Sponsor


โฆษณาตรงนี้


Your Ads Here


โฆษณาตรงนี้

โฆษณา โทร 086 0234 655

ที่แห่งนี้ สอนให้ฉันรู้จัก คำว่า ก.ไก่

สวัสดีพี่น้องม้งทั่วโลกครับ ผมคนบ้านเลขที่96 ครับ ขอรายงานตัว เนื่องจากเหตุผล หลายเหตุหลายประการ ที่ทำให้ผมคนบ้านเลขที่96 ได้หายไปจากการเขียนบทความให้พี่น้องม้ง อ่าน ตรงนี้คงจะไม่ว่ากันนะครับ แต่อย่างไรเสีย ผมก็หวังว่าพี่น้องม้งทั่วโลกทุกท่านทุกคน คงสบาย มีเงินมีทองใช้กันถ้วนหน้าทุกคน มีความสุขกายสบายใจ กันนะครับ

 
hangnokyung
ต้นหางนกยูง หน้าเสาธง
 

หลายวันนี้ผมเองได้กลับมาบ้านที่ป่ากลางนี่แหละครับ และ ก็ได้เกิดอาการคิดถึงสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมา ทั้งๆ ที่ หลังจากที่ผมจบจากโรงเรียนนี้เข้ากรุงเทพเหมือนกับหลายๆ ท่านในที่นี้ ผมก็ไม่เคยไปถึงสถานที่แห่งนี้เลย วันนี้ผมเลยอยากเขียนอะไรสักอย่าง ให้กับโรงเรียนแห่งนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็เชื่อเหลือเกินว่าพี่น้องม้งบางท่านก็กำลังอยู่ในอารมณ์ อยู่ในอาการของผมด้วยเช่นกัน คือ ตั้งแต่จบจากโรงเรียนแล้ว ไม่เคยได้มีโอกาสเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นอีกเลย อาจเนื่องด้วย ย้ายที่อยู่ไปทำงานต่างจังหวัด หรือแต่งงานแต่งการไปยังหมู่บ้านอื่น หรืออาจจะเดินทาง ไปยังต่างประเทศอะไรก็แล้วแต่ วันนี้ผมจะเชิญชวนให้ท่าน ทั้งหลายเหล่านั้น และรวมทั้งตัวผมเองด้วย ได้กลับไปยังสถานที่แห่งแรกที่ให้การศึกษาแก่เราท่านทั้งหลาย แต่พวกเรามักลืมเลือนไปโดยบางครั้งไม่เคยนึกคิดถึงเลย

โรงเรียนบ้านป่ากลางมิตรภาพที่ 166 อยู่ ที่ ม. 3 บ้านค้างฮ่อ ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน ตั้งแต่ผมเกิดมาผมก็เห็นโรงเรียนแห่งนี้แล้ว และผมเองก็ได้เข้าเรียนโรงเรียนแห่งนี้ โดยก็ไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากมาย ว่าสร้างเมื่อไหร่ สมัยไหน แต่คิดว่าคงสร้างพร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของม้งป่ากลางแหละครับ

ที่นี่มีนักเรียนมากครับในสมัยที่ผมเรียนอยู่ก็ห้องหนึ่งนักเรียนจะประมาณ 30 คนขึ้นไปบางทีเฉียด 40 คนด้วยซ้ำ สัญลักษณ์ ที่ทำให้พี่น้องศิษย์เก่าป่ากลางทุกรุ่น ทุกคนทุกท่าน แม้จะเหมือนๆ ผมที่ไม่เคยเข้าไปยังสถานที่นี้เป็นสิบๆ ปี แม้ว่าบ้านตัวเองจะยังไม่ย้ายไปไหน ดังนั้นคงไม่ต้องเอ่ยอ้างถึงพี่น้องศิษย์เก่าท่านใด ที่เป็นคนที่อื่นมาเรียน หรือแต่งงานแต่งการไปยังที่อื่น จะได้มาเหยียบย่ำ สัญลักษณ์อันนั้นก็คือต้นโพธิ์ ที่ อยู่ข้างๆ สนามฟุตบอลนั้นนะครับ เพราะเปรียบเสมือนเป็น ห้องเรียนห้องหนึ่งของพวกเราเหล่าศิษย์ป่ากลางทุกคน เพราะ ใช้ร่มเงาของต้นโพธิ์ต้นนั้นเรียนวิชาพละศึกษา แต่ตอนนี้สิบกว่าปีผ่านไป ผมกลับมาก็เห็นเพียงแต่ต่อของต้นโพธิ์ เท่านั้นแล้ว ต้นโพธิ์ต้นนั้นได้ตายไปแล้ว รุ่นหลังๆ อาจนึกภาพต้นโพธิ์ต้นนั้นไม่ออกอีกแล้ว และถ้าผม แวะเข้าไปช้ากว่านี้สัก 5 ปี แม้แต่ตอคงไม่ได้เห็น ครับ

tonpho
ต้นโพธิ์ ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่หลบแดดในชั่วโมงพลศึกษา
 

ต้น อะโวคาโด ที่ครูสมัยให้ปลูกเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว สมัยนี้ได้เป็นร่มเงาให้กับรุ่นน้องที่ตามมาแล้วครับ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ต้นหางนกยุง สองสามต้นที่หน้าเสาธง ยังคงอยู่และตอนนี้กำลังออกดอกสวยงามเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนอยู่ครับ สถานที่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนแปลงก็คือ การพัฒนาตัววัตถุก่อสร้าง จนแทบจะไม่มีเค้าโครงเก่าๆ ให้จำได้อีกแล้ว แต่ก็ยังมีอาคารเก่าๆ ที่ยังหลงเหลือให้รื้อฟื้นความทรงจำ ทำให้ผมนึกถึงภาพเก่าๆ ที่ตัวเองเป็นเด็กนักเรียนตัวน้อย วิ่งเล่นตามอาคารต่างๆ ความรู้สึกเปรียบประดุจว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง

avocado
ต้น อะโวคาโด ข้างสนามฟุตบอล ร่มไม้สำหรับกองเชียร์
 

ดังนั้นบทความบทนี้ก็ให้อ่านสบายๆ ถ้าใครเป็นศิษย์โรงเรียนบ้านป่ากลาง มิตรภาพที่166 ที่ไม่เคยกลับมาเยี่ยมโรงเรียนเก่าของตัวเองเลย ผมเองก็ขอเป็นตัวแทน รายงานข่าวพร้อมภาพให้ศิษย์ป่ากลางทุกท่าน แม้ว่าตอนนี้จะไปอยู่ ณ. แห่งหนตำบลใด เมืองใด ประเทศไหนก็แล้วแต่ได้ดูถ้วนหน้า สุขใจกันทุกคนนะครับ

ส่วนสำหรับพี่น้อง ม้งทั่วโลกท่านใด ที่หลังจากจบแล้วไปเคยแวะไปเยี่ยมเยียนโรงเรียน แห่งแรกของชีวิต ที่ให้การศึกษาแก่เรา จนเราท่านทั้งหลาย รู้จักกับคำว่า ก.ไก่ จากสถานที่แห่งนี้เป็นแห่งแรก หากมีโอกาสกลับไปยังสถานที่นั้นๆ ก็แวะเวียนไปเยี่ยมสถานที่ศึกษา ของทุกท่านบ้างนะครับ ผมรับรองว่า หลายท่านที่จากไปนานแสนนาน แล้วได้กลับมาเจอโรงเรียนแห่งแรกในชีวิต คงมีความรู้สึกอย่างผมไม่มากก็น้อยแหละครับ

เศรษฐศาสตร์ชาวม้ง ไม่ซื้อเดี๋ยวเงินหมด

ก็ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ แต่เมื่อเห็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวมาถึงอีกรอบในเรื่อง “พิสูจน์รัก กับการพ่นยาในสวน” ประโยคยอดนิยมของคนแถวบ้านก็ลอยมาเข้าหูอีกครั้ง

ซื้อรถยี่ห้ออะไรดี? เป็นประโยคยอดฮิตหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว คนไม่มีรถก็คิดถึงเรื่องการมีรถ คนที่มีรถรุ่นเก่าก็ได้เวลามาคิดหารถรุ่นใหม่ รวมไปถึงการสร้างบ้านหลังใหม่ และอะไรอีกจิปาถะที่เป็นความสิ้นเปลือง โดยทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดจากแนวคิดพื้นฐานที่ว่า “หากไม่ซื้ออะไรเก็บไว้ เดี๋ยวพอเงินหมดเราก็จะไม่ได้อะไรเลย

การตัดสินใจนำเงินที่ได้มาสร้างบ้านหลังใหม่ ถือเป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่หากต้องลงทุนทำสวนรอบใหม่ทันที เอาเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนก่อนดีมั๊ย แล้วเก็บส่วนหนึ่งไว้เพื่อการสร้างบ้าน หรือหากมีแค่เพียงส่วนเดียว ก็ควรเลือกนำไปลงทุนก่อน เพราะถ้ายังมีการลงทุนย่อมหมายถึงโอกาสมีรายได้ก็ยังมีอยู่ และตราบใดที่ยังมีรายได้ นั่นหมายถึงว่าคุณก็มีโอกาสเก็บเงินสร้างบ้านหลังใหม่

รถยนต์คันใหม่ ก็เช่นเดียวกันกับเรื่องบ้านครับ คือหากสามารถแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งเก็บไว้ลงทุน รายได้อีกส่วนก็น่าจะนำไปดาวน์รถคันใหม่ได้ เพราะต่างจังหวัดสถาบันการเงิน หรือเจ้าของเต๊นท์รถมักจะยินยอมให้ผ่อนจ่ายเป็นรายปีอยู่แล้ว นั่นหมายความว่า รายได้จากการเกษตรรอบหน้าสามารถนำมาเป็นค่างวด ค่าผ่อนจ่ายได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราควรจะต้องมองให้ออกว่า หากเงินที่ได้มามีจำนวนจำกัด หรือไม่สามารถแบ่งไปทำหลายอย่างได้ เราควรเลือกที่จะนำไปใช้ในส่วนใด ซึ่งส่วนมากเท่าที่เห็นคือ ม้งเราจะไม่เลือกนำเงินที่ได้ ไปต่อยอด หรือแม้แต่ลงทุนต่อในงานไร่ งานสวนของตนเอง แต่กลับนำเงินที่ได้มานั้นไปซื้อรถยนต์คันใหม่ หรือไม่ก็สร้างบ้านหลังใหม่

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ หนี้สินที่เกิดจากการกู้เพื่อทำไร่ ทำสวน ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ควรจะได้รับการพิจารณาก่อนเรื่องอื่นใด คือได้เงินมาแล้วควรต้องรีบจ่ายคืน เพื่อครั้งหน้าเราจะได้กู้ใหม่ได้อีก แต่เนื่องจากว่าช่วงที่มีรายได้เข้ามานั้น ยังไม่ใช่เวลาจ่าย หรือรอบบัญชีการจ่าย (อันที่จริงเราสามารถจ่ายก่อนได้) เพราะอย่างนี้เงินที่ได้มาจึงมักถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นก่อน เมื่อถึงเวลาต้องจ่ายคืนเจ้าหนี้ เงินก็ไม่มีเสียแล้ว

เมื่อรายได้ทั้งหมดถูกนำไปซื้อรถคนใหม่ ซึ่งอาจจะพอแค่เงินดาวน์ บวกกับการได้รับหนี้ก้อนใหญ่มา เมื่อเป็นอย่างนี้ ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรกับงานไร่ งานสวนรอบต่อไป คำตอบคือต้องไปกู้มาครับ แต่ปัญหาคือเคยกู้มาแล้ว และยังไม่ได้จ่ายคืน นั่นหมายความว่าคุณจะต้องหาเงินจากอีกที่หนึ่ง เพื่อมาโปะหนี้ก้อนเดิมเสียก่อน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเงินนอกระบบ ดอกจะสูง

แล้วยังไงต่อ เมื่อคุณหาเงินจากที่อื่นมาโปะหนี้ก้อนเดิม และทำเรื่องกู้ยืมใหม่สำเร็จ เงินที่ได้มาคุณต้องนำไปจ่ายคืนให้เจ้าหนี้นอกระบบ พร้อมดอกเบี้ยที่แสนแพง ผลก็คือ วิน วิน หรือ? น่าจะเรียกว่า หวิว หวิว มากกว่า เพราะเงินที่คุณเพิ่งกู้มาแทนที่จะเป็นของคุณ และนำมันไปต่อยอดกับงานไร่ งานสวน กลับต้องมาจมอยู่กับหนี้สินที่แย่ๆ

สรุปคือ ถึงตอนนี้คุณจะมีหนี้สองก้อน คือ หนี้รถหรือหนี้บ้าน และหนี้สถาบันการเงิน (ปกติจะเป็น ธกส.) เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการวางแผน เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าอะไรควรทำก่อนทำหลัง หรือเข้าใจตรรกะที่ว่าทำอะไรแล้วจึงจะได้อะไรตามมา ไม่ใช่ใช้อารมณ์ความรู้สึกในการตัดสินใจ อยากได้รถก็ซื้อรถ อยากได้บ้านก็สร้างบ้าน ผลก็คือหนี้สินท่วมหัวนั่นเอง

ส่วนหนึ่งของความสามารถในการจ่ายคืนหนี้สินคือ ความรับผิดชอบ ความมีวินัย

เมื่อทุกอย่างสะดุดลงอย่างนี้ เราก็จะหนีไม่พ้นวังวนของหนี้สิน เงินที่จะได้ในครั้งต่อไปแทนที่จะเป็นของเรา เพื่อใช้เป็นเงินเล่าเรียนสำหรับบุตรหลาน เพื่อความอยู่ดีกินดี เพื่อลงทุนต่อ เรากลับต้องนำไปจ่ายหนี้สิน และหากเราผิดพลาดซ้ำอีก หรือราคาพืชผลตกต่ำ หนี้สินก้อนนี้ก็จะค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น เมื่อถึงตอนนั้นทุกอย่างก็ยากที่จะแก้ไข ที่ทำได้คือ ก้มหน้าใช้หนี้ต่อไป

หากไม่ซื้ออะไรเก็บไว้ เดี๋ยวพอเงินหมดเราก็จะไม่ได้อะไรเลย” ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ เมื่อคุณพร้อม สิ่งที่คุณอยากได้ก็จะมาเอง มีคนพูดไว้ว่า “เราจะได้ในสิ่งที่เรารับผิดชอบได้เท่านั้น” อย่างเช่นเรื่องหนี้สิน หากอยู่ในขอบเขตที่เรารับผิดชอบได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเกินกว่าที่เรารับผิดชอบได้แล้ว สุดท้ายสิ่งที่เราได้มาอาจต้องหลุดลอยไป

พิสูจน์รัก กับการพ่นยาในสวน

lichee

ช่วงนี้ยังร้อนไม่เลิก และคงจะยังร้อนไปอีกหลายวัน ก็ตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่ฟ้าฝนจะเทลงมา แม้จะเริ่มเห็นฝนห่าแรกกันไปแล้ว แต่ก็คงจะอีกนานกว่าฝนจะตกเป็นเรื่องเป็นราว ให้พวกเราได้หลับสบายกันเสียที ..บ่นตามประสาคนจนที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศเป็นของตนเอง

การรอฝนเพื่อให้ได้หลับสบายนั้นกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปแล้ว เมื่อหันไปมองชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ที่ต้องประคับประคองเรือกสวนไร่นาของตนเอง ให้ผ่านแล้งนี้ไปให้ได้ ก็น่าเห็นใจสำหรับปีนี้ เพราะมันแล้งกันจริงๆ แล้งกันทุกหย่อมหญ้า แม้แต่แหล่งน้ำใหญ่อย่างแม่น้ำโขงยังเดินข้ามได้

สำหรับชาวสวนผลไม้อย่างชาวม้งใน ต.ป่ากลาง แล้ว ถือว่าโชคดีไปเปราะหนึ่ง เมื่อผลไม้ที่ชาวบ้านนิยมปลูกกันนั้นได้เวลาเก็บเกี่ยวเสียที ไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ หรือมะม่วง และเห็นว่าปีนี้มะม่วงราคาดีเสียด้วย (ตั้ง 15 บาทแน่ะ) ส่วนลิ้นจี่นั้นราคาตกต่ำมาหลายปีแล้ว ช่วงกลางเดือนเห็นว่าราคาอยู่ที่ ก.ก. ละ 25 บาท แต่ตอนนี้น่าจะลงไปเยอะแล้ว

ลิ้นจี่นั้นปกติจะปลูกกันบนพื้นที่สูง เพราะต้องการอากาศเย็น ลิ้นจี่ถือเป็นผลไม้ที่ต้องการน้ำค่อนข้างมาก คือเริ่มใช้น้ำกันตั้งแต่เริ่มออกดอกกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการพ่นยาป้องกันแมลง กันดอกร่วง แต่ที่เปลืองน้ำสุดๆ คือการรดน้ำปกติ เพราะต้องเริ่มรดน้ำกันตั้งแต่ดอกเริ่มกลายเป็นผล และหากสวนมีขนาดที่กว้าง ก็อาจต้องรดน้ำกันแทบทุกวัน แต่จะโชคดีมากหากว่าปีไหนมีฝนหลงฤดู เพราะการรดน้ำนั้นไม่สู้ฝนอย่างแน่นอน เพราะถ้าเป็นฝนมันจะซึมลึก และทั่วถึงกว่า ..ฝนมาทีก็ได้หยุดหลายวัน

วันนี้ก็ขอพูดเรื่องเบาๆ ละกัน ..หนุ่มม้งป่ากลางกล่าวกันว่า หากจะพิสูจน์ความรักของคู่หนุ่มสาว ก็ลองพากันไปพ่นยาลิ้นจี่สักรอบ เพราะการพ่นยาลิ้นจี่นั้น จะต้องประกอบด้วย คนพ่น คนลากสาย ซึ่งหากคนลากสายทำหน้าที่ได้ไม่ดี (เท่าที่คนพ่นต้องการ) เช่นอาจทำสายหักงอทำให้การพ่นสะดุด หรือถ้าเผื่อสายระหว่างคนลากกับคนพ่นสั้นไป สายอาจกระตุกคนพ่นได้

ที่หนุ่มม้งป่ากลางท้าทายให้ใช้วิธีนี้พิสูจน์ความรักนั้น เนื่องจากว่าการพ่นยาลิ้นจี่นั้นต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง ทั้งคนพ่นและคนลากสาย กล่าวคือ คนพ่น (ปกติเป็นฝ่ายชาย) นั้นจะเหนื่อยกับการที่ต้องเร่งรีบ เพื่อไม่ให้น้ำยาที่พ่นออกมานั้นค้างตรงจุดเดิมนานเกินไป เวลาพ่นจึงต้องรีบเดินเพื่อประหยัดน้ำยา ฉะนั้นหากเกิดเหตุขัดข้องเช่น สายไปเกี่ยวอะไรเข้าแล้วโดนสายกระชากถอยหลัง หรือสายหักงอทำให้น้ำยาหยุดไหล คนพ่นอาจเกิดอาการหงุดหงิด และต่อว่าคนดูแลควบคุมสายยางได้

คนลาก หากมีหลายคนก็สบายไป แต่หากทำอยู่คนเดียว (ปกติเป็นฝ่ายหญิง) ก็น่าเห็นใจ เพราะสวนลิ้นจี่โดยปกติแล้วจะอยู่บนพื้นที่สูงและชัน การลากสายในระยะใกลๆ ก็จะเหนื่อย เพราะหากสายไปติดตรงไหน คนลากสายก็ต้องรีบไปแกะหรือจัดการให้เรียบร้อย และต้องคอยคำนวณความยาวสายระหว่างคนลากกับคนพ่นให้พอดีอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้คนพ่นเหนื่อย สรุปคือเป็นคนอำนวยความสะดวกให้กับคนพ่นนั่นเอง

ช่วงเริ่มต้นพ่นยานั้นก็ไม่ค่อยจะซีเรียสอะไร แต่เมื่อพ่นไปสักพักจะเริ่มเหนื่อย เพราะต้องพ่นไกลจากจุดที่วางถังน้ำยามากขึ้น และปัญหาที่กล่าวมาด้านบนก็จะค่อยๆ ปรากฎให้เห็น ..เพราะความอดทนแปรผกผันกับเวลา

อาจดูเป็นเรื่องตลก แต่คู่สามีที่ผ่านประสบการณ์ร่วมตรงนี้หลายครั้ง จะเข้าใจดีถึงคำโบราณที่ว่า “เป็นเมียเราต้องอดทน” นั้นเป็นอย่างไร ..ขอยืมคำนี้มาใช้หน่อย “ความรักแบบม้งๆ

คู่ไหนพร้อมแล้ว ..ชุดพ่นยามีให้ยืมนะครับ

  Page 9 of 86« First...«7891011»...Last »


+ 3D TV + Best LED TV + Samsung 55 LED TV + 46 LCD TV + 50 LCD TV + 52 LCD TV + Samsung LCD TV + LG TV + Sony TV + Sharp TV + 720p + 1080p + DLP TV + Samsung DLP TV + Mitsubishi 73
(more + )