Archive for วัฒนธรรมม้ง
You are browsing the archives of วัฒนธรรมม้ง.
You are browsing the archives of วัฒนธรรมม้ง.
ช่วงนี้ก็เข้าใกล้วันจัดงาน ปีใหม่ม้ง เข้าไปทุกทีแล้ว โดยเฉพาะขอย้ำวันจัดงาน ปีใหม่ม้งกรุงเทพฯ อีกครั้ง ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 5-6 ธันวาคม นี้ ก็อีกแค่สองวัน ก็หวังว่าพี่ๆ เพื่อนๆ จะมาร่วมงานกันเยอะๆ บรรยากาศของงานจะได้ครึกครื้นนะครับ
พอพูดถึงเรื่องของความครึกครื้น และความสนุกสนานในงานปีใหม่ม้งแล้ว งานมหรสพในช่วงกลางคืน ถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยเพิ่มสีสัน และความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับงานปีใหม่ม้งของเรา แต่หลายปีมานี้ หลายหมู่บ้านได้งดการจัดงานในช่วงกลางคืน สำหรับอีกหลายหมู่บ้าน ถ้าจัดงานกลางคืน ก็จะมีการงดเว้นบางอย่าง อย่างเช่น เวทีรำวง และการชกมวย ที่ถูกมองว่าเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทเป็นประจำทุกปี
It’s almost time to celebrate Hmong New Year 2009. One thing that would like to mention to, it is fighting of Hmong teenager. And this is may be the [...]
ผมเคยเขียนไว้ครั้งหนึ่งแล้ว ในหัวข้อ “วัฒนธรรมม้ง กับกาลเวลา” มาครั้งนี้ผมจะขอมาพูดถึงในส่วนของความเข้มข้นทางวัฒนธรรม ที่ไม่ได้มีแค่เพียงมิติเดียว เพื่อให้เห็นความเป็นมา และเป็นไป ที่อาจเป็นสาเหตุ และที่มาของการล่มสลายทางวัฒนธรรมม้ง ในที่สุด
มิติหนึ่งที่มองเห็นได้ชัด และขอหยิบยกมาพูดในวันนี้ คือ ในมิติของระเบียบปฏิบัติ ในอดีตกาลระเบียบปฏิบัติในพิธีกรรมต่างๆ (ไม่ว่าม้งเราหรือชาติใดก็ตาม) จะเป็นไปอย่างเคร่งครัด ด้วยเพราะมีผู้เฒ่าผู้แก่สมัยนั้นคอยดูแล และหวงแหนต่อสิ่งที่บรรพบุรุษถือปฏิบัติกันมา แต่ปัจุบันพิธีกรรมหลายอย่างไม่ได้มีความเข้มข้นในทางปฏิบัติอีกต่อไป เพราะขั้นตอนหลายอย่างถูกตัดทิ้งไป พิธีกรรมหลายอย่างถูกดัดแปลง (เช่น สิ่งของที่ใช้ในพิธี) จนสุดท้ายอาจเหลือไว้แค่ พิธีกรรมแต่เพียง .. พอสังเขป
สำหรับเรื่องนี้ เราคงไม่ต้องมองหาผู้รับผิดชอบ เพราะเรารุ่นหลังทุกคนล้วนแล้วแต่มีส่วนต้องร่วมรับผิดชอบในเรื่องนี้ หากจะโทษกาลเวลา มันก็ดูออกจะลิเกเกินไป ฉะนั้นหากพบว่าสิ่งไหนที่พอจะทำได้ เพื่อให้พิธีกรรม หรือวัฒนธรรมอันดีงามของเราคงอยู่ได้ ก็จงทำ
A lot of factor that will make us lose our culture. To leave some step of the ceremonial is One [...]
หลายคนอยากเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาตร์คนม้ง หลายคนอยากจะอนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนม้ง ทั้งนี้ก็เพราะความอยากรู้ความเป็นมาของคนม้ง และเพื่อคงความเป็นม้งไว้
แต่ยังมีอีกหลายคนที่ดำเนินชีวิตไป โดยไม่ได้สนใจว่ารากเหง้าของตนเอง มีความเป็นมาอย่างไร และความเป็นม้งจะสามารถดำรงคงอยู่ได้อย่างไร
ผมสังเกตเห็นได้ว่า ปัจุบันม้งเราไม่สามารถที่จะต้านทานกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง ของยุคโลกาภิวัฒน์ได้อีกต่อไป เด็กที่โตมาหน่อยก็ต้องเข้าเรียนในเมือง เมื่ออยู่ในเมืองก็จะต้องพูดแต่ภาษาไทย เรียนรู้และซึมซับวัฒนธรรมค่านิยมอื่นๆ เข้าไป จนความเป็นม้งเริ่มลดน้อยถอยลงไปทุกที สุดท้ายก็จะกลายเป็นว่า ม้งเราจะขาดผู้สืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม ที่ม้งเรามีมาอย่างยาวนาน
ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพในสิ่งที่ผมได้พูดไปแล้วข้างต้น
ณ หมู่บ้านม้งแห่งหนึ่ง ซึ่งความเจริญแทบทุกอย่างได้เข้าถึงหมดแล้ว แม้แต่การศึกษาเอง เด็กม้งที่นี่สามารถเรียนจนจบระดับชั้น ม.6 โดยไม่จำเป็นต้องไปเรียนโรงเรียนในเมือง หรือต่างจังหวัด แนวคิดหนึ่งของพวกผู้ใหญ่ที่หมู่บ้านแห่งนี้คือ การฝึกสอนลูกหลานให้รักและสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของคนม้ง ให้คงอยู่ต่อไป หนึ่งในแนวคิดนั้นคือ การเปิดคอร์สสอนเป่าแคนเพื่อใช้ในพิธีกรรม ให้แก่เด็กๆ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 12 ถึง 16 ปี ด้วยคาดหวังว่าเด็กๆ เหล่านี้จะสามารถรับใช้ชุมชนแห่งนี้ในวันข้างหน้าได้ ซึ่งก็เป็นจริง ผ่านไปแค่เพียงปีเดียว เด็กบางคนก็สามารถที่จะเป่าแคนในงานศพได้ ซึ่งทำให้พวกผู้ใหญ่รู้สึกปลาบปลื้มไม่น้อย .. แต่ความปลาบปลื้มนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อสามสี่ปีผ่านไป เด็กๆ เหล่านั้นต้องเข้าไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นในต่างจังหวัด ซึ่งใกลบ้านเกิด พวกเค้าก็ค่อยๆ ละทิ้ง สิ่งที่พวกเค้าเคยเรียนรู้มา จนกระทั่งวันหนึ่ง สิ่งที่พวกเค้าเรียนรู้มา ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป .. และมันจะเป็นอย่างนี้ไปอีก [...]