อายุก็รุ่นๆ ผม โสดเหมือนกัน

จากนี้ไปแนวโน้มการแต่งงานตอนอายุน้อยๆ ในสังคมม้ง คงจะค่อยๆ ลดลงไป ผมเชื่อว่า ชาวม้งเอเชีย หลายๆ คน คงจะอายุไล่เลี่ยกันกับผมหรืออาจมากกว่า และยังโสดอยู่ ..ยังไงแล้ว จัดปาร์ตี้คนโสดหน่อยไหม อายุ 25 อัพ

ลูกเทวดา ในสังคมม้ง

ความเป็นม้งในอดีต อาจจะมีความเป็นอยู่ที่ไม่ดีนัก ชีวิตหาเช้ากินค่ำอยู่กลางป่าเขา เพาะปลูกก็เพื่อไว้กินกันในครอบครัว ไม่ต้องทำ 10 ไร่ 100 ไร่ เพื่อไว้ขาย เหมือนที่เราทำกันทุกวันนี้

ในอดีตการไปมาหาสู่กับญาติพี่น้องที่อยู่ทางไกล ก็อาจไปด้วยม้า หรือเดินด้วยเท้าเปล่า ไม่มีอะไรให้ต้องเร่งรีบนัก ไปช้ากลับช้าก็ไม่เป็นไร เพราะมีเวลาให้เผื่อเหลือเผื่อขาดมากมาย ไม่มีธุรกิจรัดตัว ไม่มีตารางนัดหมาย จะมีก็เพียงแต่งานไร่งานสวน และการออกล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร

ยุคสมัยนั้นเด็กๆ ต่างมีความสุข สนุกได้กับสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าขี่ต้นกล้วยลงเขา เอาก้านกล้วยมาทำเป็นปืน ใบไม้ใบหญ้าสามารถนำมาเสกสรรค์ปั้นแต่งให้เป็นสิ่งบันเทิงได้ ว่างจากงานก็ไปยิงนกตกปลา ..เหมือนมีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้เท่านั้น

ลูกที่ดีมีให้พบเห็นได้ไม่ยากในยุคสมัยนั้น พ่อแม่ทำอะไรก็ตามพ่อแม่ไปทำ อาจจะเป็นเพราะการอยู่ในโลกแคบๆ ก็เป็นได้ เด็กๆ จึงไม่ได้มีความต้องการอะไรมากไปกว่าการมีอาหารใส่ท้อง และชีวิตที่อิสระกลางป่าเขาลำเนาไพร จึงไม่มีอะไรให้เด็กๆ ต้องเรียกร้องกัน

แต่แล้วก็มาถึงยุค “ลูกเทวดา” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิบากกรรมที่สังคมม้งจะต้องเผชิญ

เมื่อเด็กม้งรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือ เมื่อเด็กม้งขับรถมอเตอร์ไซเป็น ความยากลำบากจึงตกมาอยู่ที่ผู้เป็นพ่อแม่ ที่ต้องเสาะแสวงหาสิ่งสิ้นเปลืองเหล่านี้มาบำเรอ “ลูกเทวดา” ของตน ลำพังแค่หาเลี้ยงปากท้องก็เหนื่อยพออยู่แล้ว ไหนยังจะต้องมาคอยปวดหัวกับเจ้า “ลูกเทวดา” นี้อีก

ที่ผมมาเขียนเรื่องนี้ก็ด้วยได้แรงบันดาลใจจากเพลง “ลูกเทวดา” ของคุณ สนุ๊ก สิงห์มาตร เพราะเมื่อได้ยินเพลงนี้ ผมก็มีภาพหลายๆ ภาพเกิดขึ้นในหัว เกี่ยวกับสภาพสังคมของเด็กม้งบ้านเรา ซึ่งผมมองว่ายังไม่น่าจะเกิดภาพลักษณะเช่นนี้ขึ้น เนื่องจากผมมองว่าครอบครัวส่วนใหญ่ยังลำบากกัน เด็กๆ น่าจะเคยชินกับความลำบาก หรืออย่างน้อยก็น่าจะเห็นความลำบากของพ่อแม่ ในการดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ชีวิตจริงไม่ได้สุขสบายเหมือนอย่างที่เด็กๆ เห็นกันในละครทีวี

ภาพหนึ่งที่เห็นคือ เด็กมัธยมปลายคนหนึ่งอยากได้รถมอเตอร์ไซ แต่พ่อกับแม่ไม่มีตังค์ซื้อให้ แม่บอกให้รอเก็บเกี่ยวข้าวโพดปีนี้ก่อน ถ้าได้ผลดีก็จะซื้อให้ ทำให้น้องคนนี้น้อยใจพ่อแม่ ไม่ยอมกินข้าวกินปลาหลายวัน จนผู้เป็นแม่ร้อนใจไม่รู้จะทำยังไง เลยสัญญาไปว่าจะรีบซื้อให้ น้องคนนี้จึงยอมกลับมาเป็น “ลูกเทวดา” คนเดิม

อีกภาพหนึ่งคือ ภาพที่ลูกชายถือมีดไล่ฟันพ่อ เรื่องมีอยู่ว่าลูกชายไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อน โดยพกมีดไปด้วยเพื่อจะไปหาเรื่องต่อ (หลังจากกินเหล้าแล้ว) จึงมีคนมาฟ้องผู้เป็นพ่อว่า ลูกชายของเค้ากำลังนั่งกินเหล้าอยู่ และเหมือนเตรียมจะไปก่อเรื่อง

ผู้เป็นพ่อจึงรีบไปดู เมื่อไปถึงก็กระชากคอเสื้อลูกชายให้กลับบ้าน แต่ลูกชายไม่ยอมกลับ ผู้เป็นพ่อจึงเบิ๊ดกะโหลกไปหนึ่งที แค่นั้นแหละ เจ้าลูกเทวดาคนนี้ก็คว้ามีดขึ้นมาทันที ผู้เป็นพ่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบสับเกียร์หมา เจ้าลูกเทวดาเห็นพ่อวิ่งจึงรีบวิ่งตาม กะว่าถ้าทันจะฟันสักเฉาะ แต่มันเปลี่ยนใจซะก่อน ..ถือว่าเป็นบุญของผู้เป็นพ่อ ที่จะได้อยู่รับใช้ลูกเทวดาต่อไป

กรณีนี้ไม่ใช่แค่ลูกชายที่วิ่งไล่กวาดพ่อ พวกเพื่อนๆ ที่นั่งด้วยกันก็ช่วยมันไล่ด้วย แทนที่จะช่วยกันห้าม ..นี่แหละ “ลูกเทวดา” พรรค์เดียวกัน

ยังมีเรื่องอีกเยอะแยะเกี่ยวกับเด็กสมัยนี้ ไม่ว่าเรื่องจ้อโทรศัพท์เป็นชั่วโมงๆ เรื่องขับรถแว๊นไปแว๊นมาในหมู่บ้าน สร้างความรำคาญให้กับผู้คน ที่สำคัญคือเงินเติมน้ำมันยังแบมือขอตังค์พ่อแม่อยู่

เคยเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ..ประชด ผูกคอตาย น้อยใจแม่ ไม่ซื้อกระเป๋าให้ ..วัย รุ่นเมาเหล้าน้อยใจแม่ คิดสั้นแขวนคอตาย ..ด.ญ. 13 น้อยใจพ่อแม่ ไม่จัดงานวันเกิดให้ หนีขึ้นห้องผูกคอตาย

ปรากฎการณ์เหล่านี้ หลายคนย้อนกลับไปโทษที่ตัวพ่อแม่ หาว่าพ่อแม่เลี้ยงลูกไม่ถูกวิธี แต่ผมกลับมองว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น ปัจจุบันคนในครอบครัวมีอิทธิพลกับตัวเด็กน้อยลงทุกที อิทธิพลส่วนใหญ่ที่ตัวเด็กได้รับคือจาก เพื่อน และสื่อ ไม่ว่าสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ หรืออินเตอร์เนต

ประกอบกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป พ่อแม่ลูกมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยลง จึงถือเป็นองค์ประกอบที่เกือบสมบูรณ์ที่ช่วยก่อกำเนิดเจ้า “ลูกเทวดา” ทั้งหลาย ..จะเกิดอะไรขึ้น หากวันหนึ่งข้างหน้าองค์ประกอบต่างๆ สมบูรณ์มากกว่านี้

เทวดาของแม่ เทวดาของแม่ …

ลางสังหรณ์…..คุณเชื่อไหม

Hmong Asia Thailand

ถ้ากล่าวคำนี้ ขอรวมถึงความหมายของชาวม้งที่เรียกว่า ua swv ua pug ด้วยเพราะไม่รู้ภาษาม้งบางคำ มีความหมายกว้าง เลยไม่มีคำจำกัดความ หรือมี แต่เราลืมไปบ้าง แต่ความหมายก็คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้น จะเป็นบ้านหลังนั้น ตระกูลแซ่นั้น หรือทั้งหมู่บ้าน ต้อง caiv เพราะถือว่าการ caiv คือเว้นออกจากบ้าน หมู่บ้าน ช่วงเวลาเลวร้ายที่จะบังเกิดเหตุเลวร้ายขึ้น หากไม่มีผู้คนในช่วงเวลาดังกล่าว จะไม่มีเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้น ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงมาให้อ่าน เรื่องนี้ยายของโดมดอยเป็นคนเล่าให้ฟังและยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง เพราะยายเป็นคนป่ากลาง น่าน แต่ก่อนจะมาน่านยายอยู่แพร่มาก่อน ตอนเด็กจำไม่ได้ว่ายายบอกว่าเป็นพื้นที่ moos pes หรือ moos naab ปัจจุบันยายเสียชีวิตแล้ว หากท่านยังอยู่ อายุ ประมาณ 110-120 ปี

ยายเล่าว่ามีหมู่บ้านหนึ่ง อยู่กลางเขาแล้ววันหนึ่งมีงูตัวใหญ่สีเงินยวง ตกมาจากฟ้า เพราะอยู่ ๆ ก็หล่นลงมาได้ยินเสียงสนั่น งูเลื้อยไปไม่ไหว ชาวบ้านเลยฆ่าและแล่แบ่งกันกิน เว้นสองแม่ลูกท้ายบ้านที่ชาวบ้านรังเกียจว่ายากจน จึงไม่แบ่งให้ แล้วเย็นนั้นลมแรงครึ้มฟ้าฝน ฟ้าแดงก่ำทางทิศตะวันตกปานตะวันจะขึ้นอีกดวงทางทิศนี้ ค่ำนั้นมีชายแก่ผมสีขาวเป็นดอกเลาเดินมาเคาะประตูสองแม่ลูก และถามว่าได้กินเนื้องูกับเขาหรือไม่ สองแม่ลูกบอกว่าไม่ได้รับส่วนแบ่ง ชายแก่แจ้งว่าหากไม่ได้กินก็นำเฉลวมาปักหน้าบ้านไว้ (เฉลว คือ ไม้ไผ่ ที่สานเป็นรูปสี่เหลี่ยมเฉียง ๆ หรือ ntxaij เอาใบไม้เสียบไว้ที่เฉลวปักหน้าบ้าน แสดงถึงว่าบ้านนี้ caiv) คืนนั้นฟ้าฝนโครมคราม เสียงผู้คนต่างกรีดร้องโหยหวนเสียงม้าเสียงสัตว์เลี้ยงร้องระงม น่าสยดสยอง แต่สองแม่ลูกไม่กล้าออกนอกบ้าน เพราะกระต๊อบของตนก็สั่นไหว กลัวจะไปกับสายน้ำด้วยช่วงวิกฤตินานนับชั่วโมง แล้วทั้งสองก็หลับไป เช้าแล้วทั้งสองเปิดประตูกระต๊อบออกมา……แม่เจ้า….หมู่บ้านหายไป โดยสายน้ำกวาดหมู่บ้านไปทั้งหมดเว้นไว้แต่บ้านของนาง ซึ่งยังมีร่องรอยที่สายน้ำแยกแบ่งเป็นสองทางหลังบ้านและกวาดผู้คน บ้านเรือน สัตว์เลี้ยงไปไว้ที่ก้นเหว ทุกสิ่งเงียบ และเงียบ ไม่มีแม้สิ่งมีชีวิตใด ๆ นางและลูกมองตากันและแล้วทั้งสองต่างจับมือกันแน่น วิ่งและวิ่ง….ออกจากหมู่บ้าน ไปให้ไกลที่สุด เท่าที่จะไกลได้จากที่ตรงนั้น และมาโผล่ที่บ้านของยาย สองแม่ลูกเล่าให้ชาวบ้านที่บ้านยายฟัง ชาวบ้านจากหมู่บ้านของยายไปถึงก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะไม่เหลืออะไรเลย……

nam_kor

ไม่ใช่นิทานนะ…ยืนยัน และเมื่อไม่นานนี้ที่บ้านน้ำก้อ หล่มสัก เพชรบูรณ์ อยู่ ๆ ก็มีกวางวิ่งหลงมาในหมู่บ้าน ชาวบ้านช่วยกันจับได้และฆ่าแบ่งกันกิน และแล้วน้ำป่าไหลจากภูตาดฟ้าก็กวาดหมู่บ้านน้ำก้อราบไปกับสายน้ำ มีผู้เสียชีวิต 126 ราย บ้านเรือน สัตว์เลี้ยง ไร่นา เสียหายนับล้าน ๆ อีกเรื่องเกิดขึ้นกับญาติ ๆ ของโดมดอย ซึ่งเป็นพี่ชายแต่เป็นลูกลุง มีอาชีพค้าขายผ้า-ด้าย ให้ชาวม้ง พี่ต้องเดินทางไปขายในที่ที่มีม้งซึ่งไกลมาก ไม่รู้จักว่าใครเป็นใคร คืนก่อนจะไป พี่ไปขายของมากำลังจะหุงข้าว พอตักข้าวสารเทใส่กะละมังที่จะซาวข้าว ปรากฏว่าข้าวสารกระเด็นออกจากกะละมังจนหมด พี่ตักอีกครั้งก็เป็นเหมือนเดิม แกเลยตักน้ำใส่กะละมังก่อนที่จะตักข้าวสารใส่ พอตักข้าวสารใส่แล้วแกเห็นน้ำที่จะล้างซาวข้าวสารเป็นสีเลือด แต่แกคิดว่าคงเพราะหิวนั่นเอง พอหุงข้าวและทานข้าว แกก็เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนพ่อค้าผ้าด้วยกันฟังเขาก็ทักแต่พี่แกไม่เชื่อ และแล้วรุ่งขึ้นแกเดินทางขึ้นดอยที่เชียงของ อย่ารู้เลยว่าบ้านอะไร มีคนม้งและแซ่เดียวกันกับพี่ชายย่องตามหลัง เพราะคิดว่าคงจะมีหลายตังค์ แอบฟันคอจากด้านหลัง พี่ชายไม่มีโอกาสแม้แต่จะขอชีวิต โจรใจเหี้ยมผู้นั้นได้รื้อค้นข้าวของ-ผ้า เอาไปบางส่วน พวกเราทราบข่าวว่าพี่ชายเสียชีวิตก็เดินทางช่วงเย็นจากบ้านไปที่เชียงของ ระหว่างทางคุยกันเรื่องยาเสพติด ตอนนั้นฝิ่น ยังเป็นที่นิยม เราสัญญากันว่าเราไปเรื่องทุกข์ร้อนบางคนที่ขออาศัยไปกับรถคันนี้ อย่าแอบแฝงด้วยการซื้อฝิ่นกลับมา….เพราะมีด่านตรวจมากมาย กลัวภารกิจเราจะเสีย หากใครจงใจทำขอให้มีอันเป็นไป

เมื่อรถไปถึงโรงเรียนป่าไม้แพร่ เราได้กลิ่นเน่า ๆ ก็บอกพี่สาวอีกคนว่าได้กลิ่นไหม เขาบอกว่าอย่าทักไม่ดีไปงานศพ เราก็ไม่พูดสักครู่ประมาณเวลาเที่ยงคืนรถแหกโค้งเส้นทางที่กำลังจะขึ้นเขาเป็นโค้งศอก คนอื่น ๆ เจ็บเล็ก ๆ น้อย โดมดอยกระดูกไหปลาร้าขวาหัก แต่มีสองคนที่เราคาดว่าน่าจะแอบแฝงเพราะมีอาชีพลับ ๆ ทางยาเสพติดแต่เป็นญาติ ห้ามแล้วก็ยืนยันว่ารักพี่คนที่ตายนี้มากต้องไปให้ได้ แต่ต้องเจ็บหนักที่สุดถึงผ่าตัด และที่สำคัญตอนแรกไปกันหลายคน แต่ไป ๆ มา ๆ เหลือ 13 คนพอดี ทำไมช่างเหมาะเจาะที่เลข 13 ที่คนม้งถือเสียด้วย (ฝรั่งก็ถือ) เพราะคนตาย เมื่อตายครบ 13 วันจะทำพิธี xw หรือ ib tsug 13 hnub ส่วนที่เจ็บก็รักษา ส่วนที่ไม่เป็นไรก็ไปงานศพต่อ

nam_kor_flood
ภาพจาก: wikipedia.org

ล่าสุดก่อนพี่สาวจะเสียชีวิตวันเสาร์ นั่งดูทีวี รู้สึกว่ามีแมลงหรือผีเสื้อสีดำตัวใหญ่บินไปมา ใต้บันไดขึ้นชั้นบน เมื่อมองจากหางตาซ้ายผ่านช่องประตูที่จะเดินขึ้นชั้นบน เอะใจเลยลุกมาดูปรากฏว่าเป็นค้างคาวสีดำกำลังบินไปมาเพื่อหาทางออก เลยนำไม้กวาดหยากไย่มาไล่แต่ก็ไม่ยอมออก จึงไม่ได้สนใจ สักครู่มองไปไม่เห็นบินอีกจึงเดินไปดู เห็นตกอยู่ที่ขั้นบันได จึงคีบไปนอกบ้าน และมันก็บินลับหายไป โดมดอยข้องใจว่าค้างคาวกลางวันจะหาที่นอนไม่มาบินว่อนอยู่ทั่วไป แต่เพราะเหตุใดมันจึงมาบินเข้าบ้าน ใจไม่ดีอยู่เหมือนกัน แต่พยายามคิดว่าคงไม่มีอะไร และไม่ได้ไปเยี่ยมพี่สาวทั้งที่ป่วยหนัก แต่ก่อนหน้าก็ไปเยี่ยมและพอพูดคุยกันได้บ้าง หลังจากนั้น 3 วันพี่ก็เสีย หลายคนบอกว่า เหคุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นการส่งข่าวแจ้งข่าวให้ไปเยี่ยม หรือแจ้งเตือนว่าจะมีการสูญเสียคนที่เรารักก็ได้

อภินิหารที่อยู่เหนืออำนาจควบคุมของมนุษย์ยังมีอีกมาย ความลึกลับ ซับซ้อน….อย่าบอกว่าไม่มี อาจไม่มี ….หรือมี …แต่ไม่กล้ารับ…ไม่กล้าปฏิเสธ ซึ่งแท้จริงใด ๆ ในโลกยังมีสิ่งที่ยังสรุปไม่ได้อีกมากมาย หรือบางอย่างอาจเป็นธรรมชาติส่งทูตมาบอกข่าว แต่ไม่เชื่อ แล้วยังทำร้ายเข่นฆ่าทูตมาเป็นอาหาร จึงอภัยไม่ได้ ฟ้าดินจึงลงโทษ ปัจจุบันมีเหตุการณ์สัตว์ป่าหลงทิศทางเข้าหมู่บ้านมากมาย เช่นที่เข็กน้อย มีลิงหลงมาในหมู่บ้าน หรือ กระทิงหลงเข้ามาที่ท่าพลหล่มสัก และอีกหลาย ๆ อย่าง หลายที่ที่เราไม่รู้ข่าว นี่คือลางบอกเหตุอะไรหรือไม่ ไม่ต้องเชื่อโดมดอย แต่อย่าประมาท เพราะสิ่งที่แน่นอนก็คือสิ่งที่ไม่แน่นอน…นั่นเ อง.

  Page 6 of 86« First...«45678»...Last »


+ 3D TV + Best LED TV + Samsung 55 LED TV + 46 LCD TV + 50 LCD TV + 52 LCD TV + Samsung LCD TV + LG TV + Sony TV + Sharp TV + 720p + 1080p + DLP TV + Samsung DLP TV + Mitsubishi 73
(more + )