Archive for ม้งเมกา
You are browsing the archives of ม้งเมกา.
You are browsing the archives of ม้งเมกา.
ตอนแรกว่าจะพาดหัวเป็น “เมื่อ สาวม้ง ลัดฟ้าตามหารักแท้” แต่สุดท้ายก็ต้องมาตัดคำว่า “แท้” ออกไป เนื่องด้วยเห็นว่าน่าจะมีความเหมาะสมมากกว่า
เมื่อสามสีปีมานี้ ผมคิดว่าพี่ๆ เพื่อนๆ คงจะได้ยินเรื่องเหล่านี้มาบ้างแล้ว เรื่องที่มีสาวม้งเมกามาเมืองไทย เพื่อหาคู่แต่งงานด้วย โดยประสบการณ์ส่วนตัวผม เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นแถวบ้านสองสามครั้งแล้วครับ
เรื่องแรกเป็นกรณีของเพื่อนคนหนึ่ง ที่รู้จักกับสาวม้งเมกาทางเนต โดยการแชทตามเว็บม้ง หลังจากนั้นไม่นานหญิงสาว (ซึ่งมีอายุมากกว่าหน่อยหนึ่ง) ก็ได้บินมาพบกับเพื่อนผมคนนั้น แล้วทั้งคู่ก็ตกลงปลงใจแต่งงานกัน โดยทำพิธีง่ายๆ จากนั้นทั้งคู่ก็ไปเยี่ยมญาติพี่น้องของฝ่ายผู้หญิง ที่ยังอยู่ที่ฝั่งประเทศลาว แล้วฝ่ายหญิงสาวก็บินกลับเมกาไป จนบัดนี้ผมเองก็ไม่ทราบว่า เพื่อนผมคนนั้นได้ไปเมกาหรือยัง
สำหรับอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นแถวบ้านเช่นกันครับ เป็นกรณีที่พ่อแม่ฝ่ายหญิง ให้ฝ่ายหญิงเดินทางมาไทยโดยลำพังสองพี่น้อง (หญิงทั้งคู่) แล้วญาติๆ ทางนี้ก็แนะนำชายหนุ่มให้ ซึ่งคนเป็นน้องได้คู่แต่งกับคนแถวบ้านผม ส่วนคนเป็นพี่นั้นดูเหมือนจะได้คู่ที่บ้านอื่น
สำหรับกรณีต่างถิ่นที่ได้ยินก็มีครับ อย่างกรณีของหญิงม่าย (อายุยังไม่มาก) ลูกติด เดินทางมาไทย และแต่งงานกับหนุ่มม้งหน้าตาดี ที่เป็นครูสอนหนังสือ
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่ง ของค่านิยม และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของสังคมม้งเรา ไม่อาจบอกได้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี เพราะสุดท้ายแล้ว เราจะถูกกระทำให้ต้องเปลี่ยนแปลง .. โดยกาลเวลา
It’s not only Hmong American man that [...]
ผมเคยประกาศการใช้งานไปแล้วครั้งหนึ่ง สำหรับในส่วนของบริการ Forum หรือ เว็บบอร์ด เพื่อให้พวกเราได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ต่างๆ เกี่ยวกับพวกเรา ชาวม้ง
ในส่วนของ Forum ผมได้เปิดบอร์ดหนึ่ง สำหรับพี่น้องม้ง ที่มี สินค้าม้ง ได้ลงประกาศค้าขายสินค้าของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าพื้นบ้านอย่าง ผ้าม้ง เครื่องเงิน ชุดม้ง หรือแม้กระทั่ง การโปรโมทอัลบั้มเพลง หรือ หนังม้ง ของท่าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอจำกัดไว้เพียงแค่สินค้าม้ง นะครับ
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้ว HmongAsia.com มีคนเข้ามากน้อยแค่ไหน ถึงคิดว่าจะขายสินค้าได้ ผมก็อยากจะเรียนตามนี้นะครับ ว่า HmongAsia.com คนเข้าต่อวันไม่ได้มากมายนัก สำหรับคนดู 50% มาจากไทย 30% จากเมกา และอีก 20% มาจากประเทศอื่นๆ อย่าง ลาว เวียดนาม ฝรั่งเศษ ฯลฯ
ที่สำคัญผมอยากให้มองแค่ว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่ง (ซึ่งก็ฟรีด้วยสิ) ที่จะเปิดโอกาสให้คุณขาย สินค้า ของคุณได้เพิ่มขึ้นครับ และถือเป็นการปูทาง เพื่อการเริ่มต้นค้าขายบนโลก อินเตอร์เนต ครับ ลองดูครับ ติดขัดเรื่องใดสามารถพูดคุยกับผมได้ครับ
As [...]
ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเขียนมานานแล้ว แต่ติดอยู่ที่ว่าจะเขียนออกมายังไง ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันน้อยที่สุด แม้จะเป็นความจริง แต่สามารถมองได้หลายด้าน ประเด็นที่ว่านี้คือ “ม้งเมกา ม้งยุโรป ที่แต่งกับเด็กสาวม้งในแถบเอเชีย”
เมื่อประมาณปีที่แล้วนี้เอง หนุ่มม้งลาวได้ออกแถลงการณ์ร่วมผ่านสื่อวิทยุ และอินเตอร์เนต เพื่อต่อต้านพฤติกรรมของเหล่าม้งเฒ่าหัวงูจากอเมริกา และยุโรป เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่ากลุ่มหนุ่มวัยรุ่นม้งลาวดังกล่าว จะต่อต้านเหล่าม้งเฒ่าหัวงูทุกวิถีทาง ถึงขั้นที่ว่าขู่จะเอาชีวิตกันหากยังไม่หยุดพฤติกรรมเฒ่าหัวงู
เหตุที่ทำให้กลุ่มหนุ่มวัยรุ่นม้งลาว เกิดความแค้นเคืองถึงขั้นที่จะเอาชีวิตกันนี้ มาจากการที่เหล่าม้งเฒ่าหัวงูจากตะวันตก (เมกา ยุโรป) เมื่อมาเที่ยวแล้วพบเห็นเด็กสาวชาวม้งที่ถูกใจ ก็มักจะใช้อำนาจเงินซื้อหามาเป็นภรรยาของตัวเอง โดยไม่ได้สนใจว่าเด็กสาวมีคู่รักอยู่แล้วหรือยัง เพราะอำนาจการตัดสินใจมักจะขึ้นอยู่กับบิดามารดาของฝ่ายเด็กสาวซะมากกว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้บ่อยเข้า กลุ่มวัยรุ่นม้งลาวจึงได้รวมตัวกันเพื่อต่อต้านพฤติกรรมดังกล่าว
สำหรับเรื่องนี้ร้ายแรงถึงขึ้นที่ว่า หนุ่มวัยรุ่นม้งลาวบางหมู่บ้านไม่สามารถหาคู่แต่งด้วยได้ แต่ในแถลงการณ์ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะต่อต้านม้งตะวันตกทุกคน ถ้าเป็นหนุ่มๆ ที่มาเที่ยวตามประสาชายหนุ่ม กลุ่มวัยรุ่นม้งลาวก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าเป็นกลุ่มเฒ่าหัวงูที่คิดจะมาแสดงพฤติกรรม “จัญไร” แล้วนั้น ทางกลุ่มวัยรุ่นม้งลาวก็ไม่อาจรับประกันความปลอดภัย
น่าสังเกตว่าปีนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวม้ง จากเมกา และยุโรปเหมือนแต่ก่อน ทั้งนี้อาจจะมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์การเงิน และภัยธรรมชาติในสหรัฐฯ .. แต่ใครจะไปรู้ แถลงการณ์ของกลุ่มหนุ่มวัยรุ่นม้งลาวอาจเป็นสาเหตุหลักของเรื่องนี้ก็ได้
ก็หวังแค่ว่าวันหนึ่งเมื่อหมดรุ่นของเหล่าเฒ่าหัวงูแล้ว ชีวิตวัยรุ่นม้งในแถบเอเชียเราจะคืนสู่ภาวะปกติ เพราะเหล่าเฒ่าหัวงูแต่เดิมนั้นมีถิ่นเกิดอยู่ในลาว และเคยพำนักพักพิงชั่วคราวในไทย จึงทำให้ยังรู้จักมักคุ้นกับสถานที่ และญาติพี่น้องในแถบนี้นั่นเอง