Archive for Hmong Culture
You are browsing the archives of Hmong Culture.
You are browsing the archives of Hmong Culture.
ก็ทิ้งกัน ห่างหายไปหลายวัน ด้วยว่าภาระกิจหาเลี้ยงชีพ ที่ยังคงเป็นประเด็นหลักให้ต้องหายหน้าหายตากันไป แต่คงไม่ปล่อยให้ Hmongasia.com เงียบเหงาจนเกินไป ก็ต้องขอขอบคุณ คุณ “คนเล่นหมอก” ที่ช่วยมาทำหน้าที่ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี
เมื่อวานผมได้อ่าน Comment ที่เขียนมาโดยคุณ Sam (สา) แม้หลายประเด็นที่คุณ Sam เขียนมา จะเป็นเรื่องที่เราคนม้ง (หรือแม้แต่พวกเราใน Hmongasia.com) ได้เคยถกเถียง หรือพูดคุยกันอยู่บ่อยๆ แต่มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ทำให้ผมคิดว่าควรจะต้องนำมาให้พี่ๆ เพื่อนๆ ได้พูดคุยกัน นั่นคือเรื่องที่ม้งเราควรก้าวพ้นเรื่องของวัฒนธรรม ไปสู่เรื่องของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และการเมืองได้แล้ว
Special thank to “Sam” a commentor on Hmongasia.com, for the idea of this topic. When we have to step over the cultural to the economic development, as we have talked about [...]
ผมเคยเขียนไว้ครั้งหนึ่งแล้ว ในหัวข้อ “วัฒนธรรมม้ง กับกาลเวลา” มาครั้งนี้ผมจะขอมาพูดถึงในส่วนของความเข้มข้นทางวัฒนธรรม ที่ไม่ได้มีแค่เพียงมิติเดียว เพื่อให้เห็นความเป็นมา และเป็นไป ที่อาจเป็นสาเหตุ และที่มาของการล่มสลายทางวัฒนธรรมม้ง ในที่สุด
มิติหนึ่งที่มองเห็นได้ชัด และขอหยิบยกมาพูดในวันนี้ คือ ในมิติของระเบียบปฏิบัติ ในอดีตกาลระเบียบปฏิบัติในพิธีกรรมต่างๆ (ไม่ว่าม้งเราหรือชาติใดก็ตาม) จะเป็นไปอย่างเคร่งครัด ด้วยเพราะมีผู้เฒ่าผู้แก่สมัยนั้นคอยดูแล และหวงแหนต่อสิ่งที่บรรพบุรุษถือปฏิบัติกันมา แต่ปัจุบันพิธีกรรมหลายอย่างไม่ได้มีความเข้มข้นในทางปฏิบัติอีกต่อไป เพราะขั้นตอนหลายอย่างถูกตัดทิ้งไป พิธีกรรมหลายอย่างถูกดัดแปลง (เช่น สิ่งของที่ใช้ในพิธี) จนสุดท้ายอาจเหลือไว้แค่ พิธีกรรมแต่เพียง .. พอสังเขป
สำหรับเรื่องนี้ เราคงไม่ต้องมองหาผู้รับผิดชอบ เพราะเรารุ่นหลังทุกคนล้วนแล้วแต่มีส่วนต้องร่วมรับผิดชอบในเรื่องนี้ หากจะโทษกาลเวลา มันก็ดูออกจะลิเกเกินไป ฉะนั้นหากพบว่าสิ่งไหนที่พอจะทำได้ เพื่อให้พิธีกรรม หรือวัฒนธรรมอันดีงามของเราคงอยู่ได้ ก็จงทำ
A lot of factor that will make us lose our culture. To leave some step of the ceremonial is One [...]
หลายคนอยากเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาตร์คนม้ง หลายคนอยากจะอนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนม้ง ทั้งนี้ก็เพราะความอยากรู้ความเป็นมาของคนม้ง และเพื่อคงความเป็นม้งไว้
แต่ยังมีอีกหลายคนที่ดำเนินชีวิตไป โดยไม่ได้สนใจว่ารากเหง้าของตนเอง มีความเป็นมาอย่างไร และความเป็นม้งจะสามารถดำรงคงอยู่ได้อย่างไร
ผมสังเกตเห็นได้ว่า ปัจุบันม้งเราไม่สามารถที่จะต้านทานกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง ของยุคโลกาภิวัฒน์ได้อีกต่อไป เด็กที่โตมาหน่อยก็ต้องเข้าเรียนในเมือง เมื่ออยู่ในเมืองก็จะต้องพูดแต่ภาษาไทย เรียนรู้และซึมซับวัฒนธรรมค่านิยมอื่นๆ เข้าไป จนความเป็นม้งเริ่มลดน้อยถอยลงไปทุกที สุดท้ายก็จะกลายเป็นว่า ม้งเราจะขาดผู้สืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม ที่ม้งเรามีมาอย่างยาวนาน
ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพในสิ่งที่ผมได้พูดไปแล้วข้างต้น
ณ หมู่บ้านม้งแห่งหนึ่ง ซึ่งความเจริญแทบทุกอย่างได้เข้าถึงหมดแล้ว แม้แต่การศึกษาเอง เด็กม้งที่นี่สามารถเรียนจนจบระดับชั้น ม.6 โดยไม่จำเป็นต้องไปเรียนโรงเรียนในเมือง หรือต่างจังหวัด แนวคิดหนึ่งของพวกผู้ใหญ่ที่หมู่บ้านแห่งนี้คือ การฝึกสอนลูกหลานให้รักและสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของคนม้ง ให้คงอยู่ต่อไป หนึ่งในแนวคิดนั้นคือ การเปิดคอร์สสอนเป่าแคนเพื่อใช้ในพิธีกรรม ให้แก่เด็กๆ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 12 ถึง 16 ปี ด้วยคาดหวังว่าเด็กๆ เหล่านี้จะสามารถรับใช้ชุมชนแห่งนี้ในวันข้างหน้าได้ ซึ่งก็เป็นจริง ผ่านไปแค่เพียงปีเดียว เด็กบางคนก็สามารถที่จะเป่าแคนในงานศพได้ ซึ่งทำให้พวกผู้ใหญ่รู้สึกปลาบปลื้มไม่น้อย .. แต่ความปลาบปลื้มนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อสามสี่ปีผ่านไป เด็กๆ เหล่านั้นต้องเข้าไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นในต่างจังหวัด ซึ่งใกลบ้านเกิด พวกเค้าก็ค่อยๆ ละทิ้ง สิ่งที่พวกเค้าเคยเรียนรู้มา จนกระทั่งวันหนึ่ง สิ่งที่พวกเค้าเรียนรู้มา ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป .. และมันจะเป็นอย่างนี้ไปอีก [...]