Sponsor


โฆษณาตรงนี้


Your Ads Here


โฆษณาตรงนี้

โฆษณา โทร 086 0234 655

ผลสำรวจ คนกลับปีใหม่ม้ง 2553

stats hmong new year 2010
แบบสำรวจ ระหว่างวันที่ 23 พ.ย.-7 ธ.ค. 53

หลังจากเปิดโพล์ (แบบสำรวจ) มาได้เกือบครึ่งเดือน คือตั้งแต่เที่ยงของ วันที่ 23 พ.ย. 2552 เป็นต้นมา ก็ขอปิดตัวแบบสำรวจดังกล่าวในวันนี้ เพื่อจะได้ประเมินผลสำรวจ และให้ทุกคนร่วมวิเคราะห์กัน

แบบสำรวจดังกล่าว มีหัวข้อว่า “ปีใหม่ม้งปีนี้ท่านกลับได้หรือไม่” ระยะเวลาที่ทำการสำรวจทั้งสิ้น 14 วัน (23 พ.ย.-7 ธ.ค.) จาก 292 โหวต (ตัวอย่าง)

ตัวเลขจำนวนโหวตที่ได้ คือ 292 โหวต แม้ไม่สามารถบอกได้แน่ชัดถึงจำนวนคนโหวต แต่ผมก็เชื่อได้ว่าตัวเลขที่ได้ใกล้เคียงกับจำนวนผู้โหวต เพราะแบบสำรวจนี้ถูกตั้งให้คนหนึ่งสามารถโหวตได้แค่หนึ่งครั้ง (นอกเสียจากเปลี่ยนคอมพิวเตอร์) ไม่ใช่วันละครั้ง

ผลสำรวจที่ได้ขอสรุปเป็นสามประเด็น (แบบสำรวจมี 5 ประเด็น) คือ

  1. กลับได้ 122 คน คิดเป็น 42%
  2. กลับไม่ได้ (ติดงาน ติดเรียน อยู่ต่างประเทศ) 122 คน คิดเป็น 42%
  3. ไม่แน่ใจ 48 คน คิดเป็น 16%

ตัวเลขของคนที่กลับได้ กับคนที่กลับไม่ได้เท่ากันเป๊ะเลย! ถึงแม้ตัวเลขของคนที่กลับไม่ได้จะถูกแยกออกเป็นสามกลุ่ม คือ กลับไม่ได้เพราะติดเรียน กลับไม่ได้เพราะติดงาน และกลับไม่ได้เพราะอยู่ต่างประเทศ แต่ผลรวมกลับเท่ากับจำนวนตัวเลขของคนที่กลับได้

แบบสำรวจนี้ชี้ให้เห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งที่ว่า เมื่อกระแสความเจริญเข้ามา เราจำเป็นต้องเกาะกระแสความเจริญนั้น (ถ้าพูดให้ถูกคือ กระแสเกี่ยวเราไป) เพื่อความอยู่รอด ไม่ว่าการศึกษาเล่าเรียน รูปแบบการทำมาหาเลี้ยงชีพ โดยที่เราอาจจำต้องละทิ้งกิจกรรมบางอย่าง ที่แม้เราจะปฏิบัติมาทั้งชีวิตก็ตาม และนี่ก็คือต้นตอหนึ่ง ที่ส่งผลให้ขนบธรรมเนียม และวัฒธรรมของสังคมหนึ่ง ต้องสูญหายไป .. ไม่เฉพาะแค่ม้งเรา

เมื่อเห็นดังนี้แล้ว ก็ได้แต่หวังว่าคนที่สามารถกลับได้ จะใช้เวลาดังกล่าวอย่างคุ้มค่า ให้สมกับที่รอคอยมาทั้งปี ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า คุณคือตัวแทนของเยาวชนม้งอีกกว่าครึ่ง ที่ไม่สามารถไปร่วมงานปีใหม่ม้งปีนี้ได้ .. คิดซะว่าเล่นเผื่อคนที่กลับไม่ได้แล้วกัน

ส่วนตัวผมเองก็คงต้องล่วงหน้าไปก่อน เพื่อช่วยพ่อกับแม่ตระเตรียมงาน ที่สำคัญคือ เป็นลูกมือในการฆ่าหมู .. หน้าที่หลักคือ ล้างใส้หมู

สวัสดีปีใหม่ 2553 ประเดิมด้วยปีใหม่ม้งกรุงเทพ

อาทิตย์นี้ก็หายหน้าหายตาไปทั้งอาทิตย์ ก็วนเวียนแถวนี้แหละครับ ก็ต้องคอยสอดส่องดูแลไม่ให้ใครมาป่วนชุมชนแห่งนี้ด้วย ที่พบ และน่าดีใจก็คือ ชาวม้งเอเชียน่ารักกันทุกคน ไม่มีเรื่องให้ปวดหัวเลย อาจมีคนป่วนบ้าง แต่ก็น้อยมาก ถือเป็นธรรมดาของสังคมออนไลน์

พรุ่งนี้ก็วันที่ 5 ธันวาคมแล้ว ซึ่งถือเป็นวันมงคลที่ยิ่งใหญ่ ของคนไทยทุกคน นั่นคือ วันพ่อแห่งชาติ ซึ่งเราจะต้องถวายความจงรักภักดี แด่พ่อหลวงของเรา รวมไปถึงการให้ความรัก และความกตัญญูแด่พ่อบังเกิดเกล้าด้วย แน่นอนว่าหลายคนอาจทำเป็นปกติวิสัยอยู่แล้ว แต่เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ถือเป็นวันพิเศษสำหรับผู้เป็นพ่อ เราจึงขาดไม่ได้ที่จะต้องแสดงความกตัญญูต่อท่านในวันนี้

วันที่ 5 ธันวาคม นอกจากจะเป็น วันพ่อแห่งชาติ แล้ว คนม้งที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็อาศัยวันนี้เป็นวันจัดงาน ปีใหม่ม้ง กรุงเทพฯ ทุกปี ซึ่งแต่ละปีก็จะดูยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งบางคนที่อยู่จังหวัดไกลๆ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมาร่วมงานนี้

สำหรับปีที่แล้วกับปีนี้ ก็จะมีการจัดงานพิเศษหน่อยก็คือ ขยายวันจัดงานเป็นสองวัน คือ วันที่ 5-6 ธันวาคม รวมไปถึงการเชิญนักร้องวงดังมาร่วมในงาน อย่างเช่น Laiblaus, XUA และ Mosias

ซึ่งปกติแล้วผมเองจะร่วมงานนี้ทุกปี และปีนี้ก็เช่นเดียวกัน สำหรับปีนี้ก็คงจะไปร่วมได้แค่เฉพาะ วันเสาร์ ที่ 5 เท่านั้น และคงจะอยู่ถึงแค่เที่ยงวัน เพราะต้องไปธุระต่อ ..ช็อปปิ้ง :)

เนื่องจากพักอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ จึงไม่สะดวกที่จะไปทั้งสองวัน ซึ่งก็น่าเสียดายอยู่ แต่ก็เชื่อว่าหลายคนแม้อยู่ไกล แต่ก็จะเข้าร่วมงานนี้ทั้งสองวัน ก็ขอให้สนุกนะครับ

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่
hmong-bangkok-new-year-2010
แผนที่โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ จุดสังเกตุคือตัวหนังสือสีแดง

สำหรับสถานที่จัดงานปีนี้คือ โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแฟลตดินแดงนะครับ สำหรับจุดสังเกตุ หรือสถานที่ใกล้เคียงอื่นๆ จะมีดังนี้ครับ (อยู่ในระยะเดินได้) แฟลตดินแดง,กระทรวงแรงงาน,ร.พ.ราชานุกูล,โรงเรียนแม่พระฟาติมา,โบสถ์แม่พระฟาติมา,ไปรษณีย์ดินแดง

สำหรับการเดินทางนั้น หากใครอยู่รอบนอก กทม. ก็อาจจะนั่งรถเมย์มาลงที่ อนุสวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อน จากนั้นค่อยต่อรถอีกที ส่วนใครที่มาจากพระราม 9 ก็ให้ตรงมาเลยครับ

ใครนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็ให้ลงที่สถานี อนุสวรีย์ฯ นะครับ แล้วต่อรถอีกที ส่วนใครนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็ให้ลงที่สถานีพระราม 9 (แถวฟอร์จูน) แล้วต่อรถอีกที

สำหรับใครที่ไปไม่ถูกก็โทรหาทีมงานได้ครับ คุณเปเล่ 087 042 9132, คุณสื่อ 084 765 2313 ส่วนใครที่ยังไงก็ไปไม่ถูกเนี่ย ก็ไม่ต้องไปนะครับ เดี๋ยวหลง .. :)

ส่วนผม (ใครจะสนใจ) คงจะมาลงอนุสวรีย์ฯ แล้วเดินเอาครับ :) ..สิบห้านาทีน่าจะถึง (ถ้ายังไม่ถึงค่อยวิ่ง)

แล้วเจอกันครับ

จดทะเบียนการเกิดเด็ก 1 ล้านคน

บทความจาก นสพ.มติชนออนไลน์ โดย อดิศร เกิดมงคล โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติและผู้มีปัญหาสถานะบุคคล

“ทำ อย่างไรให้เด็กทุกคนที่เกิดในประเทศไทยได้ใบรับรองการเกิด 100% นับตั้งแต่วันที่กฎหมายบังคับใช้แล้ว” คำถามนี้กดดันผมยิ่งกว่าวันที่สอบสัมภาษณ์เข้าเรียนต่อด้านมานุษยวิทยาที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อหลายปีที่แล้ว สำลี ใจดี หรือ “ป้าสำลี” ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้หยุดคิด กลับตอกย้ำด้วยคำพูดประโยคต่อมาว่า “เมื่อประเทศไทยมี พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร ฉบับที่ 4 พ.ศ.2551 ปรากฏขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 การจดทะเบียนการเกิดเป็นไปได้สำหรับมนุษย์ทุกคน ฉะนั้นเธอต้องพยายามทำให้ได้จริงๆ ฉันรู้ว่าเป็นเรื่องยาก แต่เรื่องนี้คือความหวัง ความท้าทายของเด็กทุกคนที่รออยู่”

ระหว่างที่ครุ่นคิดถึงคำตอบที่จะสื่อสารออกมา ภาพของใครบางคนปรากฏแจ่มชัดขึ้นในห้วงความทรงจำ คนแรก คือ “ยายคำ” แม่เฒ่าชาวไทใหญ่อายุร่วม 80 ปี ณ บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดบ้านเกิด ประเทศไทย ยายคำคือหมอตำแยที่ทำคลอดให้เด็กมากกว่า 100 ร้อยคนในพื้นที่แห่งนี้ร่วม 40 ปีผ่าน พื้นที่ซึ่งอยู่ไกลโพ้นจากความรับรู้ของคนเมืองหลวง และที่นี่ยังอยู่ห่างไกลจากสถานที่ที่เรียกกันว่า “โรงพยาบาลสบเมย” ไม่ใช่แค่ไกลระยะทาง แต่ยังเป็นความไกลของ “ความเป็นไทย” ที่นับกันด้วยเพียงเลข 13 หลักในบัตรประชาชน ซึ่งยายคำ พ่อแม่เด็ก และเด็กๆที่นี่ไม่รู้จัก พวกเขาและเธอคือกลุ่มคนที่ถูกเรียกในชื่อทางการว่า “คนไร้สัญชาติ”

คนต่อมา คือ หมอตำแยอีกคนหนึ่งในพื้นที่สนามมานุษยวิทยาแห่งแรกของชีวิตผม มหาชัย พื้นที่ที่ใครบางคนเปรียบเปรยว่า “ถ้าแรงงานพม่าจุดไม้ขีดแค่คนละก้าน ก็จะเผาเมืองได้ทั้งเมือง” ผมเรียกแกว่า “ป้ามี” อายุกว่า 50 ปี มหาชัยไม่ห่างไกลจากเมืองหลวง กลับยังใกล้โรงพยาบาลอีกหลายแห่ง แต่ที่นี่ก็ยังมีแรงงานข้ามชาติจากพม่าจำนวนมาก เลือกใช้บริการหมอตำแยทำคลอด เพราะที่นี่มีเรื่องเล่าที่บอกต่อๆกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นเรื่องจริง ว่า “ถ้าใครคลอดลูก จะจับส่งกลับบ้านเกิดทั้งแม่ทั้งลูก” ป้ามีจึงกลายเป็นคำตอบและตัวเลือกที่ยากจะปฏิเสธ

การคลอดนอกโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย ที่มาพร้อมกับความหวาดกลัวเรื่อง “ความไม่เป็นคนไทย” กับ “การถูกส่งกลับประเทศ” ซึ่งยังฝังแนบแน่นในหัวใจ“คนเป็นแม่และครอบครัว” จึงทำให้เด็กจำนวนมากทั้งที่เป็น “ไทย” และ “ไม่เป็นไทย” ไม่มีโอกาสเข้าถึงการจดทะเบียนการเกิด ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้ว “ไทย ไม่ไทย ก็แจ้งเกิดกันได้ทั้งนั้น”

อย่างไรก็ตามเนื่องจากการจดทะเบียนการเกิดต้องเกี่ยวข้องกับขั้นตอน ที่ยุ่งยาก คนจำนวนมากจึงเข้าไม่ถึงขั้นตอนเหล่านี้ คือ หนึ่ง-โรงพยาบาลหรือผู้ทำคลอดหรือผู้ใหญ่บ้านต้องออกเอกสารที่เรียกว่า ใบรับรองการเกิด (ทร. 1/1) เมื่อมีการเเจ้งเกิดเพื่อรับรองการเกิดขึ้นมา ว่าใครทำคลอด บิดาและมารดาเป็นใคร เกิดเมื่อไหร่ ที่ไหน เพศอะไร สอง-เจ้าหน้าที่ต้องรับเเจ้งเกิด ในที่นี้คือ นายทะเบียนราษฎร และจะมีการออกสูติบัตรประเภทต่างๆให้กับเด็กผู้นั้น เพื่อรับรองตัวตนทางกฎหมายของเด็ก เเละ สาม –การบันทึกข้อมูลเหล่านี้ลงในทะเบียนบ้านต่อไป Read More »

  Page 9 of 74« First...«567891011121314»...Last »


+ Nuvi 260 + Samsung 55 LED TV + Best LED TV + LCD TV Deals + Best LCD TV
+ 46 LCD TV + 50 LCD TV + 52 LCD TV + Samsung LCD TV + LG TV + Sony TV + Sharp TV + 720p + 1080p + DLP TV + Samsung DLP TV + Mitsubishi 73
(more + )